เมื่อมีความคิดที่จะซื้อบ้านทั้งที แน่นอนว่าบ้านหลังนั้นย่อมต้องตอบโจทย์การอยู่อาศัยในระยะยาว บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอสำหรับสมาชิกทุกคน บ้านที่มีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น บ้านที่รองรับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุโดยไม่ต้องต่อเติมให้วุ่นวาย หรือแม้กระทั่งบ้านที่มีพื้นที่เพียงพอในการเติมแต่งพื้นที่สีเขียว สร้างชีวิตให้การอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบ  จากแนวคิดเหล่านี้ เริ่มต้นสู่โครงการ LUXE รัชดา-ลาดพร้าว 35 บ้านขนาดใหญ่บนพื้นที่ใจกลางลาดพร้าว ที่นำแนวคิดการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวขยายมาตีความขึ้นใหม่ ก่อนมอบความอบอุ่นที่พร้อมส่งต่อในรูปแบบของ ‘Family House’ อันสมบูรณ์
 

Location is everything บ้านฟังก์ชันขนาดใหญ่ใจกลางเมือง

ด้วยพื้นที่โครงการที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านลาดพร้าว หนึ่งในทำเลสำคัญของกรุงเทพฯ ที่รายล้อมไปด้วยความเจริญจากห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์สโตร์ รวมถึงแนวรถไฟฟ้าใต้ดินที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ความครบครันของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้ย่านนี้ กลายเป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับที่พักอาศัยของใครหลายคน จนไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นคอนโดมิเนียมขนาดเล็ก ใหญ่ ถูกสร้างขึ้นริมถนน หรือแม้แต่ตรอกซอกซอยอย่างรวดเร็ว
แต่ด้วยความที่ลาดพร้าว เป็นย่านอยู่อาศัยที่ค่อนข้างหนาแน่น ทำให้ถึงแม้เราจะได้อยู่อาศัยภายในเขตเมือง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยขนาดที่ดินที่มีอย่างจำกัด และอาจมีฟังก์ชันที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานเป็นครอบครัวใหญ่ จากปัญหาที่พบโดยตรงในพื้นที่ จึงเกิดเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวคิดใหม่ในชื่อ LUXE 35 บ้านแนวตั้งขนาดใหญ่บนพื้นที่ใช้สอย 400 ตารางเมตร พร้อมด้วยฟังก์ชันเพรียบพร้อมที่ถูกออกแบบเสมือนบ้านในระดับ Hi-end

หรูหราอย่างมีสไตล์ ภายใต้แนวคิด ‘Quality of space’

เมื่อโจทย์สำคัญของ LUXE 35 คือความตั้งใจส่งมอบประสบการณ์หรูหราภายในบ้านระดับ Hi-end ที่ราคาจับต้องได้ มากกว่าความหรูหราที่เราสัมผัสได้จากรูปลักษณ์ภายนอก หรือวัสดุราคาแพง คุณจุล-จุลสมโณ พงษ์เสฐียร สถาปนิกจาก FLAT12x ผู้รับหน้าที่ออกแบบโครงการ ยังตีความคำว่าหรูหราผ่านแนวคิด ‘Quality of space’ ที่เน้นออกแบบสเปซภายในที่ส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยโดยตรงมากที่สุด
คุณจุล-จุลสมโณ พงษ์เสฐียร สถาปนิกผู้ออกแบบจาก FLAT12x

แนวคิดนี้เริ่มต้น ด้วยการแก้ไขปัญหาบ้านในลักษณะแนวตั้งสูง 4 ชั้น ที่เรารู้กันว่ามักจะมาพร้อมความมืด ทึบ อับแสง หรือดูแน่นจนน่าอึดอัด ผู้ออกแบบตั้งใจลบภาพจำเหล่านี้ออกไปทั้งหมด เริ่มจากการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของบันไดมาไว้บริเวณด้านข้างของตัวบ้าน ซึ่งบันไดจะรับบทเป็นตัวป้องกันการแชร์ผนังร่วมกับบ้านข้างๆ ช่วยลดเสียงรบกวน เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยได้อีกทางหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้น บันไดที่ถูกออกแบบช่องแสงแบบสกายไลท์ ยังนำเอาแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่ เปลี่ยนให้ความรู้สึกมืด ทึบ กลายเป็นความปลอดโปร่งที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัย
อีกหนึ่งข้อดีของการที่บันไดอยู่ด้านข้างตัวบ้าน ทำให้พื้นที่ภายในกลายเป็นผืนขนาดใหญ่ ที่สามารถเปลี่ยนถ่ายจากพื้นที่หนึ่งสู่อีกพื้นที่หนึ่งได้อย่างลื่นไหล เชื่อมต่อกันแบบ Open Plan รวมถึงมีพื้นที่บริเวณกลางบ้านที่เปิดโล่ง สามารถทำเป็นพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ที่จอดได้ถึง 4-6 คัน แทรกด้วยสวนขนาดเล็กบริเวณด้านหน้า เติมให้ตัวบ้านมีบรรยากาศของสีเขียวที่ผู้อาศัยสัมผัสได้ก่อนจะเข้าสู่พื้นที่ภายใน
ในการออกแบบฟังก์ชัน พื้นที่ชั้นหนึ่งทั้งหมดถูกจัดสรรให้เป็นส่วนของเซอร์วิส ทั้งห้องนอนแม่บ้าน ห้องซักล้าง ห้องเก็บของ รวมถึงพื้นที่ครัวหนัก เพื่อแยกส่วนอยู่อาศัยและส่วนบริการให้ขาดออกจากกันอย่างชัดเจน สร้างฟังก์ชันการอยู่อาศัยที่สามารถเป็นส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ โดยที่ทางสัญจรภายในบ้านจะเชื่อมโยงกันเป็นลูป โดยสามารถเดินขึ้นพื้นที่ชั้นสองผ่านทั้งบันไดที่อยู่บริเวณหน้าบ้าน หรือบันไดวนด้านหลังบ้านก็ได้เช่นเดียวกัน และเพื่อตอบรับกับความเป็น Family House ที่รองรับทุกเจนเนอเรชันของครอบครัวอย่างแท้จริง บ้านทุกหลังภายในโครงการ LUXE35 ยังถูกเสริมด้วยฟังก์ชันลิฟท์โดยสารที่มีขนาดกว้างมากพอที่ Wheelchair และผู้ดูแลจะโดยสารได้อย่างสะดวกสบาย
เมื่อขึ้นมาถึงส่วนอยู่อาศัยบริเวณชั้นสอง เราจะพบกับ Pantry ส่วนรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่นที่เปิดโล่งแบบ Open Plan เชื่อมพื้นที่ทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเปิดมุมมองให้พื้นที่ส่วน Living ทั้งหมด สามารถมองเห็นพื้นที่สวนทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน เชื่อมต่อให้ผู้อาศัยรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดมุมมองจากผนังกั้นห้อง
ส่วนพื้นที่นั่งเล่น สถาปนิกยังเพิ่มความรู้สึก โปร่งและโอ่อ่าให้กับบ้านด้วยการออกแบบพื้นที่ในลักษณะ Double Volume ที่มีเพดานสูงถึง 6.5 เมตร เชื่อมโยงพื้นที่ในทางตั้ง เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยชั้นบนยังสามารถมองเห็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในบริเวณด้านล่างได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินขึ้น ลง เหมือนบ้านทั่วไปที่เราเคยชิน ในส่วนนี้จึงถือว่าตอบโจทย์กลุ่มผู้อยู่อาศัยที่มีจำนวนสมาชิกภายในบ้านค่อนข้างมาก สร้างปฏิสัมพันธ์ให้เกิดขึ้น ในขณะที่ทุกคนในครอบครัวยังคงมีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับตนเอง
เมื่อแสงและลมธรรมชาติเป็นองค์ประกอบสำคัญของการมีชีวิต ภายในบ้านหลังนี้ ผู้ออกแบบจึงเลือกเปิดมุมมองด้วยการใช้กระจกทั้งด้านหน้า ด้านหลัง รวมถึงสกายไลท์ที่อยู่ด้านบน เพื่อดึงเอาแสงและลมธรรมชาติให้สามารถเข้าถึง สร้างความรู้สึกอบอุ่น เกิดการหมุนเวียนของอากาศ สร้างภาวะสบายให้บ้านน่าอยู่อาศัยและพร้อมใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

ในเรื่องของมุมมอง สถาปนิกยังนำแนวคิด ‘Inside out / outside In’ เข้ามาใช้ในการออกแบบ โดยเพิ่มขอบเขตของระเบียง แทรกด้วยสวนส่วนตัวขนาดเล็ก ทำให้บ้านชั้นสองดูมีขนาดกว้างมากกว่าที่ควรจะเป็น ในขณะที่เพิ่มความเป็นส่วนตัว บดบังสายตาจากบ้านข้างๆ ด้วยแผงกันแดดคอนกรีต และระแนงอลูมิเนียมที่ช่วยกรองแสง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มคาแรคเตอร์ให้บ้านภายในโครงการทั้ง 6 หลังมีความสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกัน
สำหรับชั้นสาม ถูกออกแบบเป็นห้องนอนสองห้องพร้อมด้วยห้องน้ำในตัว เนื่องด้วยตำแหน่งที่อยู่ใกล้ลิฟท์ สถาปนิกจึงตั้งใจออกแบบห้องนอนด้านหลังให้รองรับการใช้งานสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ พื้นของห้องนอนจึงออกแบบให้ราบเรียบ ปราศจากระดับ ไม่มีการกั้นส่วนพื้นที่อาบน้ำ รวมถึงออกแบบให้ขนาดห้องน้ำกว้างพอที่จะรองรับการใช้งานของรถเข็นได้อย่างสะดวก

เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนสุดอย่างชั้น 4 ถูกล้อมกรอบของความเป็นส่วนตัวสูงสุดด้วยฟังก์ชันห้องนอนมาสเตอร์ในลักษณะเพนท์เฮาส์ ที่ประกอบไปด้วยส่วนห้องนอนพร้อมระเบียงขนาดใหญ่  พื้นที่ Walk-in closet  ขนาดกว้างขวาง และห้องน้ำที่มีการกั้นส่วนอาบน้ำชัดเจนพร้อมอ่างจากุชชี่
ไม่เพียงความงามจากรูปลักษณ์ภายนอกที่จับต้องและสัมผัสได้แล้ว สเปซ แสงเงา รวมถึงธรรมชาติที่สถาปนิกออกแบบให้เกิดขึ้นภายในพื้นที่อยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนงานศิลปะที่สะท้อนภาพลักษณ์ของเจ้าของบ้านผ่านความสมบูรณ์แบบ และความปราณีตในทุกๆ รายละเอียด

Extra Large space for living ขนาดที่เพียงพอต่อความต้องการ

นอกเหนือจากฟังก์ชันครบครันรองรับคนทุกเจนเนอเรชันที่เราได้เล่าไปข้างต้นแล้ว ขนาดของพื้นที่แต่ละส่วนยังออกแบบให้เพียงพอต่อความต้องการของครอบครัวขยาย โดยไม่จำเป็นต้องต่อเติมเพิ่มหลังจากการอยู่อาศัย อย่างเช่น พื้นที่จอดรถ 4-6 คัน และยังคงมีพื้นที่เหลือสำหรับจอดบิ๊กไบค์ หรือจักรยานเสือหมอบ  พื้นที่นั่งรับประทานอาหาร 8-10 คน รองรับการปาร์ตี้ สังสรรค์ได้อย่างสะดวกสบาย พื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ ภายในพื้นที่ทุกตารางเมตรของบ้านล้วนมีประโยชน์ใช้สอย รองรับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนเมืองได้อย่างเต็มที่
ภาพจำของบ้านลักษณะแนวตั้งที่เราคุ้นเคยถูกลบไปจนหมดสิ้น และแทนที่ด้วยความโปร่ง โอ่โถงด้วยแสงและลมธรรมชาติที่ส่องเข้าถึงภายใน  ความสวยงามของเส้นสายสถาปัตยกรรมที่แสดงคาแรคเตอร์ของความหรูหราเอาไว้อย่างพอดิบพอดี  ฟังก์ชันการอยู่อาศัยที่รองรับสมาชิกทุกเจเนเรชัน พื้นที่สีเขียวและธรรมชาติที่ผู้อยู่อาศัยสัมผัสได้ภายในใจกลางเมือง สิ่งต่างๆ ที่เราได้กล่าวมาล้วนเป็นจุดเด่นของการออกแบบที่ทำให้โครงการนี้แตกต่าง เพื่อรองรับการอยู่อาศัยในลักษณะครอบครัวขยายได้สมกับความเป็น Family House ที่สมบูรณ์แบบ ภายใน
LUXE รัชดา-ลาดพร้าว 35 แห่งนี้

Avatar
Posted by:Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

Leave a Reply