OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


ลัดเลาะอยู่ในเขตลาดพร้าวจนไปเจอคาเฟ่เรือนกระจกขนาดใหญ่กลางดงต้นไม้เขียวที่มีชื่อว่า Plant Me On The Moon สัมผัสความร่มรื่นที่คนชอบธรรมชาติไม่ควรพลาด เมื่อต้นไม้จำนวนมากไม่ใช่แค่ของประดับตกแต่ง แต่เป็นชิ้นส่วนหนึ่งของผนัง กำแพง เฟอร์นิเจอร์ เป็นองค์ประกอบของอาคารอย่างกลมกลืน มากไปกว่านั้น ที่นี่ยังอนุญาตให้ลูกค้าเลือกต้นไม้นานาพรรณซื้อติดมือกลับบ้านไปได้ด้วย สู้โควิด สู่ดวงจันทร์ แรกเริ่มอาคารนี้เป็นสำนักงานของบริษัท (The Embassy of Design Territory) มาตั้งแต่ปี 2548 เป็นอาคาร 2 ชั้น, แต่เดิมบริษัทฯ อยู่บริเวณชั้น 1 ของอาคาร ต่อมาปี 2562 ได้ขยายสำนักงาน เช่าทั้ง 2 ชั้นของอาคาร โดยปรับให้ชั้นบนเป็นสำนักงานในส่วนออกแบบ (design) และชั้นล่างเป็น co-working space ต่อมาต้นปี 2563 เกิดเหตุการณ์ Covid-19 ซึ่งส่งผลต่องานของบริษัทฯ เราจึงคิดปรับพื้นที่ชั้นล่างที่เป็น co-working space ให้สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ กลุ่มพี่ๆน้องๆ ที่ร่วมกันก่อตั้งบริษัทฯ ก็มานั่งประชุมกันว่าเราจะทำอะไรกันดี… ด้วยพื้นฐานที่พวกเราเรียนสถาปัตยกรรมกันมา…

เมื่อปีสุดท้ายของการเรียนมาถึง เป็นสัญญาณพร้อมความทรหดกับชั่วโมงของการทำวิทยานิพนธ์ (Thesis) ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่า ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน หนักหนาเอาการซะเหลือเกิน แต่ในความทรหดนั้น ก็มีความสนุกปะปนอยู่จนกลายเป็นช่วงเวลาอันน่าจดจำ

แม้ที่ตั้งของ Livist Resort โรงแรมแห่งใหม่ของอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ จะไม่อยู่ติดกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างเขาค้อ รวมถึงไม่มีแหล่งท่องเที่ยวใดเป็นพิเศษ คุณโจ้-พัชระ วงศ์บุญสิน คุณนิ้ม-อรณิชา ดุริยะประพันธ์ และทีมสถาปนิกจาก P.O.AR (Patchara + Ornnicha Architecture co.,ltd.) จึงต้องลงมือเปลี่ยนรีสอร์ทธรรมดาๆ

เพราะสีสันสัมพันธ์กับความรู้สึกของผู้คน และความรู้สึกของคนเราก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาตามปัจจัยแวดล้อมที่หลากหลาย นั่นทำให้แต่ละปี สีสันที่ส่งผลต่อชีวิตของผู้คนจึงเปลี่ยนแปลงไป และในปี 2021 นี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ที่ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้คนมากมาย เป็นโจทย์ที่ทำให้ TOA ออกค้นหาเฉดสีใหม่แห่งปี

‘BodinChapa’ สตูดิโอไซส์เล็กแต่มากด้วยชั้นเชิงในการออกแบบที่ตอนนี้มีผลงานให้ชวนติดตามอย่างต่อเนื่อง ด้วยชื่อติดหูที่เกิดจากการรวมกันของชื่อ ‘บดินทร์’ จาก คุณป้อง-บดินทร์ เมืองลือ และ ‘ชาภา’ จากคุณว่าน-พิชชาภา โล่ห์ทอง สองสามีภรรยาที่ร่วมกันก่อตั้งบริษัท ภายใต้ความเชื่ออย่างลึกซึ้งว่าสถาปัตยกรรมจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ในทุกๆ มิติของสังคม โดยผ่านการออกแบบที่เกิดจากการทดลองและเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง จนในวันนี้ BodinChapa Architects ได้กลายเป็นหนึ่งในสตูดิโอออกแบบที่น่าจับตามองมากที่สุดอีกแห่งของวงการ จากการวาดรูปสู่เส้นทางเพื่อต่อยอดทางวิชาชีพที่รัก กว่า BodinChapa Architects จะเกิดขึ้นได้ต้องเล่าย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่ทั้งคุณป้อง-คุณบดินทร์และคุณว่าน-พิชชาภายังเป็นเด็ก ด้วยพื้นเพเดิมของทั้งคู่เป็นเด็กต่างจังหวัด โดยที่คุณป้องเกิดและเติบโตที่จังหวัดเชียงราย ส่วนคุณว่านเกิดและเติบโตที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาทำให้ทั้งคู่ซึมซับความเป็นพื้นถิ่นมาอย่างเต็มเปี่ยม เริ่มจากทางคุณป้องที่ตอนเด็กได้มีโอกาสได้คลุกคลีกับช่างท้องถิ่นช่วงที่ในชุมชนมีการก่อสร้างบ้านหรืออาคารต่างๆ จากจุดนี้เองที่ทำให้คุณป้องเกิดความสนใจไปถึงข้อสงสัยว่าหากตนเองอยากทำงานเกี่ยวกับด้านนี้จะมีคณะอะไรบ้าง จนเป็นจุดเริ่มต้นที่อยากจะเข้าคณะสถาปัตยกรรมเพื่อต่อยอดจากสิ่งที่ตนเองสนใจในวัยเด็ก ส่วนทางคุณว่านนั้นชื่นชอบการวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ โดยตั้งใจให้รูปภาพนั้นเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดสิ่งที่ตนเองคิดและความรู้สึกมากกว่าการสื่อสารอย่างอื่น เมื่อเติบโตมาทักษะการวาดรูปก็พัฒนาและมีความซับซ้อนมากขึ้น จนถึงจุดเดียวกับคุณป้องที่ค้นหาว่าทักษะที่ตนเองมีอยู่นั้นเหมาะสมกับการเรียนในด้านไหน และเมื่อกลั่นกรองจนแน่ใจแล้ว จึงตัดสินใจเลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมเช่นเดียวกัน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังให้มากกว่าการตอบโจทย์การด้านวาดรูป แต่คือการสอนวิธีคิด คุณป้องและคุณว่านต่างก็เป็นนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งทั้งคู่ต่างบอกเล่าเรื่องราวไปทางเดียวกันว่า ช่วง 5 ปีที่ได้ศึกษาที่นี่เป็นช่วงเวลาแห่งการทดลองอย่างแท้จริง ทั้งการทดลองการใช้ชีวิต การเรียนรู้สิ่งต่างๆ การเข้าสังคม ไปจนถึงการได้ศึกษาถึงศาสตร์ของความงามของงานสถาปัตยกรรม ตั้งแต่ที่มาที่ไปในการออกแบบ แนวความคิดในการออกแบบ การพัฒนาแบบ ไปจนถึงการเขียนแบบเพื่อการก่อสร้าง ซึ่งประสบการณ์ที่พบเจอในช่วงเรียนนั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในตัวตนของทั้งคู่ในเวลานี้อย่างเหนียวแน่น…

โอบกอดธรรมชาติได้มากกว่า ด้วยงานภูมิทัศน์ไร้ขอบเขต ที่ “IDEO MOBI Sukhumvit 40” กว่าจะเป็นงานออกแบบดีๆ สักโครงการหนึ่งนั้น ต้องเกิดจากหลากหลายองค์ประกอบ เพื่อให้เป็นโครงการที่สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ตัวอาคารที่มีความสวยงามโดดเด่น ที่สัมพันธ์กับฟังก์ชันการใช้งาน จนถึงความสวยงามของการออกแบบ Space ภายในอาคาร และส่วนสุดท้ายที่มีความสำคัญไม่แพ้ตัวอาคาร ก็คือ “งานภูมิทัศน์” เพราะเป็นส่วนที่ทั้งสร้างชีวิตชีวา และช่วยส่งเสริมให้โครงการนั้นๆ เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีที่น่าอยู่อาศัย โดยเฉพาะการสร้าง “พื้นที่ส่วนกลาง” ให้เป็นมากกว่าพื้นที่ที่มีไว้เป็นเพียงส่วนเสริมของโครงการ แต่ยังออกแบบพื้นที่ให้ใช้งานได้จริง พร้อมทั้งตอบโจทย์ความต้องการใช้งานในกิจกรรมที่หลากหลาย “สำหรับทุกคน” ได้อย่างครบครัน ซึ่งนั่นก็คือสิ่งหนึ่งที่ คุณเล็ก-นิภาพร วิบูลย์จักร์ แห่ง REDLAND-SCAPE LTD. เล็งเห็น และพยายามดึงศักยภาพพื้นที่ของโครงการเพื่อสร้างเป็นผลงานภูมิทัศน์ที่มีคุณภาพ และก่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด “เราคิดภาพรวมสุดท้ายที่มันสวยและสร้างความประทับใจได้มากกว่า เราจึงเติมเต็มด้วยงานภูมิทัศน์ที่ให้ความเต็มอิ่มทั้งมุมมองและ Space ให้กับโครงการนี้” คุณเล็กบอกเล่ากับเราถึงแนวคิดที่น่าสนใจของการออกแบบงานภูมิทัศน์ในโครงการ “IDEO MOBI Sukhumvit 40” โครงการคอนโด Low-Rise 8 ชั้น บนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ซึ่งโดดเด่นด้วยตัวอาคารสไตล์โมเดิร์น มี Movement…

บ้านในอนาคตจะมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน ? เชื่อว่านี่คือคำถามที่หลายคนอยากรู้ ยิ่งในยุค COVID-19 อย่างนี้ บ้านที่หลายคนคุ้นเคยอาจจะต้องปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตากันสักหน่อย ซึ่งที่จริงแล้วก็ไม่ใช่แค่ COVID-19 เท่านั้น แต่สถานการณ์หลากหลายรูปแบบตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันก็ทำให้ ‘บ้าน’ เกิดวิวัฒนาการจนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

‘Touch the Earth Lightly’ หรือ การสัมผัสความเป็นธรรมชาติอย่างแผ่วเบา คือ นิยามหรือปรัชญาการออกแบบของ เกล็นน์ เมอร์คัตต์ (Glenn Murcutt) สถาปนิกชาวออสเตรเลีย ผู้คว้ารางวัล The Pritzker Architecture Prize ปี 2002

หลังจากที่เรานำเสนอวิธีการออกแบบอินทีเรียไปในครั้งที่แล้ว ครั้งนี้จึงขอเปลี่ยนย้ายฝั่งมาพูดถึงการออกแบบผังบ้านกันบ้าง เพราะเราคงต้องยอมรับแล้วว่า สถานการณ์ COVID-19 น่าจะยังคงอยู่กับเราไปอีกสักพักใหญ่ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คงจะเป็นการปรับตัว เปลี่ยนแปลงเพื่อพร้อมรับมือกับเจ้าเชื้อโรคชนิดนี้

ถ้าถามถึงหน้าที่ของ ‘โรงแรม’ คงบอกได้ว่า โรงแรมนั้นเป็นสถานที่ที่มีไว้เพื่อบริการผู้เดินทางในเรื่องของที่พักอาศัยที่มาใช้บริการเพียงครั้งคราวระหว่างออกเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งต่างจากบ้านที่ทำหน้าที่พักอาศัยในระยะที่ยาวกว่า และถาวรกว่า