เมื่อมีการโยกย้ายถิ่นฐานสู่การอยู่อาศัยอย่างจริงจังภายในบ้านหลังแรก ณ จังหวัดเชียงใหม่ ครอบครัวพ่อ แม่ ลูกผู้ต่างถิ่นจึงมอบหมายให้สถาปนิกท้องที่อย่าง INLY Studio เป็นผู้รับหน้าที่ออกแบบจนเกิดเป็น C-2 HOUSE บ้านที่เลือกปิดมุมมองและซุกซ่อนตัวจากภายนอก ในขณะที่เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติที่สร้างขึ้นภายในพื้นที่อันเป็นส่วนตัว ด้วยเส้นสายเรียบง่ายตามแบบบ้านญี่ปุ่น ซึ่งเป็นความชอบของเจ้าของที่สถาปนิกเลือกนำมาผสานเข้ากับสเปซ ก่อนเล่าเรื่องราวผ่านภาษาของสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ลงตัวอย่างปฏิเสธไม่ได้

ปิดมุมมอง ซุกซ่อนตัวจากภายนอก

ด้วยความที่เจ้าของบ้านเป็นครอบครัวต่างถิ่น ซึ่งยังไม่คุ้นชินกับพื้นที่และไม่รู้จักใครในละแวกนั้นมากนัก การออกแบบจึงให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวสูงกว่าบ้านทั่วๆ ไป จากบริบทด้านข้างซึ่งเป็นบ้านหลังอื่นๆ จึงถูกปิดกั้นด้วยขอบเขตของกำแพงขาวสูง 4 เมตร เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกได้ถึงความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย โดยปิดมุมมองเพื่อให้การใช้งานภายในถูกซ่อนอยู่อย่างเลือนรางอย่างไม่จำเป็นต้องให้ใครมองเห็น
จากภาพบ้านที่เราเคยชิน มักประกอบด้วยรั้วบ้านก่อนจะเข้าสู่เลเยอร์ของผนังบ้าน  แต่ C-2 HOUSE กลับแตกต่างด้วยการออกแบบรั้วและผนังบ้านให้เป็นเลเยอร์เดียวกัน เพื่อเพิ่มระยะในการมอง เปิดมุมมองภายในบ้านให้กว้าง และเปิดโล่งได้มากขึ้น ทำให้การออกแบบสเปซภายในไม่จำเป็นต้องใช้ม่านมาสร้างความเป็นส่วนตัว และยังช่วยทำให้การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในขอบเขตที่ดินเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง จึงส่งผลให้การออกแบบพื้นที่ภายในสามารถสร้างคอร์ด สระว่ายน้ำ และต้นไม้ใหญ่ในตำแหน่งต่างๆอย่างบริเวณกลางบ้าน สร้างเป็นบรรยากาศธรรมชาติที่ผู้อยู่อาศัยสามารถมองเห็น รับรู้ และโอบกอดได้จากทุกมุมของบ้าน

เปิดมุมมอง เพื่อดื่มดำบรรยากาศภายในพื้นที่ส่วนตัว

เดิมทีที่ดินของบ้านหลังนี้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบแต่ยาวลึก  สถาปนิกจึงเลือกออกแบบพื้นที่บริเวณโรงรถหน้าบ้านให้เปิดโล่งมากที่สุด เพื่อดึงลมจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ให้พัดเข้าสู่สเปซภายใน ถัดจากบริเวณโรงรถเข้าสู่ภายในบ้าน เราจะพบกับคอร์ดต้นไม้สองคอร์ดที่ขนาบทั้งด้านซ้ายและขวา คั่นกลางด้วยกำแพงสีขาวที่ทำหน้าที่ปิดมุมมองบางส่วน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมองเห็นพื้นที่แต่ละส่วนของบ้านด้วยมุมมองและความรู้สึกที่แตกต่างกัน กรอบสีขาวของตัวบ้านที่ตัดกับคอร์ดต้นไม้เป็นแบคกราวด์จึงเปรียบเสมือนกรอบรูปอันสวยงามที่ทำหน้าที่ทักทายผู้คนตั้งแต่หน้าประตู
ถัดจากโถงทางเดินสีขาวที่พาเราเข้าสู่ภายใน ฟังก์ชันหลักส่วนกลางอย่างห้องรับประทานอาหาร ห้องนั่งเล่น และห้องเปียโนของลูก ต่างล้อมรอบคอร์ดใจกลางบ้านในลักษณะคล้ายตัว C เพื่อเปิดมุมมองให้การใช้งานพื้นที่ส่วนกลางสามารถเปิดรับบรรยากาศร่มเงาธรรมชาติจากต้นไม้ใหญ่ และสระว่ายน้ำ พร้อมด้วยการออกแบบพื้นที่ชานระเบียงเป็นรอยต่อระหว่างพื้นที่ภายนอกและภายใน ที่เชื่อมโยงให้สมาชิกในบ้านออกมานั่งเล่น ทำกิจกรรมร่วมกัน และดื่มด่ำกับธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน
ภาพแปลนบ้าน C-2 House ชั้นหนึ่งและชั้นสอง photo credits : INLY Studio
ภาพแสดงแนวคิดการเปิดมุมมองภายในบ้าน C-2 House ชั้นหนึ่งและชั้นสอง photo credits : INLY Studio
ภาพแสดงแนวคิดการออกแบบฟังก์ชันภายในบ้าน C-2 House ชั้นหนึ่งและชั้นสอง (โดยสีฟ้าแทนฟังก์ชันส่วนกลาง ส่วนสีชมพูแทนฟังก์ชันที่มีความเป็นส่วนตัว) photo credits : INLY Studio

สำหรับฟังก์ชันห้องครัว ถูกวางให้อยู่ส่วนหน้าของบ้านในลักษณะพื้นที่ทรงกล่องที่ปิดทึบมากกว่าส่วนอื่นแต่ยังคงมีช่องเปิดที่สร้างมุมมองเข้าหาพื้นที่สีเขียวบริเวณคอร์ดหน้าบ้าน ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดยังคงอยู่ในขอบเขตรั้วที่ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก  C-2 HOUSE จึงเป็นตัวแทนของบ้านที่เล่นกับมุมมองของผู้อยู่อาศัย ซึ่งหากเราลองนึกตามง่ายๆ เมื่อเรามองจากคอร์ดหนึ่งสู่อีกคอร์ดหนึ่ง หรือ มองจากฟังก์ชันไปสู่คอร์ด ทุกพื้นที่จะสามารถมองทะลุเห็นกันและกันได้แบบ see through ในขณะที่สามารถปิดบังตัวตนจากภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ สอดคล้องกับชื่อบ้านนั่นเอง

เรียบง่าย เป็นธรรมชาติในแบบญี่ปุ่น

“ด้วยวัยของลูกค้าอายุประมาณ 40 นิดๆ  เขาจะมีความนิ่งในระดับหนึ่ง เราจึงอยากให้บ้านมีเส้นสายที่ค่อนข้างเรียบง่าย คือต้องเข้าไปใช้งานในสเปซถึงจะเห็นว่าบ้านหลังนี้มันมีวิธีคิด มีมุมมองจากคอร์ดเห็นตัวบ้านอย่างไร หรือมองออกมาเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นมันจะไม่ใช่บ้านที่โชว์ตัวเองจากด้านหน้าถนน”
ด้วยความที่เจ้าของบ้านมีการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้ง จึงเกิดเป็นความชื่นชอบสเปซในลักษณะบ้านแบบญี่ปุ่น โจทย์หลักตั้งแต่เริ่มต้นจึงตั้งปลายทางเอาไว้ว่า ภาพรวมของบ้านจะต้องมีเส้นสายที่เรียบง่าย ด้วยโทนสีขาวผสมไม้ ดูอบอุ่นไม่หวือหวา แต่โชว์ความพิเศษด้วยมุมมองและวิธีคิดที่เราจะสามารถรับรู้ได้จากการอยู่อาศัยเท่านั้น
สถาปนิกเล่าถึงแนวคิดการเลือกใช้วัสดุและโทนสี ซึ่งเน้นไปที่วัสดุเรียบง่ายอย่างงานก่อฉาบสีขาว งานอลูมิเนียม และงานไม้ทั้งเส้นแนวตั้งและแนวนอน โดยเน้นใช้ไม้เข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักเพื่อให้ภาพรวมของบ้านได้โทนสีอบอุ่น รวมถึงออกแบบไม้ระแนงเพื่อช่วยกรองแสงไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านโดยตรง  ซึ่งในทางเดียวกัน เมื่อได้รับแสงแดดตกกระทบ ระแนงไม้ทางตั้งเหล่านี้ยังเกิดแสงเงา และลวดลายบนพื้นที่ช่วยสร้างมิติ แต่งแต้มบรรยากาศของบ้านให้ดูจริง และมีชีวิตมากขึ้น
ความเป็นญี่ปุ่นของบ้านยังสะท้อนผ่านการออกแบบที่นั่งอย่างระเบียงชานไม้ หรือสเกลของโต๊ะ เก้าอี้ซึ่งต้องนั่งกับพื้นที่อย่างที่เราเคยเห็นกันในภาพยนตร์ญี่ปุ่น การใช้เสื่อทาทามิ หรือแม้แต่การออกแบบแสงไฟในเวลากลางคืนให้มีความสลัว โดยเน้นใช้ Indirect Light มากกว่าการให้แสงโดยตรงอย่าง Direct lightDtips: นอกเหนือจากของตกแต่งทั่วๆ ไปแล้ว ต้นไม้ที่เลือกใช้ภายในบ้าน ยังส่งผลต่อบรรยากาศ หรือมู้ดแอนด์โทนที่เราอยากให้เป็นไม่น้อยเช่นเดียวกับบ้าน C-2 HOUSE สถาปนิกเลือกใช้ ‘ต้นหว้าน้ำโขง’ ซึ่งเป็นต้นไม้ลีลาขนาดใหญ่ ที่เน้นการโชว์ลำต้นมากกว่าการโชว์พุ่มไม้ คล้ายกับต้นไม้ฟอร์มสวยที่บ้านญี่ปุ่นให้ความนิยม การจัดวางและเลือกต้นไม้จึงเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งในบ้าน คล้ายคลึงกับการเลือก Sculpture มาใช้ตกแต่ง สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยสะท้อนความเป็นญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน
สถาปนิกยังเล่าเสริมว่า การเลือกต้นไม้เข้ามาเป็นองค์ประกอบเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากต้นไม้จะช่วยเติมเต็มให้สถาปัตยกรรมดูมีชีวิต เมื่อแสงแดดตกกระทบพุ่มไม้ ทอดยาวเป็นแสงร่ำไร ที่เคลื่อนไหวเข้าสู่ชานไม้และสเปซ เกิดร่มเงาภายในบ้านที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเหมือนได้นั่งใต้ต้นไม้ บรรยากาศต่างๆ ที่เติมแต่งให้บ้านสมบูรณ์จึงเป็นสิ่งที่สถาปนิกจาก INLY Studio พยายามทำให้เกิดขึ้นในทุกๆ งาน
“สุดท้ายหลังจากออกแบบบ้านหลังนี้ เรารู้สึกว่าบ้านหลังนี้เหมือนบ้านเราเหมือนกันนะ ไม่ใช่แค่ของลูกค้า อันนี้เรามองว่ามันคือความสนุกของสถาปนิก มันคือการมอบสิ่งดีๆ ให้เขา ทุกคนก็จะมีปัญหามาหาเราแล้วเราก็จะแก้ปัญหาให้เขา คล้ายๆ หมอนั่นแหละ”

การแก้ปัญหาของสถาปนิกย่อมเข้ามามีบทบาทโดยตรงกับผู้อยู่อาศัยอย่างที่สถาปนิกกล่าว ดังเช่นบ้าน C2 House หลังนี้ มุมมองการเปิดและปิดที่เกิดขึ้นจากการออกแบบส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยรับรู้ได้ถึงความเป็นส่วนตัว ในขณะที่ยังเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถโอบกอดธรรมชาติภายนอกได้โดยไม่จำเป็นต้องหลบซ่อน สร้างความสบายใจได้อย่างแท้จริงโดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยที่เพิ่งโยกย้ายถิ่นฐานมาเริ่มต้นใหม่ด้วยความไม่คุ้นชิน

Location : เชียงใหม่
Gross Built Area : 650 ตารางเมตร
Architect : INLY STUDIO
Interior  Designer : INLY STUDIO
Lighting Designer : INLY STUDIO
Structure Engineer : พิลาวรรณ พิริยะโภคัย
Landscape designer : Littleforest Landscape & Construction Co.,Ltd
Photographer : PanoramicStudio

Avatar
Posted by:Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

Leave a Reply