ARCHITECTURE DESIGN HOUSE

บ้านที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ บ้านเบ-ดม-เบ้ง

เว้นที่ว่างให้กับต้นไม้ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคน ที่พักอาศัย และธรรมชาติ

Location: พัฒนาการ, กรุงเทพฯ
Owners: อุดม และ กัสมา ธรฤทธิ์
Architect: คำรน สุทธิ, Eco Architect
Photographer: จิณณวัตร บริหารกิจอนันต์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าธรรมชาติคือองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ธรรมชาติช่วยให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข เพิ่มพูนพลังงานทางด้านความคิด จิตใจ ร่างกาย และแน่นอนว่าเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านด้วย

เพราะมนุษย์ บ้าน และธรรมชาติต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน คงจะดีไม่น้อยถ้าบ้านเป็นฉากหลังให้กับธรรมชาติ เว้นที่ว่างให้ธรรมชาติสร้างภาพสวยงาม และผู้พักอาศัยก็สามารถดูแลต้นไม้ให้เติบโตไปพร้อมกับตัวบ้าน ลดการสูญเสียธรรมชาติและพลังงานให้น้อยที่สุด …

แนวคิดนี้จึงกลายมาเป็นแนวคิดพื้นฐานของบ้านเบดม-เบ้ง ที่คำนึงถึงหลัก Sustainable Design บ้าน 3 ชั้นหลังนี้ มีขนาด 450 ตารางเมตร ฟังก์ชันชั้น 1 ได้แก่ส่วนต้อนรับ ห้องนั่งเล่น แพนทรี และห้องครัว ส่วนชั้น 2 ประกอบด้วยสตูดิโอ แกลเลอรี และห้องนอนลูกชาย ชั้นบนสุดจะเป็นห้อง Master Bedroom โดยในแต่ละชั้นจะมีคอร์ทกลางเชื่อมต่อฟังก์ชันแต่ละส่วนของบ้าน และชื่อบ้านเบดม-เบ้งก็มาจากชื่อเล่นของคุณกัสมาและอุดม ธรฤทธิ์ เจ้าของบ้าน กับคุณเบ้ง บุตรชายนั่นเอง

แต่เดิมพื้นที่บ้านเบดม-เบ้งเคยเป็นสวนมาก่อน และเจ้าของบ้านพักอาศัยกับคุณพ่อ คุณแม่ในบ้านที่อยู่ติดกันกับสวน ในเวลาต่อมาเจ้าของบ้านต้องการขยับขยายครอบครัว จึงมีความคิดที่จะสร้างบ้านใหม่ และได้ตัดสินใจเปลี่ยนสวนที่รักและดูแลมาตลอดหลายปีให้กลายเป็นบ้านในฝันของตน พร้อมทั้งอยากให้บ้านเชื่อมต่อกับบ้านของคุณพ่อและคุณแม่ เพื่อคงสายสัมพันธ์ครอบครัวดังเดิม

Masterplan แสดงอาคารบ้านของคุณพ่อ คุณแม่ และบ้านเบ-ดม-เบ้ง

บ้านเบ-ดม-เบ้งออกแบบโดยคุณคำรน สุทธิ สถาปนิกจากบริษัท Eco Architect

จากพื้นที่สวนอายุกว่า 10 ปี จึงกลายเป็นบ้านพักอาศัยที่เว้นที่ว่างให้กับความสัมพันธ์ของคน บ้าน ธรรมชาติ โดยคุณคำรน สุทธิ ผู้ออกแบบบ้านหลังนี้เชื่อว่า มนุษย์ขาดที่พักอาศัยและธรรมชาติไม่ได้ เพราะทั้ง 3 ส่วนนี้ต่างช่วยกันปกป้องซึ่งกันและกัน

พื้นที่สวนเดิมก่อนทำการรื้อและสร้างบ้านใหม่

บ้านจะต้องคงต้นไม้เดิมให้มากที่สุด รบกวนธรรมชาติน้อยที่สุด เพราะบริบทที่ตั้งเดิมเคยเป็นสวนมาก่อน อีกทั้งคุณดมเจ้าของบ้านก็รักในธรรมชาติมาก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำให้ต้นไม้ถึงกลายเป็นพระเอกของบ้าน ส่วนบ้านก็เป็นเพียงฉากหลังอันเรียบง่าย กลมกลืนกับต้นไม้รอบบ้าน

ต้นไม้’ พระเอกของบ้าน

“ต้นไม้นำเสนอศิลปะผ่านธรรมชาติ เช่น แสง เงา สายลม เสียงนก เราว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ สามารถเติมพลังชีวิตให้กับผู้พักอาศัยได้” คุณคำรน ผู้ออกแบบกล่าว

รูปทรงบ้านมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าผอมบาง เพื่อให้ต้นไม้สามารถเจริญเติบโตรอบบ้านได้ โดยภายนอกอาคารจะเลือกใช้สีเทาและสีดำเป็นหลัก สร้างความรู้สึกกลมกลืนกับบริบทเปรียบเสมือนเงาของต้นไม้ใหญ่ และเลือกใช้วัสดุที่เพิ่มความโปร่ง โล่งให้กับบ้าน เช่น เหล็ก คอนกรีต และกระเบื้องลายไม้ เป็นต้น

ภายในบ้านกลับเลือกใช้โทนสีสว่างเป็นหลัก เพราะต้องการสร้างสเปซให้โปร่ง น่าใช้งาน และดึงธรรมชาติเข้ามาในบ้านให้ได้มากที่สุด เช่นใช้ไม้ตะแบกโทนสีสว่างปูพื้นบ้านและใช้เป็นฝ้าระแนงล้อไปกับต้นไม้บริเวณสวนนอกบ้าน มากไปกว่านั้นคุณคำรนยังออกแบบมุมมองแสงและเงาธรรมชาติให้แตกต่างกันตามแต่ละช่วงเวลา เพื่อสร้างสุนทรียภาพและความเพลิดเพลินระหว่างการพักผ่อนของเจ้าของบ้าน

และยังมีการออกแบบการรับรู้ธรรมชาติจากความสูงของบ้านที่แตกต่างกัน เช่น ในบริเวณชั้น 1เมื่อมองออกไปนอกบ้านจะเห็นแค่ลำต้นไม้ใหญ่ ชั้น 2 จะพบกับลำต้น พุ่มไม้ และใบไม้ ส่วนชั้น 3เป็นทิวทัศน์จากยอดต้นไม้และตัวเมืองกรุงเทพฯ

ชั้น 2 และชั้น 3 ยังมีระเบียงที่ทำจากเหล็กฉีกเปิดทะลุถึงกันอีกด้วย การออกแบบเช่นนี้จะทำให้ลมพัดผ่านได้ดี และช่วยเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวอีกด้วย เพราะถึงแม้จะอยู่กันคนละชั้นแต่ก็สามารถสื่อสารกันผ่านระเบียงโปร่งนี้ได้

บ้านอยู่สบาย

บ้านเบ-ดม-เบ้งมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงยาวเพราะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ประจวบกับที่ดินด้านกว้างหันหน้าไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งทำให้บ้านร้อน โดนแดดตลอดทั้งวัน ผู้ออกแบบจึงแก้ปัญหาด้วยการแบ่งฟังก์ชันบ้านออกเป็น 2 ส่วน และเชื่อมด้วยคอร์ทกลาง ดังนั้นเมื่อฟังก์ชันโดยรวมวางในทิศตะวันตกและตะวันออก บ้านก็จะโดนแดดน้อยและอยู่ในทิศที่ลมพัดผ่านได้ดี

การมีพื้นที่โล่งกลางบ้านยังทำให้แต่ละสเปซรับแสงได้ดีขึ้นอีกด้วย โดยเป็นแสงคุณภาพดีส่องถึงทุกพื้นที่ในบ้าน ไม่ว่าจะใช้งานห้องไหนในตอนกลางวันก็ไม่ต้องเปิดไฟ เป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง

ห้องนั่งเล่นในบริเวณชั้น 1 เป็น Double Space เปิดโล่งถึงชั้น 2 ที่อนุญาตให้ลมพัดผ่านในเวลากลางวัน กลางคืน และยังมีทางเดินกั้นกลางระหว่างส่วนนั่งเล่น รับประทานอาหาร กับส่วนเซอร์วิส เช่นห้องครัว ห้องน้ำ ห้องซักล้างอย่างชัดเจน ช่วยป้องกันเสียงและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ระหว่างการทำครัว

คอร์ทกลางบ้านของชั้น 2 สามารถปรับเปลี่ยนเป็นแกลเลอรี จัดแสดงผลงานศิลปะส่วนตัวของเจ้าของบ้านได้ด้วย

ถัดมาจะเป็นห้องทำงานและสตูดิโอที่เปิดรับลมและแสงธรรมชาติได้ตลอดทั้งวัน โดยจะมีแผงกันแดดช่วยกรองแสงอีกชั้น

ชั้น 3 มีพื้นระเบียงโปร่ง โล่ง ที่สามารถมองทะลุถึงชานบ้านชั้น 1 ได้

ร่มเงาของผู้อยู่อาศัย

สิ่งที่โดดเด่นของบ้านอีกประการคือการมีแผงกันแดดในบริเวณ Façade อาคาร ซึ่งแผงนี้นอกจากจะกรองคุณภาพแสงให้กับพื้นที่ระเบียงและบ้านแล้ว ยังเป็น Double Screen ทำหน้าที่สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานอีกด้วย

หรือการมีต้นไม้น้อย-ใหญ่รอบบ้าน ก็ช่วยให้บ้านมีอุณหภูมิคงที่ ไม่ร้อนเกินไปนัก เพราะเมื่อต้นไม้คายน้ำในตอนกลางวัน บ้านก็จะเย็นมากขึ้น และต้นไม้ยังช่วยกรองแสงแดดก่อนเข้ามาในบ้าน

“เราอยากพึ่งพาประโยชน์จากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นร่มเงาจากต้นไม้ กระแสลม ทิศทางของแสงแดด ที่ทำให้บ้านอยู่สบาย โดยใช้เทคโนโลยีน้อยที่สุด เพราะถ้าบ้านใช้พลังงานน้อย ก็เป็นการช่วยโลกได้อีกทางหนึ่ง ด้วยการลด Carbon Footprint ครับ ซึ่งนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงออกแบบบ้านที่หายใจร่วมกับธรรมชาติหรือบ้านเบ-ดม-เบ้งหลังนี้” คุณคำรนฝากทิ้งท้ายไว้กับเรา

0 comments on “บ้านที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ บ้านเบ-ดม-เบ้ง

Leave a Reply

%d bloggers like this: