ARCHITECTURE

ชีวิตหลังความเต็ค : วันที่ผมเลิกเป็นสถาปนิก

“ระหว่างทางนั้นสำคัญที่สุด” ผมคิดถึงวลีนี้ ในวันที่ตัดสินใจเลิกลาจากการทำอาชีพสถาปนิก 

กลางดึกวันธรรมดาวันหนึ่ง วันที่ผมออกจากออฟฟิศตอนเที่ยงคืน ก่อนตรงกลับบ้านด้วยสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้า ยังต้องรีบกลับไปนอนเพราะวันรุ่งขึ้นมีส่งงานลูกค้าตอน 8 โมงเช้า ผมตัดสินใจที่จะลาออก… ลาออกในที่นี้คือการลาออกจากการเป็นสถาปนิก และลาออกจากออฟฟิศแห่งนี้

ตั้งแต่ทำงานเป็นพนักงานประจำ ในหนึ่งปี ผมแทบจะนับวันที่กลับบ้านเร็วได้ สิ่งนี้อาจเป็นความคุ้นเคยและภาพจำของการเป็นสถาปนิก ที่ต้องทำงานแบบบ้าคลั่ง นอนดึก ตื่นเช้า หลังจากทำงานที่นี่มา 3 ปี ผมคิดแล้วว่า อาชีพสถาปนิกคงไม่เหมาะกับตัวผม

หลายคนมองว่าผมไม่อดทน ไม่สู้งาน แต่ระยะเวลาที่ผ่านมาก็พอจะพิสูจน์ได้ว่าผมได้ทำหน้าที่ของการเป็นสถาปนิกคนหนึ่งแต่เต็มที่ และทุกคนคงมีเหตุผลส่วนตัวที่ต่างกัน ผมไม่ได้ไม่ชอบการออกแบบ ไม่ได้รักงานสถาปัตยกรรมแล้ว เพียงแต่คิดว่า มันน่าจะมีหนทางที่จะทำให้เรามีความสุขกับการทำงาน หรือใช้ชีวิตได้ โดยปราศจากการมีอาชีพหลักเป็นสถาปนิก

ผมสำรวจตัวเอง มองลึกลงไปว่ามีอะไรอีกบ้างที่เราหลงรักพอที่จะอยู่กับมัน แล้วผมก็พบว่าผมอยากเป็นนักเขียน หรือคนทำหนังสือ มันฝังลึกในใจมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ จึงคิดว่าสิ่งนี้เมื่อมาบวกกับความถนัดที่มีคือด้านการออกแบบ ก็น่าจะไปได้ มีทางไปของมัน…

โอกาสดีๆมักเกิดขึ้นกับคนที่แสวงหา… ผมได้ทำงานที่นิตยสารเกี่ยวกับการออกแบบแห่งหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นกองบรรณาธิการ เขียนบทความเกี่ยวกับการออกแบบ ที่นี่ให้ประสบการณ์ผมมากมาย ไม่ใช่เพียงการเขียนแต่รวมถึงขั้นตอนและวิธีการผลิตหนังสือสักเล่ม ผมเก็บเกี่ยวความรู้มาอย่างเต็มที่เป็นเวลา 5 ปีด้วยกัน จนวันหนึ่งรู้สึกว่ามันคงถึงจุดอิ่มตัว ไม่ได้มีอะไรใหม่ให้ลองแล้ว ผมจึงจากที่แห่งนั้นมาด้วยความรู้สึกที่เป็นบวก และยังคงแวะเวียนกลับไปหาผู้คนที่นั่นเสมอ

ด้วยความรักในงานออกแบบและสถาปัตยกรรมอย่างบ้าคลั่ง ผมเริ่มทำเนื้อหาและคอนเทนต์ต่างๆในนามของตัวเอง ทั้งเขียน สัมภาษณ์และถ่ายรูป ทั้งหมดทำขึ้นจากคนๆเดียว … ความรู้ต่างๆตั้งแต่ตอนเรียน ยังคงเป็นประโยชน์ต่อการเขียนหนังสือของผมทุกวันนี้ ผมเปิดเว็บและเพจดังกล่าวนี้ในชื่อว่า Dsign Something

เหมือนแสงสว่างที่ค่อยๆเปลี่ยนไปยามอาทิตย์อัสดง เรามักไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง แต่มันยังคง… รู้สึกตัวอีกที ผมยิ่งหลงรักในสิ่งที่ทำ แม้จะไม่ได้จับดินสอดราฟท์ เขียน AutoCAD แล้ว แต่ผมกลับรู้สึกขอบคุณ ที่วิชาชีพสถาปัตยกรรม สอนอะไรผมหลายอย่าง

อาชีพนี้สอนให้ผมไม่กลัวที่จะอดนอน ไม่กลัวที่จะงานหนัก ไม่กลัวที่จะเรียนรู้ มีทัศนคติที่ดีและอ่อนน้อมต่อสิ่งต่างๆรอบตัว สอนให้รู้เกี่ยวกับการทำงานเป็นทีม การรู้จักลูกค้า ทั้งหมด ยังคงติดอยู่ในความรู้สึก และสามารถเอามาใช้ในวันที่เราต้องเผชิญกับปัญหา แม้ไม่ใช้ในแง่การเป็นสถาปนิกก็ตาม

 “ระหว่างทางนั้นสำคัญที่สุด” ใช่ครับ ผมยังคิดเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ถ้าระหว่างทางนั้นไม่มีความสุขแล้ว ปลายทางที่หอมหวาน ก็ไม่น่าจะมีความสุขนัก หากคุณต้องเดินไปด้วยความทุกข์ และบั่นทอนคุณไปทุกวัน

ผมยังคงหลงใหลในสถาปัตยกรรมเหมือนเดิม สายตาสอดส่องมองหาตึกที่น่าทึ่ง เวลาเจออาคารดีๆเหมือนโดนมนต์สะกดให้เข้าไปในดีเทลต่างๆของอาคาร พร้อมยังชื่นชมคนที่ยังคงอยู่ในวิชาชีพนี้ด้วยใจเต็มร้อย โลกนี้ยังต้องการสถาปนิกดีๆ เก่งๆอีกมาก และคุณคือคนที่ผมชื่นชม

ขอบคุณ “สถาปัตยกรรม” และผู้ประสาทวิชาความรู้ทุกคน ที่ทำให้ผมเป็นผมทุกวันนี้… ขอบคุณจริงๆครับ

แชมป์ Dsign Something

Comments

comments

1 comment on “ชีวิตหลังความเต็ค : วันที่ผมเลิกเป็นสถาปนิก

  1. สวัสดีค่ะ ตามอ่านงานเขียนในเว็บนะคะ ปกติไม่ใช่คนที่จะมาเขียนคอมเม้นท์นะคะ แต่จะบอกยังไงดีล่ะ คุณแชมป์ยังเคยได้ทำงานสถาปนิกนะคะ ส่วนเรามีอาชีพเป็นอาจารย์สอน it แต่ชอบงานสถาปัตย์มากๆ เคยเอนท์สถาปัตย์แต่ไม่ได้นะ บางทีคนเราก็ไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำเสมอไป แต่ความชื่นชมอาคาร space สวยๆ ยังคงมีอยุ่ตลอด แค่ได้เห็นก็ปลื้มใจละ ตามดูข่าวสถาปนิก prizkerเป็นต้น พวกสถาปัตยกรรมที่กลมกลืนเหมือนหายไปกับต้นไม้อย่างนี้ … เห์นทีไรเฮ้ยชอบจัง ก็อยากบอกว่า จะติดตามงานของ dsignsomething ต่อไปนะคะ ขอบคุณที่แชร์สิ่งดีๆให้นะคะ เป็นสถาปนิกทางความคิดก็ได้ค่ะ ไม่ต้องทำอาชีพประจำในออฟฟิศก็ได้ค่ะ

Leave a Reply

%d bloggers like this: