ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กับโรงเรียนต้นแบบ ณ อำเภอฝาง เชียงใหม่

“สถาปัตยกรรมช่วยชี้นำให้ความรู้สึกนึกคิดของคนให้เปลี่ยนแปลงไปได้มากน้อยเพียงใด” คือสิ่งที่สถาปนิกทุกคนต้องการหาคำตอบ เช่นเดียวกับโครงการโรงเรียนต้นแบบ ณ อำเภอฝาง เชียงใหม่ แห่งนี้ ที่เป็นผลงานการศึกษาและออกแบบของ ปพิชญา ลิ้มทะวงศ์ จากรั้วสถาปัตย์ เชียงใหม่ ที่อยากเห็นความเท่าเทียมเกิดขึ้นในสังคมโดยเฉพาะแวดวงการศึกษา เพื่อความยั่งยืนผ่านการออกแบบของเธอ

โรงเรียนต้นแบบเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อำเภอฝาง
Fang’s Education Equality Best Practice School

โครงการปรับปรุงโรงเรียนรัฐบาล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทย โดยใช้แนวคิดของการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning)

จากสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยกล่าวถึงความแตกต่างทางการศึกษาระหว่างเด็กที่อาศัยในเขตพื้นที่ชนบท และเด็กที่อาศัยในเขตพื้นที่เมือง ซึ่งพบว่า ความห่างไกลของภูมิลำเนาส่งผลทำให้เกิดความขาดแคลนปัจจัยทางการศึกษา จึงเป็นสาเหตุให้เกิดค่านิยมการย้ายถิ่นฐานเข้ามาเรียนในเมืองที่สูงขึ้น โดยเฉพาะระดับชั้นมัธยมศึกษา และทำให้การเกษตรกรรมที่อยู่ในพื้นที่ชนบทได้ถูกลดความสำคัญลง ทั้งที่รายได้หลักของประเทศไทยส่วนใหญ่มาจากภาคการเกษตร ส่งผลให้ผู้ที่ประกอบอาชีพดังกล่าวลดน้อยลง รายได้ที่ได้รับก็น้อยลงด้วยเช่นกัน ซึ่งปัญหาทางการเงินก็ได้ส่งผลต่อปัจจัยทางการศึกษาอีก เป็นวัฏจักรต่อเนื่องกันไป

คุณภาพของการศึกษาวัดจากกอะไร? จริงหรือที่เด็กในเขตพื้นที่เมืองเท่านั้นที่จะได้รับการศึกษาที่ดี? ผู้ศึกษาจึงได้ทำการวิจัยเพื่อตอบสมมุติฐานว่า ความเท่าเทียมทางการศึกษาสามารถเกิดขึ้นได้ หากรู้จักการสร้างคุณค่าของพื้นที่นั้นๆ รูปแบบการศึกษาจึงควรอ้างอิงมาจากบริบท และศักยภาพเชิงพื้นที่เช่นกัน

ผู้ศึกษาได้เลือกพื้นที่ตั้งโครงการที่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่เนื่องจากมีรายได้ต่อครัวเรือนน้อยมากที่สุดในประเทศ อีกทั้งประชากรส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มน้อยมากที่สุด ทำให้มีความเป็นได้ในการเกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามากที่สุดด้วยเช่นกัน ผู้ศึกษาจึงสนใจแนวคิดการพัฒนาโรงเรียนภาครัฐในสังกัด สพฐ. ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อลดช่องว่างทางความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ภายใต้แนวคิดการพัฒนาการศึกษารูปแบบใหม่ในศตวรรษที่ 21 จึงเกิดเป็นโครงการ “โรงเรียนต้นแบบเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อำเภอฝาง” ขึ้น

โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning) ไปปรับใช้กับหลักสูตรการเรียนการสอน และสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโยง กับบริบท วิถีชีวิตของพื้นที่ศึกษา และสภาพเศรษฐกิจ สังคมและภูมิศาสตร์ของประเทศไทย จนได้เป็นแนวคิดการออกแบบ 3 รูปแบบ ได้แก่ พื้นที่แห่งการรับรู้ (sense of place), พื้นที่เพื่อการยืดหยุ่น (flexible space) และพื้นที่ร่วมสาธารณะ (public gathering space) โดยเลือกเข้าไปปรับปรุง และเพิ่มส่วนใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ จากโรงเรียนของภาครัฐที่มีที่ตั้งที่สอดคล้องกับแนวทาง มาใช้เป็นต้นแบบการพัฒนาโครงการต่อไป

การออกแบบตามแนวคิดของ lifelong learning อาศัยบริบท และศักยภาพเชิงพื้นที่ มาออกแบบร่วมกับแนวคิดการสร้างพื้นที่ 3 รูปแบบ โดยวางสัดส่วนพื้นที่ตามพัฒนาการของเด็กแต่ละวัยในสัดส่วนที่เหมาะสม ภายใต้รูปแบบการเรียนและลักษณะการออกแบบที่ว่างตามการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นจริง โรงเรียนจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่เชิงสังคมและพื้นที่ทำกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นภายในโรงเรียน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากคนในชุมชนและสิ่งแวดล้อมภายนอกโรงเรียน รวมถึงการเรียนแบบบูรณาการที่ฝึกฝนให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะและจินตนาการรอบด้าน แนวคิดดังกล่าวส่งผลต่อการสร้างคุณค่า ทั้งในระดับของผู้เรียน เจ้าหน้าที่ ครู ชุมชน และผู้ปกครอง ที่เกิดการเชื่อมโยงและส่งผ่านซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง

ชื่อ-นามสกุล : ปพิชญา ลิ้มทะวงศ์ Papitchaya Limthawong

E-MAIL :  papitchaya.toktak@gmail.com

ชื่องาน : โรงเรียนต้นแบบเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อำเภอฝาง

Fang’s Education Equality Best Practice School

Writer
Dsign Something

LINE OFFICIAL

รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกสัปดาห์ แอดมาเลย!

subscribe now!

Get the coolest NEWS and ARCHITECTURE Content today!

รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ทางอีเมล
ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!