OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

นักสร้างประสบการณ์พิเศษผ่านงานออกแบบ ที่เป็นมากกว่าการตอบโจทย์ลูกค้า “พันธวิศ ลวเรืองโชค” แห่ง APOSTROPHY’S

“หลายๆคนอาจมองว่า APOSTROPHY’S ขายวิญญาณรึเปล่า มองว่าลูกค้าเป็นพระเจ้าไหม จริงที่เรามองเขาเป็นอันดับหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด อีกสิ่งคือเราคิดอยู่เสมอว่า จะทำอะไรให้สังคมดีขึ้นได้บ้างในแต่ละงานของเรา”

Event, Concert, Exhibition, Interactive, Lighting, Interior, Branding… ส่วนหนึ่งของประเภทงานออกแบบที่กล่าวมา ผลผลิตแห่งความสร้างสรรค์ที่ไม่จำกัดรูปแบบ ล้วนแล้วแต่ผ่านฝีมือการออกแบบของ APOSTROPHY’S บริษัทที่ผสมผสานดีไซน์เกือบทุกแขนงไว้ด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจและสร้างความหมายให้กับงานศิลปะ…

ซึ่งนั่นทำให้เรามาอยู่ภายใต้บ้านที่เต็มไปด้วยความครีเอทีฟแห่งนี้ และเริ่มต้นบทสนทนากับ “คุณเบียร์ พันธวิศ ลวเรืองโชค” ผู้เป็นเจ้าของความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และงานออกแบบที่เข้าใจพฤติกรรมคนในแต่ละยุคสมัยทั้งโปรเจคน้อยใหญ่มากกว่า 1,000 โปรเจค ยาวนานกว่า 14 ปี

DsignSomething: จุดเริ่มต้นของ Apostrophy’s ?

คุณเบียร์: เริ่มมาจากตอนที่เรียนสถาปัตย์ธรรมศาสตร์ครับ ตอนนั้นสถาปัตย์เป็นอะไรที่ใหม่มาก ผมเป็นรุ่นที่สองของคณะ อาจารย์ที่สอนค่อนข้างไฟแรง ส่วนใหญ่จบจากต่างประเทศ เขาไม่ได้มองว่าสถาปัตย์เป็นสิ่งก่อสร้างอย่างเดียว แต่มองว่าเป็น Solution เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับสังคมและเมือง ซึ่งมีงานหลากหลายรูปแบบมากในการพรีเซนท์โปรเจค

ช่วงเวลาซัมเมอร์จะรวมกลุ่มกับเพื่อนๆทำงานประกวด ช่วยคณะในด้านสื่อทางวิชาการต่างๆ ทำเว็บไซต์ ทำ e-book ทำบูธ Exhibition ประชาสัมพันธ์ให้คณะ ทำนิทรรศการในงานสถาปนิกทุกปี ทำให้ช่วงเวลานั้น ผมได้เรียนรู้ทุกอย่างเลย ทั้งหมดนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของ Apostrophy’s ครับ

SangSom MOVEaBAR 2013 at Parc Siam Paragon

DsignSomething: ตอนนี้ Apostrophy’s ออกแบบงานด้านไหนบ้าง?

คุณเบียร์: ตอนนี้ Apostrophy’s เราทำมาทั้งหมด 14 ปีแล้ว ตอนแรกทำ Event Exhibition อย่างเดียว เป็นการสร้างประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานที่ที่เราไปจัดงานให้ แต่ว่าตอนนี้ขยับขยายมี Apostrophy’s group เป็นบริษัทแม่ และบริษัทย่อยทั้งหมด 4 บริษัทด้วยกัน

1. Apostrophy’s ดูแลเรื่อง Below-the-line marketing ก็คือ บูธ อีเว้นท์ Exhibition Concert เป็นงานออกแบบหลักของเรา

ตัวอย่างงานออกแบบ Exhibition ของ “Bluescope Pavilion” ในงานสถาปนิก’61

ตัวอย่างงานออกแบบ Exhibition ของ “SCG Roof” at SCG Experience เลียบทางด่วนเอกมัย – รามอินทรา

2. Sense.S ออกแบบ สั่งผลิต และให้เช่าอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับ Interactive media ซึ่งเป็นงานออกแบบ Exhibition ไม่ใช่แค่สวยเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเข้าไปจับต้องได้ เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษให้ทุกคนจดจำสิ่งที่เรานำเสนอ

ตัวอย่างงาน EPSON X Apostrophy’s ในโปรเจค “Epson CAFE’ TUBE” ประสบการณ์พิเศษที่นำเอาร้านคาเฟ่มาผนวกรวมกับเทคโนโลยี แสง สี เสียง และ new media โดยการทดลองใช้เทคนิค Projector mapping ด้วย Laser Projector ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ของโลก ฉายลงไปในเครื่องดื่มและขนมที่ได้รังสรรค์ขึ้นมาใหม่

Nike X Apostrophy’s X Paradox ในงาน “AIR MAX DAY 2018” Photo credit: Pahparn Sirima Chaipreechawit

ตัวอย่างงาน หอนิทรรศการเฉลิมพระเกียติ ร.๙ อุทยาน ๑๐๐ ปี จุฬา จากบริษัท อะโพสโทรฟีเอส กรุ๊ป และบริษัท Think and Do Media Co.,Ltd.

3. Synonym งานออกแบบตกแต่งภายใน Commercial Interior ที่ส่งเสริมธุรกิจ มีความแตกต่างจากการตกแต่งภายในธรรมดา คือ เราคิดไปถึงคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจและการประชาสัมพันธ์หลังจากออกแบบด้วย และอีกหนึ่งบริการใหม่ คือ The Homemade: ทำ | บ้าน | เพื่อน ที่มีคอนเซ็ปต์เน้นการบริการที่ “ถูก เร็ว ดี” ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

การออกแบบตกแต่งภายในบ้าน CASA LAWA’ ซึ่งเป็น Feature House ที่ถูกคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 48 บ้านหรูของโลกปี 2016 ในนิตยสาร Kalaidoscope โดยสำนักพิมพ์ Gastalten ประเทศเยอรมนี

ตัวอย่างผลงานรีโนเวทตกแต่งภายในห้างเซนทรัลบางนาส่วนบันไดเวียน เพิ่มฟังก์ชั่น ที่นั่งทำงาน ที่นั่งรอ สนามเด็กเล่น เข้าไป เพื่อให้พื้นที่เกิดการใช้งานและกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ตัวอย่างรีโนเวทออฟฟิศของบริษัทสมุนไพรวังพรม โดยนำวัสดุธรรมดามาตกแต่งใหม่ให้ไม่ธรรมดา และสะท้อนความเป็นไทยในแบบโมเดิร์นออกมาได้อย่างลงตัว

4. บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ที่เพิ่งเปิดเมื่อต้นปีนี้ โดยร่วมทุนกับบริษัท Happening Construction มีจุดเด่นที่ความชำนาญพิเศษในการ Customize เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนต่างๆ ในสไตล์ Luxury เพื่องานออกแบบที่ตอบโจทย์ความ unique ของลูกค้าแต่ละคน และยังสามารถควบคุมคุณภาพได้เองทุกขั้นตอน

The white pearl penthouse หรือ “ห้องไข่มุกสีขาว” ห้องชุดในคอนโดมิเนียมที่มีขนาดเพียง 77 ตร.ม. เราใส่ใจในทุกตารางนิ้ว รวมถึงทุกชิ้นส่วนมาให้เหมาะกับคาแรคเตอร์เฉพาะของเจ้าของห้อง

DsignSomething: อะไรเป็นจุดพลิกผัน จากการสถาปัตยกรรม มาเป็น Exhibition ?

คุณเบียร์: มันเป็นเรื่องความโชคดีที่ผมได้มาอยู่ธรรมศาสตร์ ด้วยความไม่พร้อมอะไรหลายๆอย่าง ทำให้ได้ลองว่าอะไรใช่ไม่ใช่ ช่วงปี 2-3 ตอนทำบูธให้กับคณะนี่แหละครับ เราเริ่มรู้แล้วว่างานสถาปัตยกรรมค่อนข้างช้า กว่าจะสร้างเสร็จ กว่าคุยกับลูกค้าเนี่ยใช้เวลาพอสมควร แล้วผมก็สนใจการออกแบบที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจ เพราะตอนเริ่มต้นต้องใช้สื่อทุกอย่างเลยในการที่จะทำให้คนรู้จัก และคนดูงานมีความหลากหลาย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ มีอายุ ผู้หญิง ผู้ชาย ทุกกลุ่ม

ตัวอย่างงานออกแบบ ‘COTTO Milan Fair 2013’ ถูกจัดขึ้นภายในงานมิลานแฟร์ 2013 ที่ประเทศอิตาลี

DsignSomething: ด้วยความที่ Apostrophy’s ทำงานหลากหลายรูปแบบขนาดนี้ นิยามความเป็น Apostrophy’s สั้นๆว่าอะไร?

คุณเบียร์: น่าจะเป็น “On-ground marketing agency” และ On-ground to Online ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Place และ Productของลูกค้า เป็นการสร้างคอนเทนต์และนำไปสู่คนกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่การขายPerspective ให้ลูกค้าดูว่าสวยหรือไม่สวย แต่ทั้งหมดที่เราออกแบบสามารถต่อยอดธุรกิจให้ได้ มีการตั้งเกณฑ์ KPI วัดผลให้ลูกค้าทราบว่าคอนเทนท์ไปถึงกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ได้ผลอย่างไร ไม่ใช่การจ่ายเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะเวลาที่ลูกค้ามาหาเรา ต้องการให้สินค้าได้รับการโฆษณา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ออกแบบจะต้องสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด

DsignSomething: วิธีการทำงานในแบบ Apostrophy’s เป็นอย่างไร?

คุณเบียร์: เราทำงานแบบ “Brother units” ครับ คือการทำงานร่วมกับบริษัทที่เป็นพี่น้อง ที่เราทำงานมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเรียน บ้างเป็นกลุ่มดีไซน์เนอร์ โปรแกรมเมอร์ วิชวลดีไซน์เนอร์ ช่างภาพ งานเครื่องหนัง งานเหล็ก ทำให้เราสามารถออกแบบงานได้หลากหลาย แม้สมาชิกในบ้านเราจะมีจำนวนไม่เยอะ จริงอยู่ที่เราทำได้หลายๆอย่าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกอย่างขนาดนั้น และถ้าเราเอาทุกอย่างมาอยู่ใน In house หมด องค์กรเราจะขยับขยายยากมาก

“เป็นเรื่องการตอบคำถามบางอย่างด้วย เพราะตอนนี้บริษัทไหนใหญ่ไม่ใหญ่ คนชอบถามว่ามีพนักงานกี่คน จริงๆแล้วยุคนี้ผมว่าไม่เกี่ยวกัน ไม่ต้องใช้คนเยอะก็สามารถสร้างสรรค์งานดีๆได้”

ตัวอย่างงาน “501 Day – We Are All Collaborators” ของ Levi’s Global brand สร้าง application ที่สามารถสร้างสรรค์กางเกงยีนส์ในแบบฉบับของตัวเอง ผ่านข้อมูลและภาพถ่ายจากโซเชียล

DsignSomething: ที่มาของความแปลกใหม่ และความคิดสร้างสรรค์ของ Apostrophy’s?

คุณเบียร์: ผมว่าเป็นเรื่องของ Research นะครับ ทีมของเรามี R&D (research and development) มี Research ชุดนึงที่ชื่อว่า “พฤติกรรมผู้ชม สังคม 10 วิ” ทำมา 5 ปีแล้วครับ จะเห็นว่าเทคโนโลยีมีผลทำให้พฤติกรรมคนเปลี่ยนไป ทำให้เราปรับเปลี่ยนงานออกแบบได้อยู่ตลอด

“จริงๆผมไม่ได้ตั้งใจว่างานแต่ละชิ้นต้องไม่เหมือนใคร เราออกแบบให้ตรงตามโจทย์ของลูกค้าที่สุด เราไม่ได้มองโจทย์เป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่เรามองโจทย์เป็นสิ่งที่เรียกว่าContents เป็นเรื่อง Marketing Plan ส่วนความน่าสนใจหรือความมันส์ของงาน เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน”

DsignSomething: การทำงานที่ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก คนอื่นมองเราว่าเป็นอย่างไรบ้าง?

คุณเบียร์: หลายๆคนอาจมองว่า APOSTROPHY’S ขายวิญญาณรึเปล่า มองว่าลูกค้าเป็นพระเจ้าไหม จริงที่เรามองเขาเป็นอันดับหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด อีกสิ่งคือเราคิดอยู่เสมอว่า จะทำอะไรให้สังคมดีขึ้นได้บ้างในแต่ละงานของเรา คนของ Apostrophy’s ทุกคน ทำงานกันอย่างเต็มที่ เพราะลึกๆเขาไม่ได้คิดแค่ทำงานแล้วได้แค่เงินเดือน เขาใส่ความหมายบางอย่างลงไปในงานได้ด้วย

“ถ้าให้พูดตรงๆคือเราทำงานขายของให้ลูกค้า แต่เราสอดแทรกพื้นที่งานศิลปะลงไปในงานเหล่านั้น นี่คือสิ่งที่เราให้ความหมายกับงานทุกชิ้นที่เราทำอยู่ มากกว่าแค่การขายของ”

เทศกาลแสง Thailand kingdom of light ใจกลางแยกราชประสงค์ คือราชประสงค์เป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วง ขัดแย้งอะไรในบ้านเมือง เผาห้าง วางระเบิด เราทำเทศกาลแสงที่ทำให้พื้นที่นี้สว่างไสว สวยงาม และกลับมาสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

“เคยได้ยินว่างานออกแบบคือมูลค่าเพิ่มไหม ที่คนเค้าพูดแบบนั้นเพราะมันง่ายที่จะเข้าใจ แต่มันไม่ใช่แค่มิตินั้น สิ่งที่ควรให้คุณค่าจริงๆ คืองานศิลปะ เพราะมันสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตคนได้”

DsignSomething: สุดท้ายแล้วความสุขในการทำงานสำหรับคุณคืออะไร?

คุณเบียร์: จริงๆแล้วตามช่วงเวลานะครับ ถ้าย้อนไปสัก 7-8 ปีที่แล้ว ความสุขคืออยากทำงานอะไรใหม่ๆ น่าสนใจ แต่ตอนนี้ความสุขของผมคือ เราต้องพัฒนาคุณภาพของคนทำงานสร้างสรรค์ เพราะเป็นอาชีพที่เครื่องจักรไม่สามารถแทนได้ ใน 5 ปีนี้อยากให้คนของ Apostrophy’s มีสวัสดิการแบบที่ภาครัฐมี ไม่ใช่เฉพาะแค่ตัวเอง แต่คลอบคลุมไปถึงครอบครัวด้วย

เราทำงานออกแบบ เราต้องอยู่ออฟฟิศมากกว่าธุรกิจอื่นๆ ซึ่งเราต้องใช้เวลากับการออกแบบเยอะ เรามองว่าเวลาที่หายไปเป็นการลงทุน “คนทำงานสร้างสรรค์จะลงทุนด้วยเวลา แต่คนธรรมดาจะลงทุนด้วยเงิน”

Something MORE

  • Apostrophy’s กำลังจะย้ายบ้านใหม่ไปที่ลาดปลาเค้า ซึ่งมีชื่อว่า Apos The HQ ภายในพื้นที่มีขนาดใหญ่ถึง 1,500 ตารางเมตร คุณเบียร์กระซิบบอกว่าอยากให้ออฟฟิศใหม่เป็นเหมือน Avenue มีร้านเสื้อผ้า ร้านรองเท้า ร้านนาฬิกา คาเฟ่ Co-working รวมถึง Museum ขององค์ความรู้หลายแขนงอีกด้วย ซึ่งคนของ Apostrophy’s เป็นเจ้าของและจะได้นั่งทำงานอยู่ในโกดังที่รายล้อมไปด้วยการออกแบบที่มีไลฟ์สไตล์ เป้าหมายคือต้องการพัฒนาทีมงานรุ่นใหม่ ให้ทุกคนรู้สึกว่าสามารถเติบโตขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ร่วมกันได้

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading