Q&A

9 สิ่งที่ห้ามผิดพลาดในการก่อสร้าง

สวัสดีครับ ผมกำลังก่อสร้างบ้าน เริ่มมีช่างมาตอกเสาเข็มแล้ว อยู่ดีๆก็นึกขึ้นมาได้ว่า ในฐานะที่เราเป็นเจ้าของบ้าน เราก็อยากมีความรู้เล็กๆน้อยๆในการดูไซต์บ้าง อย่างน้อยช่วยสถาปนิกดู อาจจะเป็นจุดสำคัญๆ ที่มีผลต่อบ้านมากๆ หากไม่ทำตามหลักการที่ถูกต้องน่ะครับ มีอะไรบ้าง รบกวนด้วยครับ

ขอบคุณมากครับ

ถาวร

สวัสดีครับคุณถาวร เจ้าของบ้านช่วยสถาปนิกดูได้ครับ ดีด้วยซ้ำ เลยขอสรุปเป็น 9 สิ่งที่ห้ามผิดพลาดในการก่อสร้าง ละกันนะครับ แล้วคราวหน้าจะมาพูถึงเรื่องที่พออนุโลมได้ครับ

1. การวางผังและกำหนดจุดในการลงเข็มโครงสร้าง
ขั้นตอนนี้เป็นขึ้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหมายถึงระยะต่างๆรอบบ้านที่ส่งผลไปถึงกฎหมายอาคารในเรื่องระยะถอยร่น และประโยชน์ในการใช้สอยตามที่เจ้าของบ้านได้กำหนดไว้ บางครั้งการวางผังผิดพลาดทำให้ต้องเสียงบประมาณในการปรับปรุงแก้ไขมากมาย โดยตรวจสอบจากหมุดเขตที่ดินเป็นหลัก
เรื่องนี้อาจย้อนกลับไปยังขั้นตอนของการออกแบบ ควรให้สถาปนิกหรือผู้ออกแบบเข้ามาวัดพื้นที่จริง เพื่อให้ได้ระยะและขนาดที่ถูกต้อง ไม่ควรวัดระยะจากโฉนดที่ดินเพียงอย่างเดียว การก่อสร้างจึงก็จะไม่มีปัญหาที่ว่าไม่สามารถวางตัวบ้านลงในพื้นที่ดินได้
1000985_533612406685895_1336707085_n

2. ในการก่อสร้าง ต้องสร้างตรงตามแบบ
บางครั้งผู้รับเหมาหรือช่าง อาจเกิดความเข้าใจผิดในแบบก่อสร้าง เพราะช่างเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้ออกแบบตั้งแต่ต้น เจ้าของบ้านและสถาปนิกจึงควรควบคุมการก่อสร้างให้ตรงตามแบบที่คิดไว้ เช่นบางส่วนที่มีความซับซ้อนของแบบ ในเบื้องต้นอาจกำชับช่างว่า หากก่อสร้างมาถึงตรงนี้ ให้แจ้งเจ้าของหรือสถาปนิกเพื่อเข้ามาดูหน้างานอีกครั้งเพื่อความถูกต้องตามแบบ
รวมไปถึงวัสดุต่างๆที่ระบุไว้ ควรยึดตามรายละเอียดนั้น ก่อนมีการสั่งซื้อจริงทั้งหมด ผู้รับเหมาควรมีการนำวัสดุตัวอย่างมาให้เจ้าของและสถาปนิกดูก่อน พร้อมทั้งรอการอนุมัติจากเจ้าของและสถาปนิก จึงค่อยสั่งซื้อของต่อไป

jws-con1

3. ปูนที่ใช้ในการก่อสร้าง
ปูนที่ใช้ในการเทคอนกรีตโครงสร้างต้องเป็นปูน Portland ผสมทราย หินและน้ำที่สะอาด โดยปูนที่ใช้ต้องเป็นปูนสำหรับงานโครงสร้างเท่านั้น งานฉาบและงานก่อก็เช่นกัน จะมีระบุไว้ที่ถุงของผลิตภัณฑ์ว่าใช้กับงานประเภทไหน ห้ามใช้สลับกันเด็ดขาด หรือให้ง่ายกว่านั้นอาจใช้ Concrete Ready mix ที่ผสมเสร็จมาเป็นคันรถ ก็จะได้คอนกรีตที่มีค่าการรับแรงตรงตามที่วิศวกรกำหนดเช่นกัน

2011-04-18-cement-mixer-small

4. เหล็กโครงสร้างต้องไม่เป็นสนิม
เหล็กเสริมต่างๆต้องไม่เป็นสนิม เพราะสนิมจะลดประสิทธิภาพการทำงานของเหล็กเอง แถมยังสามารถเบ่งตัว ทำให้คอนกรีตแตกร้าวเสียหายได้ด้วย ทำให้โครงสร้างเกิดปัญหาในการรับน้ำหนักในอนาคตแน่นอน หากเห็นว่ามีเหล็กโครงสร้างส่วนใดเป็นสนิม ควรสะกิดที่ปรึกษาหรือแจ้งให้ช่างช่วยเปลี่ยนหรือทำการแก้ไขให้แต่เนิ่นๆ จะดีที่สุด
วิธีที่คุ้นเคยและสะดวกอาจเป็นการใช้แปรงทองเหลืองขัด หรือใช้น้ำยากัดสนิม ทำการขจัดสนิมออกให้หมด หลังจากนั้นใช้น้ำสะอาดล้างพื้นผิวเหล็กนั้น แล้วค่อยเทคอนกรีตทำการก่อสร้างต่อไปได้เลย

NEWS0836

5. ระยะหุ้มของคอนกรีตและเหล็ก
ในขั้นตอนของการผูกเหล็กเสริมและจะทำการเทคอนกรีต หาโอกาสเข้าไปดูว่าระยะระหว่างเหล็กเสริม จนถึงไม้แบบนั้นมีระยะเท่าไร (นั่นก็คือระยะหุ้มของคอนกรีตและเหล็กนั่นเอง) อย่างน้อยต้อง 1” ขึ้นไป เพราะจะทำให้ความชื้นไม่สามารถทำปัญหาแก่เหล็กโครงสร้างได้ อีกเรื่องที่เราดูได้ด้วยตัวเองคือ หลังจากแกะไม้แบบแล้วให้ตรวจดูว่ามีการแตกร้าวหรือเป็นโพรงของคอนกรีตหรือไม่ ถ้าแตกร้าวเป็นแนวกว้างหรือเป็นโพรงใหญ่มากจนเห็นเหล็กเสริม ควรแจ้งวิศวกรหรือช่างให้รีบแก้ไข

1372861460-09JPG-o

6. เสาและคานต้องได้แนว
มองด้วยสายตาก่อนในขั้นแรกว่าคานต้องไม่บิดเบี้ยว เอียง เสาต้องไม่ล้มดิ่ง บิดเบี้ยว เพราะนั่นหมายถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งค่าเบี่ยงเบนนั้นไม่ควรเกิน 1 เซนติเมตร ต่อช่วงความยาวเสา 3-4 เมตร ถ้ามากกว่านี้จะทำให้เสารับน้ำหนักได้น้อยกว่ากำหนด
หากท่านผู้อ่านมี “ลูกดิ่ง” ก็ใช้ลูกดิ่งผูกเชือกหรือเส้นเอ็น หาแนวดิ่งได้ไม่ยาก หากต้องการความแม่นยำมากๆ ก็ใช้ ลูกดิ่งขนาดใหญ่ขึ้น หนักขึ้น แต่ประเภทเอาน็อตเหล็กมาผูกเชือกทำทิ้งดิ่งนั้น ไม่ควรทำเท่าไรนักเพราะหาความแม่นยำได้ยาก

OO01501673

7. เสาเอ็น, ทับหลังต้องมี
ทุกจุดของบ้านและอาคารต้องมีเสาเอ็นและทับหลังเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะรอบวงกบประตู หน้าต่าง เพราะช่องประตูและหน้าต่างเหมือนผนังที่ถูกเจาะ และมีแรงสั่นสะเทือนจากการเปิดปิดประตูหน้าต่างอีก เสาเอ็นและทับหลังจึงช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับบ้านได้
จุดที่ผนังก่ออิฐวิ่งมาคนละแนวแล้วมาชนกันที่มุมหนึ่งก็ต้องมีเสาเอ็น และกรณีของผนังทึบต้องมีเสาเอ็นและทับหลังทุกๆ 3 – 4 เมตร ทั้งในแนวราบและแนวตั้ง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกำแพงนั้น

R9867290-5

8. สายไฟต้องแยกสี
สายไฟในบ้านมักเกิดปัญหาที่ต้องซ่อมแซม หากไม่แยกสีที่ต้นสายและปลายสายไว้แต่ต้น การแก้ปัญหาก็จะทำได้ยาก เพราะไม่รู้ว่าสายไหนเป็นสายไหนและต้องรื้อระบบใหม่ในการซ่อมแซม แต่ถ้าแยกสีไว้ก็แก้ไขโดยการเปิด function box (จุดต่อสาย) และหาสายไฟเส้นที่เกิดปัญหาเท่านั้น
สายไฟฟ้า สีแดง หรือ สีดำ คือสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าเดินผ่าน หรือ “สายกำลังหรือเส้นไลน์ (line)” ส่วนสายไฟฟ้า สีขาว หรือ สีเทาอ่อน คือสายไฟที่ไม่มีการแสไฟฟ้า หรือ “สายศูนย์หรือสายนิวทรัล” ทำหน้าที่ให้กระแสไฟฟ้าไหลกลับ สำหรับสายดินนั้นมี สีเขียว หรือ สีเขียวสลับเหลือง เหล่านี้คือข้อมูลคร่าวๆที่มีไว้ตรวจงานเพื่อความเป็นระเบียบของงานระบบไฟฟ้าครับ

01360_waawr

9. ท่อน้ำดี PVC ควรมีเกลียว และแยกสี
แรงดันหรือ Pressure pipe ที่เกิดจากปั๊มน้ำ การที่ข้อต่อของท่อน้ำดีเป็นแบบเกลียว จะช่วยให้ข้อต่อมีความแข็งแรงกว่าแบบธรรมดา ที่เป็นเพียงการสวมเข้าไปและพันด้วยเทปพันเกลียว
สำหรับสีของท่อก็ควรมีการแยกเพื่อความสะดวกในการซ่อมแซมเช่นกัน ท่อสีฟ้า เป็นท่อน้ำดี น้ำเสีย และท่ออากาศ สามารถทนแรงดันน้ำได้มากน้อยตามประเภทการใช้งาน (มีหลายเกรด) ท่อสีเทา เป็นท่อน้ำทิ้ง

นอกจากทั้ง 9 ข้อนี้ อาจมีอีกหลายสิ่งที่สำคัญรองลงไป ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าของบ้านก็ควรมีการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างเองด้วย ปัจจุบันก็มีการเผยแพร่มากมายทั้งหนังสือ และอินเตอร์เน็ท ใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อเก็บข้อมูลเหล่านี้ บ้านของเราจะได้เป็นบ้านที่น่าอยู่และแข็งแรงไปนานๆ

Comments

comments

0 comments on “9 สิ่งที่ห้ามผิดพลาดในการก่อสร้าง

Leave a Reply

%d bloggers like this: