OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

Ray’s Residence บ้านซอยแคบ ที่ขยายมุมมองผ่าน Spatial Sequence ของตึกแถว

  • Ray’s Residence บ้านซอยแคบ ที่ขยายมุมมองผ่าน Spatial Sequence ของตึกแถว

    Ray’s Residence บ้านซอยแคบ ที่ขยายมุมมองผ่าน Spatial Sequence ของตึกแถว

    Ray’s Residence บ้านซอยแคบ ที่ขยายมุมมองผ่าน Spatial Sequence ของตึกแถว บางครั้ง บ้านที่ดี อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการมีงบประมาณมากพอจะทำทุกอย่างได้อย่างใจ แต่เริ่มจากการรู้ว่า อะไรคือสิ่งสำคัญจริงสำหรับการใช้ชีวิต โดยเฉพาะในวันที่การสร้างบ้านหนึ่งหลัง ต้องเผชิญทั้งราคาวัสดุ ค่าก่อสร้าง และข้อจำกัดมากมาย การออกแบบจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงามอีกต่อไป แต่คือการจัดลำดับว่า อะไรควรลงทุน อะไรลดได้ และอะไรคือ คุณภาพของการอยู่อาศัย ที่ควรเก็บไว้ให้มากที่สุด? แต่สำหรับ Ray’s Residence โครงการรีโนเวตตึกแถวเก่า 3 คูหาแห่งนี้ในซอยจันทน์ สถาปัตยกรรมกลับเริ่มต้นจากคำถามที่เรียบง่ายแต่สำคัญมากว่า “ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ เราจะเลือกมองอะไรได้บ้าง?” แทนที่จะพยายามเปิดบ้านให้เห็นทุกอย่าง สถาปนิกกลับเลือก คัดสรร มุมมองอย่างตั้งใจ เปิดเฉพาะสิ่งที่ควรถูกมองเห็น และปิดสิ่งรบกวนสายตาออกไป จนเกิดเป็นบ้านและออฟฟิศที่ค่อย ๆ เปลี่ยนประสบการณ์ของการอยู่อาศัยในตึกแถวกลางเมือง ให้กลายเป็นพื้นที่ที่สงบ โปร่ง และมีลำดับทางอารมณ์มากขึ้นกว่าที่บริบทเดิมเคยเป็น โจทย์สำคัญของอาคารหลังนี้ คือข้อจำกัดด้านทัศนียภาพจากสภาพแวดล้อมเดิม ตัวอาคารใช้ผนังร่วมกับเพื่อนบ้านทั้งสองฝั่งและด้านหลัง ทำให้เหลือเพียงด้านหน้าที่สามารถเปิดรับแสงและมุมมองได้ แต่ในขณะเดียวกัน ด้านหน้านั้นกลับอยู่ติดกับถนนซอยแคบและบ้านฝั่งตรงข้ามในระยะที่ค่อนข้างประชิด จากการสำรวจบริบท สถาปนิกพบว่าบ้านฝั่งตรงข้ามไม่ได้มีเพียงตัวอาคาร แต่ยังมีช่วงของลานจอดรถและต้นไม้ใหญ่แทรกอยู่ภายในพื้นที่ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดสำคัญของโปรเจกต์นี้ นั่นคือการ…

  • Baan Janlekha บ้านพอดีตัว กับแนวคิดที่เปลี่ยนข้อจำกัด ของบ้านหลังเล็กสู่สเปซอยู่สบาย

    Baan Janlekha บ้านพอดีตัว กับแนวคิดที่เปลี่ยนข้อจำกัด ของบ้านหลังเล็กสู่สเปซอยู่สบาย

    Baan Janlekha บ้านพอดีตัว กับแนวคิดที่เปลี่ยนข้อจำกัด ของบ้านหลังเล็กสู่สเปซอยู่สบาย บางครั้ง บ้านที่ดี อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการมีงบประมาณมากพอจะทำทุกอย่างได้อย่างใจ แต่เริ่มจากการรู้ว่า อะไรคือสิ่งสำคัญจริงสำหรับการใช้ชีวิต โดยเฉพาะในวันที่การสร้างบ้านหนึ่งหลัง ต้องเผชิญทั้งราคาวัสดุ ค่าก่อสร้าง และข้อจำกัดมากมาย การออกแบบจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงามอีกต่อไป แต่คือการจัดลำดับว่า อะไรควรลงทุน อะไรลดได้ และอะไรคือ คุณภาพของการอยู่อาศัย ที่ควรเก็บไว้ให้มากที่สุด? Baan Janlekha บ้านที่เริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ของ Owner ถึงการเลือกที่จะสร้างบ้านเอง หรือ ซื้อบ้านจัดสรรดี? เมื่อเจ้าของบ้านซึ่งเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของสถาปนิกผู้ออกแบบ ที่เริ่มมองหาพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตในระยะยาวบนที่ดินของตัวเอง พร้อมงบประมาณก้อนเดียวที่มีอยู่ประมาณ 2 ล้านบาท สิ่งที่น่าสนใจคือ งบประมาณดังกล่าวไม่ได้ถูกใช้กับตัวบ้านทั้งหมด เพราะพื้นที่เดิมเป็นบ่อปลาเก่า ทำให้ต้องเสียค่าถมดินเพิ่มอีกหลายแสนบาท จนสุดท้ายงบก่อสร้างจริงเหลือเพียงประมาณ 1.4–1.6 ล้านบาท หรือเฉลี่ยราว 16,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับบ้านที่ต้องการคุณภาพพื้นที่และงานออกแบบที่ดีของทีมผู้ออกแบบจาก yindistudio แทนที่จะพยายามสร้างบ้านให้ดูใหญ่ หรือ หรูหรา สถาปนิกกลับเลือกใช้วิธีคิดอีกแบบ คือการทำบ้านที่พอดีตัว กับการใช้ชีวิตจริง ทั้งในแง่พื้นที่ งบประมาณ และการดูแลรักษาระยะยาว…

  • Mid-Year Review 8 เรื่องราวสถาปัตยกรรมรอบโลก ที่น่าติดตามที่สุดตลอดครึ่งปี 2026

    Mid-Year Review 8 เรื่องราวสถาปัตยกรรมรอบโลก ที่น่าติดตามที่สุดตลอดครึ่งปี 2026

    Mid-Year Review 8 เรื่องราวสถาปัตยกรรมรอบโลก ที่น่าติดตามที่สุดตลอดครึ่งปี 2026 ครึ่งปี 2026 ผ่านไปเร็วเหมือนตึกที่สร้างขึ้นข้ามคืน… บางโครงการสร้างเสร็จหลังรอคอยมาเกินศตวรรษ บางโครงการกำลังจะหายไปจากความทรงจำของเมือง บางโครงการเพิ่งเริ่มฝันบนกระดาษ และบางโครงการก็เคยฝันใหญ่กว่านี้ก่อนจะถูกย่อจนเหลือไม่ถึงสองเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ AI เขียนบทกวีได้ และยานอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ได้อีกครั้ง สถาปัตยกรรมยังคงเป็นศิลปะที่ใช้เวลานานที่สุดในการพิสูจน์ตัวเอง ตึกที่เริ่มออกแบบในยุคของปู่ทวด อาจเพิ่งสร้างเสร็จในรุ่นของหลาน ลองหยุดสักครู่ มาดูกันว่า 6 เดือนที่ผ่านมา โลกสถาปัตยกรรม หมุนไปทางไหนบ้าง? – Sagrada Família สร้างเสร็จแล้ว หลังรอมา 144 ปี  – Guggenheim Abu Dhabi ตึกสุดท้ายของ Frank Gehry – Empire State Building ถูกแทนที่โดย 262 Fifth Avenue  – Hatai โครงการแรกของ Heatherwick ในไทย  – White…

  • ANNUN คาเฟ่อุโมงค์ลมคอนกรีต ดื่มด่ำสุนทรียภาพใต้สกายไลท์ทรงกรวย

    ANNUN คาเฟ่อุโมงค์ลมคอนกรีต ดื่มด่ำสุนทรียภาพใต้สกายไลท์ทรงกรวย

    ANNUN คาเฟ่อุโมงค์ลมคอนกรีต ดื่มด่ำสุนทรียภาพใต้สกายไลท์ทรงกรวย เรามักจดจำว่าคอนกรีต คือวัสดุของเหลี่ยมและแท่ง เป็นกล่องที่ถูกถอดแบบมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน ซ้ำกันได้ไม่รู้จบ และยิ่งสมัยใหม่เท่าไหร่ก็ยิ่งเรียบและตรงเท่านั้น ลองเปิดมือถือดูฟีดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าการใช้คอนกรีตเปลือย กลายเป็นภาษากลางของคาเฟ่ทั่วประเทศ ผนังเทาเรียบ มุม 90 องศา และโมดูลที่ทำซ้ำได้แบบโรงงาน แต่ในระหว่างที่กระแสนี้กำลังขยายตัว มีคำถามที่คุณโจ้ พัชระ วงศ์บุญสิน สถาปนิกจาก POAR ได้ชวนคิดต่อว่า ถ้าคอนกรีตไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นกล่องอย่างเดียวล่ะ? ถ้ามันมีศักยภาพอีกแบบที่เรายังไม่ค่อยเคยปล่อยให้มันเป็น? ถ้าวัสดุที่เราคุ้นเคยที่สุดในงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ยังมีอีกหนึ่งใบหน้าที่ซ่อนอยู่หลังกระบวนการ และเราเพียงแต่ไม่เคยมองมัน? เมื่อยืนอยู่ใต้สกายไลท์ทรงกรวย ในอุโมงค์ลมคอนกรีตที่ดูเหมือนถูกหล่อด้วยมือธรรมชาติ ประสบการณ์ที่ ANNUN มอบให้คือประสบการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ เพราะแสงเปลี่ยน ลมเปลี่ยน ผิวคอนกรีตที่ดูต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของวัน เช้าๆ แสงจากกรวยตกลงเป็นมุมเฉียง สาดผ่านอุโมงค์ลมในแนวยาว ตอนกลางวัน แสงดิ่งลงมาเป็นวงกลมที่ชัดเจนบนพื้น เย็นๆ ลมจากบึงแรงขึ้น เพราะอุณหภูมิระหว่างน้ำกับอากาศต่างกันมากขึ้น เสียงที่ได้ยินในอาคารตอนเย็นจึงไม่ใช่เสียงเดียวกับเสียงตอนเช้า สถาปัตยกรรมที่ตั้งใจจะเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ย่อมต้องยอมรับว่าตัวมันเองก็จะเปลี่ยนไปตามธรรมชาตินั้นด้วย คอนกรีตที่ดูเทาๆ ในวันที่แดดจัด จะเปลี่ยนเป็นโทนอบอุ่นขึ้นในวันที่ฟ้าครึ้ม นี่อาจเป็นบทเรียนเงียบๆ ที่ ANNUN ฝากไว้ ในยุคที่คาเฟ่ส่วนใหญ่ออกแบบเพื่อให้ถ่ายรูปได้สวยใน…

  • “บ้าน” จุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่เราเลือกเอง

    “บ้าน” จุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่เราเลือกเอง

    “บ้าน” จุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่เราเลือกเอง “บ้าน” จุดเริ่มต้นของสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีที่เราเลือกเอง โอกาสในการสัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี ที่งาน ‘The Art of Refined Living ศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่ออกแบบได้’ อีเว้นท์สุดพิเศษที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างนาราสิริ (NARASIRI) แบรนด์บ้านเดี่ยวระดับ Legacy จากแสนสิริ และ Technogym มาร่วมกันถ่ายทอดนิยามของ “Luxury Wellness Ecosystem” ตั้งเเต่การนำเสนอ Sand Stone Collection โดย Technogym ไปจนถึงกิจกรรม Wellness Experience ที่จะจัดขึ้นเป็นเวลากว่า 3 เดือน ตั้งเเต่วันที่ 24 พ.ค. – 9 ส.ค. 2569 ที่โครงการนาราสิริทั้ง 4 ทำเล ได้แก่ กรุงเทพกรีฑา, บรมราชชนนี, บางนา กม.10 และ พหลฯ-วัชรพล โดยภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสกับหลากหลายกิจกรรม Wellness…

  • Kinetic Design นิยามใหม่ของ Workout Space ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต

    Kinetic Design นิยามใหม่ของ Workout Space ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต

    Kinetic Design นิยามใหม่ของ Workout Space ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดเรื่อง Wellness Living ไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีพื้นที่พักผ่อนสวยงาม หรือการเติมต้นไม้เข้าไปในบ้านเท่านั้น แต่กำลังขยับไปสู่การออกแบบวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงทั้งร่างกาย จิตใจ และสภาพแวดล้อมเข้าด้วยกันมากขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในพื้นที่ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดที่สุด คือพื้นที่ออกกำลังกายที่ครั้งหนึ่งเคยถูกแยกออกไปอยู่ในห้องเฉพาะ ถูกซ่อนอยู่หลังประตู หรือเต็มไปด้วยบรรยากาศแบบเครื่องจักรที่ตัดขาดจากพื้นที่พักผ่อนหลักของบ้านโดยสิ้นเชิง ภายในงาน PENT. X LUXURY INTERIORS : THE KINETIC SANCTUARY ที่จัดขึ้น ณ Upper Dec Showroom ได้มีการตั้งคำถามใหม่กับเรื่องนี้ ผ่านแนวคิดที่มองว่า การดูแลสุขภาพ ไม่ควรถูกแยกออกจากการใช้ชีวิตอีกต่อไป และบางที Home Gym อาจไม่จำเป็นต้องดูเหมือน ห้องฟิตเนส เสมอไปก็ได้ ภายใต้บรรยากาศของโชว์รูมที่รายล้อมไปด้วยวัสดุจากธรรมชาติ งานไม้ และเฟอร์นิเจอร์ระดับลักชูรี อุปกรณ์ออกกำลังกายจากแบรนด์ PENT. ถูกจัดวางราวกับเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือประติมากรรมชิ้นหนึ่งภายในบ้าน มากกว่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ออกแรงเพียงอย่างเดียวทั้งการเลือกใช้ไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม้วอลนัท ไม้โอ๊ค ไม้แอช หนังแท้อิตาลี…

  • CAVE KHAOYAI สเปซเอนกายใต้ทิวเขา ในบรรยากาศของถ้ำร่วมสมัย

    CAVE KHAOYAI สเปซเอนกายใต้ทิวเขา ในบรรยากาศของถ้ำร่วมสมัย

    CAVE KHAOYAI สเปซเอนกายใต้ทิวเขา ในบรรยากาศของถ้ำร่วมสมัย หากลองจินตนาการว่า ในวันที่มนุษย์เลือกกลับเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ใน ถ้ำ อีกครั้งพื้นที่พักพิงของเราจะมีหน้าตาแบบไหน? มันอาจไม่ใช่โพรงมืดทึบใต้ภูเขาเหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่ยังคงเก็บบางอย่างของการอยู่อาศัยดั้งเดิมเอาไว้ ทั้งความเงียบ ความสงบ ความรู้สึกปลอดภัย และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติรอบตัว มีสถาปัตยกรรมบางประเภทที่ไม่ได้พยายามสร้างความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกที่มองเห็นแต่เลือกจะค่อย ๆ เปิดเผยตัวเองผ่านจังหวะของการเดิน ผ่านแสงที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา ผ่านเงาของต้นไม้ที่เคลื่อนไหวอยู่บนผนัง หรือแม้แต่ผ่านความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติรอบตัวและนั่นคือบรรยากาศที่ CAVE KHAOYAI พยายามถ่ายทอดออกมาผ่านการตีความ ถ้ำใหม่ ให้กลายเป็นพูลวิลล่าร่วมสมัยท่ามกลางธรรมชาติเขาใหญ่ ที่ออกแบบโดย JUTI architects บางทีความงามของพื้นที่อาจไม่ได้อยู่ที่การออกแบบที่พยายามโดดเด่นที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนได้กลับไปอยู่ในสภาวะดั้งเดิมบางอย่างอีกครั้ง และนั่นคือสิ่งที่ CAVE KHAOYAI พยายามถ่ายทอดออกมาผ่านสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่หยิบเอา ถ้ำ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่พักพิงดั้งเดิมที่สุดของมนุษย์ มาตีความใหม่ให้กลายเป็นพูลวิลล่าท่ามกลางธรรมชาติเขาใหญ่ CAVE KHAOYAI เกิดขึ้นจากการตั้งคำถามที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของผู้ออกแบบว่า หากมนุษย์ถ้ำยังดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบัน บ้านของพวกเขาจะมีหน้าตาแบบไหน?คำถามดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบที่ไม่ได้หยิบ ถ้ำ มาใช้เพียงในเชิงรูปทรง แต่ตีความไปถึงบรรยากาศ สัญชาตญาณ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในยุคดั้งเดิม ก่อนจะถ่ายทอดทั้งหมดออกมาผ่านสถาปัตยกรรมที่สงบ เรียบง่าย และเต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหา ท่ามกลางภูมิทัศน์ของเขาใหญ่ที่เต็มไปด้วยแนวภูเขา ก้อนหิน และพรรณไม้ธรรมชาติ ถ้ำ…

  •  รู้จัก “Type 1 Architecture” กับทฤษฎีปี 1964 ที่บอกว่าตึกระฟ้า คือสถาปัตยกรรมของอารยธรรมที่ยังไม่ก้าวหน้า

     รู้จัก “Type 1 Architecture” กับทฤษฎีปี 1964 ที่บอกว่าตึกระฟ้า คือสถาปัตยกรรมของอารยธรรมที่ยังไม่ก้าวหน้า

     รู้จัก “Type 1 Architecture” กับทฤษฎีปี 1964 ที่บอกว่าตึกระฟ้า คือสถาปัตยกรรมของอารยธรรมที่ยังไม่ก้าวหน้า ลองเปิดมือถือ เสิร์ช Google ภาพ “เมืองในอนาคต” ดูสักครั้ง สิ่งที่ขึ้นมาจะเหมือนกันหมด ตึกสูงระยับ กระจกสะท้อนแสง โดรนวิ่งกลางอากาศ ทางเดินลอยฟ้าเชื่อมตึกแต่ละหลังเข้าด้วยกัน ภาพแบบนี้ฝังอยู่ในหัวเรามาตั้งแต่เด็ก ตึกสูงคือคำตอบของคำถามว่า “ความเจริญหน้าตาเป็นยังไง?” สำหรับคนยุคของเรา แต่ถ้าวันหนึ่งมีคนบอกว่า ตึกสูงไม่ใช่ภาพของอนาคต แต่เป็นร่องรอยของยุคที่เรายังขาดอะไรบางอย่าง… เราจะเชื่อหรือเปล่า? นี่คือสิ่งที่ Eirini Makarouni สถาปนิกจากเอดินบะระ ได้นำเสนอแนวคิดที่น่าสนใจลงใน Architizer Journal เธอใช้ทฤษฎีจากวงการดาราศาสตร์ ซึ่งเป็นทฤษฎีอายุ 60 ปีที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยิน มาช่วยให้เราเห็นภาพชัดในแบบที่อาจเปลี่ยนวิธีมองตึกสูงไปเลย วันนี้ผมเลยอยากพาทุกคนมารู้จักกับแนวคิด “Type 1 Architecture” กันให้มากขึ้น ในปี 1964 นักดาราศาสตร์ชาวโซเวียตชื่อ Nikolai Kardashev เสนอวิธีง่ายๆ ที่ใช้วัดว่า “อารยธรรมหนึ่ง ก้าวหน้าแค่ไหน” เขาใช้แค่ตัวแปรเดียว “ใช้พลังงานได้มากแค่ไหน?”…

  • DTGO CampUs นิยามใหม่ของ Workplace ที่เชื่อมต่อการทำงาน การเรียนรู้ วิถีชีวิตเข้าด้วยกัน

    DTGO CampUs นิยามใหม่ของ Workplace ที่เชื่อมต่อการทำงาน การเรียนรู้ วิถีชีวิตเข้าด้วยกัน

    DTGO CampUs นิยามใหม่ของ Workplace ที่เชื่อมต่อการทำงาน การเรียนรู้ วิถีชีวิตเข้าด้วยกัน ในวันที่สถาปัตยกรรมของพื้นที่ทำงานกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทจาก สถานที่สำหรับทำงาน ไปสู่การเป็น สภาพแวดล้อมสำหรับการใช้ชีวิต อาคารสำนักงานร่วมสมัยจำนวนมากจึงเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า Workplace ในอนาคตควรสร้างเพียงประสิทธิภาพในการทำงาน หรือควรสร้างคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนไปพร้อมกันด้วยDTGO CampUs อาคารที่ได้รับรางวัล 2024 Award จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) ในหมวด Cultural and Sustainability Category รางวัลที่สะท้อนให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” ในงานสถาปัตยกรรมปัจจุบัน อาจไม่ได้หมายถึงเพียงเทคโนโลยีหรือประสิทธิภาพด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความรู้สึก และวิธีการใช้ชีวิตของผู้คนในระยะยาวด้วย แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกมาผ่าน DTGO CampUs อาคารสำนักงานใหญ่ที่พยายามตีความคำว่า Workplace ใหม่ ให้ใกล้เคียงกับ มหาวิทยาลัย และ บ้าน มากกว่าออฟฟิศองค์กรทั่วไป ผ่านสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงธรรมชาติ การเรียนรู้ การพักผ่อน และการทำงานเข้าไว้ด้วยกันภายในสภาพแวดล้อมเดียว สถาปัตยกรรมที่เริ่มนิยาม คุณภาพชีวิต ไปพร้อมกับ ประสิทธิภาพการทำงาน …

  • The Breathable Space เมื่อสถาปัตยกรรมต้องหายใจได้ เพื่อการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยกว่า

    The Breathable Space เมื่อสถาปัตยกรรมต้องหายใจได้ เพื่อการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยกว่า

    The Breathable Space เมื่อสถาปัตยกรรมต้องหายใจได้ เพื่อการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยกว่า ในวันที่เรานั่งทำงานในห้องเดิมทั้งวัน กลับบ้านไปเจออากาศเดิม ๆ และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกล่องที่เรียกว่าอาคาร เราอาจคุ้นเคยกับคำว่า Comfort ในฐานะความเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศ หรือการจัดวางฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต แต่แทบไม่เคยตั้งคำถามเลยว่า อากาศในอาคารที่เราใช้หายใจอยู่ทุกวันนั้น มีคุณภาพดีพอสำหรับร่างกายของเราจริงหรือไม่? คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่แค่ เราจะทำให้มันสวยหรือใช้งานดีแค่ไหน แต่คือ พื้นที่เหล่านี้กำลังส่งผลอะไรกับร่างกายของเราในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์แทบทั้งหมดถูกย้ายเข้ามาอยู่ภายในอาคาร Talk “The Breathable Space” ที่บูธ AGRO ในงานสถาปนิก’69 จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเรื่องราวจากงานดีไซน์ แต่เริ่มจาก ลมหายใจที่ค่อย ๆ พาเราไล่เรียงไปตั้งแต่ระดับผังอาคาร ไปจนถึงระดับโมเลกุลของวัสดุ เพื่อหาคำตอบร่วมกันว่า สถาปัตยกรรมที่ดีในวันนี้ ควรทำให้คน อยู่สบาย หรือจริง ๆ แล้วต้องทำให้คน อยู่ได้อย่างปลอดภัย กันแน่ การออกแบบอากาศที่ชวนคำนึงถึงในระดับ Macro และ Micro เมื่อลมหายใจกลายเป็นโจทย์หลัก การออกแบบจึงไม่สามารถมองแค่ระดับใดระดับหนึ่งได้อีกต่อไป แต่ต้องทำงานพร้อมกันในหลายสเกล ตั้งแต่ภาพใหญ่ของอาคาร ไปจนถึงรายละเอียดเล็กที่สุดของวัสดุที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นพื้นที่ ในระดับ Macro อาจารย์ธีรชัยอธิบายว่า…