OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

แปลความจากรังนก เพื่อบ้านที่กกกอดลูกเล็ก The Nest House

  • แปลความจากรังนก เพื่อบ้านที่กกกอดลูกเล็ก The Nest House

    แปลความจากรังนก เพื่อบ้านที่กกกอดลูกเล็ก The Nest House

    แปลความจากรังนก เพื่อบ้านที่กกกอดลูกเล็ก The Nest House เพราะเคยอยู่บ้านชั้นเดียวมาก่อน..จึงรู้ดีที่สุดว่าลูกน้อยต้องการพื้นที่ในการเติบโต The Nest House เป็นบ้านแสนอบอุ่นที่สองสามีภรรยาชาวเวียดนามตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อให้ครอบครัวของพวกเขาซึ่งประกอบไปด้วยลูกๆวัยน่ารักได้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมีความสุขทุกขณะ พื้นที่ขนาด 4.5 x 16 ตร.ม. คือความท้าทายที่ Ho Khue Architects สถาปนิกผู้ได้รับมอบหมายให้ออกแบบรังแสนสุขแห่งนี้ต้องพบเจอ เริ่มจากความประทับใจในภาพการเล่นเปียโนคู่กันระหว่างคุณพ่อกับลูกสาว คอนเซ็ปต์ “รังนก” จึงเกิดขึ้นในใจดีไซเนอร์ เป็นผลให้ทิศทางการออกแบบหลังจากนั้นวนเวียนไม่ห่างจากคำสำคัญคำนี้ และแน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้หากกล่าวถึงรังนก ก็ถือต้นไม้ใบหญ้าที่รายล้อมนั่นเอง พื้นที่ครึ่งหนึ่งของที่ดินถูกใช้เพื่อก่อสร้างเป็นอาคารสามชั้นแบบมินิมอล และส่วนที่เหลือก็ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นพื้นที่สีเขียวที่ไม่ได้อยู่แค่บนพื้นดินเพียงชั้นเดียว ทว่ายังถูกขยับขยายขึ้นมาในแนวดิ่งจนถึงชั้นบนอีกด้วย ฟีเจอร์หนึ่งที่เราเชื่อว่าน่าจะเป็นจุดดึงดูดสายตาของผู้ผ่านไปผ่านมาทุกคู่ก็คือโครงสร้างแปลกตาและกล่องลอยฟ้าหน้าบ้าน ซึ่งหากมองลงไปในความหมายที่ดีไซเนอร์ต้องการสื่อสารแล้ว โครงสร้างเช่นนี้ก็มิได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อความหวือหวาเพียงอย่างเดียว ทว่ามันกลับสะท้อนถึงโครงสร้างของไม้ใหญ่ที่รับน้ำหนักรังนกไว้ได้อย่างแยบยลอีกด้วย มาดูกันในแง่มุมของวัสดุที่เลือกใช้ ความน่าตื่นเต้นของประเด็นนี้อยู่ตรงที่หลากหลายพื้นผิวของตัวบ้านล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมภายในเมืองโบราณฮอยอันซึ่งเจ้าของเคยได้ใช้ชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหลังคาแบบดั้งเดิม หรือวงกบและประตูไม้ที่มีลักษณะจำเพาะ กลิ่นอายเมืองโบราณเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับคอนเซ็ปต์รังนกที่สถาปนิกคิดไว้ สำหรับเราแล้ว The Nest House นั้นเป็นบ้านอีกหนึ่งหลังที่เชิญชวนให้เรารู้สึกอยากเข้าไปเยี่ยมชมภายใน น่าอิจฉาเด็กๆเหลือเกินที่จะได้เติบโตขึ้นมากับวันคืนในบ้านรังนกแสนอบอุ่นที่พ่อแม่ของพวกเขาตั้งใจมอบให้เช่นนี้ Project Name: The Nest HouseArchitect: Ho Khue ArchitectsArea : 150…

  • ZGC International Innovation Center ศูนย์นวัตกรรมที่ blend ธรรมชาติ และมนุษย์สร้าง ด้วยผืนหลังคาสีเขียว

    ZGC International Innovation Center ศูนย์นวัตกรรมที่ blend ธรรมชาติ และมนุษย์สร้าง ด้วยผืนหลังคาสีเขียว

    ZGC International Innovation Center ศูนย์นวัตกรรมที่ blend ธรรมชาติ และมนุษย์สร้าง ด้วยผืนหลังคาสีเขียว หากพูดถึง “สถาปัตยกรรมยั่งยืน” สิ่งแรกที่ผู้คนน่าจะนึกถึงอาจคือการออกแบบ และการสร้างสิ่งปลูกสร้างที่สามารถรักษาคุณค่าในด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจได้ในระยะยาว โดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ หรือสภาพแวดล้อม แต่จะเป็นอย่างไรหากสถาปัตยกรรมยั่งยืน ถูกแสดงออกมาในรูปแบบของสิ่งปลูกสร้างที่ผสานตัวเข้าไปกับสภาพแวดล้อมของธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน  ZGC Forum หรือ ZGC International Innovation Center อาคารประชุมระดับนานาชาติที่มีแนวคิดหลักในการผลักดันนวัตกรรม และเทคโนโลยี บนพื้นที่จงกวนชุน เขตไห่เตี้ยน ของกรุงปักกิ่ง พื้นที่ที่ผสมผสานธรรมชาติ และประวัติศาสตร์เข้ากับความทันสมัย และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี บนพื้นที่ที่ใกล้กับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง ภูเขา Yuquan พระราชวังฤดูร้อน และสวน Yuanmingyuan อีกทั้งอาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่การศึกษาชื่อดังอย่าง มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และมหาวิทยาลัย Tsinghua จงกวนชุนเป็นที่รู้จักในชื่อซิลิคอนแวลลีย์ ซึ่งถือเป็นย่านศูนย์กลางเทคโนโลยีที่สำคัญที่มีบริษัทสตาร์ทอัพ และสถาบันวิจัยหลายแห่งภายในพื้นที่  ผสานธรรมชาติ สภาพแวดล้อม และกิจกรรมของมนุษย์ ด้วยสถาปัตยกรรมหลังคาสีเขียว  สถาบัน ZGC Forum แห่งนี้เริ่มก่อตั้งในปี…

  • พบดีไซน์ที่สะท้อนชีวิตคุณ แอริ สุขุมวิท – บางนา กม.5 MY PLACE MY ATTITUDE บ้านเพื่อทุกความเป็นตัวเอง เอกสิทธิ์เพียง 40 ครอบครัว

    พบดีไซน์ที่สะท้อนชีวิตคุณ แอริ สุขุมวิท – บางนา กม.5 MY PLACE MY ATTITUDE บ้านเพื่อทุกความเป็นตัวเอง  เอกสิทธิ์เพียง 40 ครอบครัว

    พบดีไซน์ที่สะท้อนชีวิตคุณ แอริ สุขุมวิท – บางนา กม.5 MY PLACE MY ATTITUDE บ้านเพื่อทุกความเป็นตัวเอง เอกสิทธิ์เพียง 40 ครอบครัว เพราะคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัยย่อมต้องมีงานดีไซน์เข้ามามีส่วนในการสร้างสรรค์พื้นที่ให้ตอบโจทย์กับประสบการณ์ใช้งานพร้อมความงามที่มอบคุณค่าทางใจ เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับ ‘AIRI SUKHUMVIT-BANGNA KM.5’ (แอริ สุขุมวิท – บางนา กม.5) โครงการบ้านใหม่จากอนันดา และความพิเศษที่ถูกออกแบบมาตั้งแต่ตัวแบรนด์ ถ่ายทอดดีเอ็นเอสู่การอยู่อาศัยที่งดงามเหนือกาลเวลาและเข้าใจความเป็นอยู่ของคนเมือง เริ่มต้นจากการทำความรู้จักกับแบรนด์ ‘AIRI’ (แอริ) กันก่อน โดย STYLISH / MODERN / DISTINCTIVE / ELEGANT เป็น 4 คำสำคัญที่บอกเล่าความเป็น AIRI ได้มากที่สุด – STYLISH ความพิเศษในการเลือกและออกแบบทุก ๆ รายละเอียดให้มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร – MODERN ความเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยสไตล์เหมาะกับการใช้ชีวิตที่ทันสมัย – DISTINCTIVE ทำเลของโครงการและการจัดพื้นที่ใช้สอยที่ให้ความเป็นส่วนตัว…

  • Saiimaii House บ้านซ่อนจั่วแอบใต้ถุน ผูกสเปซสานสัมพันธ์

    Saiimaii House บ้านซ่อนจั่วแอบใต้ถุน ผูกสเปซสานสัมพันธ์

    Saiimaii House บ้านซ่อนจั่วแอบใต้ถุน ผูกสเปซสานสัมพันธ์ Saiimaii House ผลงานออกแบบล่าสุดของสตูดิโอ La/te/st ถ่ายทอดเรื่องราวให้หวนนึกถึงบ้านไม้เก่าที่คุ้นเคย ผ่านรูปลักษณ์และองค์ประกอบสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ฟังก์ชันยืดหยุ่นออกแบบเพื่อรองรับความต้องการสมาชิกสองย่างสามรุ่นโดยยังคงไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัวและคงความเป็นสัดส่วนได้อย่างลงตัว ผู้ออกแบบจัดวางสเปซเล่นกับมุมมองภายในสู่ภายนอก หยิบยืมทิวทัศน์ภายนอกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างบ้านหลังใหม่และบ้านหลังเก่าที่เต็มไปด้วยความทรงจำ อัดแน่นอยู่ในหีบห่อโฉมใหม่พื้นที่สี่ร้อยตารางเมตรแห่งนี้ รูป 1 Saiimaii House โดย La/te/st ถ่ายโดย Rungkit Charoenwat ภาพจาก https://www.facebook.com/latest.bkk บ้านเกษมยามเกษียณ Saiimaii House พื้นที่ 400 ตร.ม. บนที่ดินขนาด 400 ตร.วา รายล้อมด้วยบ้านเดี่ยวในย่านสายไหม บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นบ้านพักยามเกษียณและเตรียมพร้อมรอรับการขยับขยายของครอบครัวลูก ๆ ในอนาคต โจทย์สำคัญงานออกแบบในครั้งนี้คือการสร้างปฏิสัมพันธ์ด้านมุมมองในสเปซต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการจัดวางฟังก์ชันเสริมความเป็นส่วนตัวให้กับสมาชิกในครอบครัว โดยสามารถเปิดเชื่อมไปยังบ้านหลังเก่าที่อยู่ทางด้านหลังทางตะวันตกได้ สู่การออกแบบผังบ้านสองชั้นจัดวางรูปตัว U ล้อมคอร์ทยาร์ดทางทิศเหนือเพื่อรับแสงและลม ฟาสาดทรงกล่องจากด้านหน้าให้ความรู้สึกทันสมัยโดยพรางทรงจั่วของโถงประธานของอาคารเอาไว้ ส่วนบนของฟาสาดตัดด้วยสีเทาเข้มลวงตาให้อาคารดูสูงกลมกลืนไปกับบ้านข้างเคียง และยังเป็นการเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับตัวอาคารอีกด้วย รูป 3 และ 4 (ซ้าย) ฟาสาดไม้สักเทียม…

  • Songkhla Aquarium and Marine Conservation Center สถาปัตยกรรมที่ให้ปลาเป็นใหญ่ในอควาเรียม

    Songkhla Aquarium and Marine Conservation Center สถาปัตยกรรมที่ให้ปลาเป็นใหญ่ในอควาเรียม

    Songkhla Aquarium and Marine Conservation Center สถาปัตยกรรมที่ให้ปลาเป็นใหญ่ในอควาเรียม ในสายตาของชาวโลก เชื่อได้เหลือเกินว่าภาพของท้องทะเลสีฟ้าครามคงเป็นภาพแรกๆที่ใครหลายคนนึกถึงเมื่อได้ยินชื่อประเทศไทย ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่มีเขตติดต่อกับทั้งชายฝั่งอันดามันและอ่าวไทยเป็นแนวยาวตลอดด้ามขวาน สำนึกหน้าที่จึงถูกปลูกฝังในใจเราอยู่กลายๆว่าการอนุรักษ์หวนแหนธรรมชาติทางทะเลนั้นเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของชาวสยามประเทศทุกคน สำหรับน้องโบว์ลิ่ง ภัณฑิรา บุญประภากร สายน้อยบัณฑิตจบใหม่จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งชื่นชอบความสวยงามแปลกตาของเหล่าปลาน้อยใหญ่ใต้ท้องทะเลเป็นชีวิตจิตใจแล้ว เมื่อถึงคราวต้องทำวิทยาพนธ์ในชั้นปีสุดท้าย เธอจึงสร้างสรรค์ Songkhla Aquarium and Marine Conservation Center ศูนย์จัดแสดงและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ทะเลสงขลา ขึ้นมาเป็นหัวข้อสำหรับธีสิสก่อนจบของเธอนั่นเอง นอกจากแพสชั่นส่วนตัวที่มีต่อโลกใต้สมุทรแล้ว โบว์ลิ่งยังมีเหตุผลระดับสังคมที่คอยซัพพอร์ตการสร้างโครงการของเธออีกมากมายหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นการเล็งเห็นปัญหาการเกยตื้นของสัตว์น้ำที่เกิดจากกิจกรรมน้ำมือมนุษย์ หรือแผนแม่บทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องการจัดการให้ทรัพยากรถูกใช้อย่างมีคุณค่ามากที่สุด เหตุทั้งหมดที่กล่าวถึงไปเมื่อข้างต้นนี้ นำมาสู่วัตถุประสงค์ในการสร้างโครงการขึ้นมาทั้งหมดสามข้อหลักๆ ได้แก่ 1.เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้ความรู้และความเข้าใจในเรื่องของสัตว์ทะเล2.เพื่อรักษาและฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งทะเล3.เพื่อเป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์และให้ความช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากในยามเจ็บป่วย เริ่มต้นทำความรู้จักกับโครงการ Songkhla Aquarium and Marine Conservation Center กันจากสถานที่ตั้งที่โบว์ลิ่งเลือกมาเป็นอย่างดีกันก่อนเป็นประการแรก เธอบอกกับเราว่าสาเหตุที่ปักหมุดไว้ยังจังหวัดสงขลานั้นเป็นเพราะมีเขตติดต่อกับท้องทะเลฝั่งอ่าวไทย สำหรับโครงการประเภทเดียวกันนี้ทางฝั่งอันดามันนั้นมีอยู่ ณ จังหวัดภูเก็ตอยู่แล้ว โบว์ลิ่งจึงอยากเติมเต็มประโยชน์ให้อีกหนึ่งชายฝั่งที่เหลือของประเทศเราดูบ้าง และที่เหนือไปกว่านั้น ปัจจุบันที่สงขลายังมีศูนย์วิจัยทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่างเปิดทำการอยู่แล้ว ซึ่งโบว์ลิ่งมองไกลไปว่าในอนาคตโครงการของเธออาจสามารถร่วมพันธกิจกับศูนย์วิจัยแห่งนี้ได้ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ทำเลที่เธอเลือกจึงเป็นที่ดินผืนใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมถนนติณสูลานนท์ เคียงข้างกับศูนย์วิจัย และรายล้อมไปด้วยย่านสถานศึกษา…

  • KAAN RESTUARANT ร้านอาหารริมแม่น้ำแคว ที่ให้ความเคารพแม่น้ำและธรรมชาติผ่านกำแพงหินสีน้ำผึ้ง

    KAAN RESTUARANT ร้านอาหารริมแม่น้ำแคว ที่ให้ความเคารพแม่น้ำและธรรมชาติผ่านกำแพงหินสีน้ำผึ้ง

    KAAN RESTUARANT ร้านอาหารริมแม่น้ำแคว ที่ให้ความเคารพแม่น้ำและธรรมชาติ ผ่านกำแพงหินสีน้ำผึ้ง ในอดีตบ้านของผู้คนจะหันหน้าไปหาแม่น้ำเสมอ เพราะพาหนะหลักที่ใช้เดินทางคือเรือ และสนามหน้าบ้านในสมัยนั้นก็จะเป็นท่าเรือแทน นี่คือวิถีชีวิตริมแม่น้ำแคว แต่เมื่อเวลาผ่านไป การสัญจรก็ถูกเปลี่ยนเป็นมีผู้ใช้รถมากกว่าใช้เรือ หรือแพ อาคารหลังนี้จึงมีการเข้าถึง (Approach) หลักให้กับทั้งสองด้านของร้านอาหาร เพราะหน้าที่ของร้าน KAAN RESTAURANT เปรียบเหมือนทั้งห้องรับรองแขก และห้องทานข้าวไปด้วยกัน ซึ่งออกแบบโดย PHTAA ที่เราคุ้นเคยกันนี่เอง – Blend in context กลมกลืนไปกับบริบทด้วยวัสดุพื้นถิ่น    ริมแม่น้ําเป็นจุดที่นักออกแบบต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก เพราะมีความสำคัญไม่ว่าจะเป็นความสมบูรณ์ของธรรมชาติ หรือการพัฒนาเชิงพื้นที่ใช้สอยให้ได้รับวิวที่ดีที่สุด โดยเราได้เห็นความพยายามของสถาปนิกในการสร้างสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น ด้วยการออกแบบอาคารให้เตี้ยลงและกลมกลืนกับบริบทของธรรมชาติ เพื่อไม่ให้กีดขวางทัศนียภาพริมน้ำ แต่ก็ยังคงสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ริมน้ำอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกิจกรรมนันทนาการ ช่น ล่องแพ พายเรือ ที่จะช่วยเชื่อมโยงกับกิจกรรมอื่นๆ ในพื้นที่ได้อย่างลงตัว   นอกจากนี้ การใช้วัสดุธรรมชาติที่มีความแข็งแรง เช่น หินแม่น้ำสีน้ำผึ้ง ยังช่วยเสริมความทนทานให้กับโครงสร้างและการออกแบบ โดยไม่ต้องเสียสละความสวยงามของธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดเด่นของพื้นที่นี้  อีกทั้งหินกรวดแม่น้ำสีน้ำผึ้งมีความคงทนมากกว่า ทำให้น้ำซึมเข้าไปได้ยาก อีกทั้งยังเป็นหินแร่สำคัญที่มีสีเฉพาะตัวที่ขุดขึ้นมาโดยเฉพาะในจังหวัดกาญจนบุรี สร้างความกลมกลืน กับธรรมชาติรอบตัวนั่นเอง…

  • Apartment Rungestrasse จากออฟฟิศยุคก่อนสงคราม สู่อพาร์ทเม้นท์สวยงามข้ามสมัยนิยม

    Apartment Rungestrasse จากออฟฟิศยุคก่อนสงคราม สู่อพาร์ทเม้นท์สวยงามข้ามสมัยนิยม

    Apartment Rungestrasse จากออฟฟิศยุคก่อนสงคราม สู่อพาร์ทเม้นท์สวยงามข้ามสมัยนิยม วันนี้เราอยากลองชวนคุณมาลองจินตนาการกันดูสักนิดว่าหากจะต้องรีโนเวทออฟฟิศที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ราวต้นทศวรรษ 1930s หน้าตาของมันจะเป็นอย่างไรหากในวันนี้โอนเนอร์มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนมันเป็นอพาร์ทเม้นท์ยูนิตหนึ่ง โดยส่วนตัวเราแล้ว..ขอสารภาพตรงนี้เลยว่าเราจินตนาการไม่ออก อาคารยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สองหลังนี้ตั้งอยู่ในเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี การต้องทำงานกับสเปซที่มีลักษณะเปิดโล่งกลายเป็นความท้าทายประการแรกของ FAR frohn&rojas บริษัทสถาปนิกผู้รับหน้าที่ออกแบบ Apartment Rungestrasse แห่งนี้ไปโดยปริยาย ประเด็นสำคัญที่พวกเขายึดมั่นไว้ก็คือการรักษาสภาพ open plan และหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกพื้นที่ออกเป็นห้องเล็กห้องน้อยที่ตัดขาดออกจากกัน เมื่อโจทย์ถูกตั้งต้นมาเช่นนี้ องค์ประกอบหลักที่ดีไซเนอร์ใช้ในการจัดโซนนิ่งต่างๆจึงกลายเป็นการจัดแบ่งแบบไร้รอยต่อตามช่วงเสานั่นเอง พื้นที่ทั้งยูนิตเติมเต็มความกว้างทั้งหมด 5 เบย์ แบ่งออกได้เป็นเส้นแบ่งของ 5 โปรแกรมหลักๆ ได้แก่ cooking area, work space, bathroom, living area และ bedroom นั่นเอง ซึ่งนอกจากจะมีพื้นที่ทั้งฟลอร์เป็นของตัวเองแล้ว ความสูงจากพื้นถึงเพดานยังเอื้ออำนวยให้สถาปนิกสามารถสร้างชั้นลอยขึ้นไปอีกหนึ่งระดับเพื่อเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยให้มากขึ้นได้ด้วยเช่นกัน โปรแกรมที่ดูจะโดดเด่นอยู่สักหน่อยบนชั้นนี้ก็คือพื้นที่สำหรับวางเตียง โดยการจะขึ้นไปถึงได้นั้น user สามารถใช้งานบันไดเวียนที่ถูกจัดวางไว้ในเบย์ที่ 2 นับจากทางทิศเหนือได้อย่างสะดวกสบาย อีกองค์ประกอบไฮไลท์ของอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ที่ไม่กล่าวถึงคงไม่ได้คือ “โดมทั้งสาม” ที่ได้รับการติดตามไว้อย่างโดดเด่นเป็นสง่าตลอดแนวความยาว สำหรับเราแล้ว เมื่อเห็นโดมทั้งสามในแวบแรกนั้น เรายังคงงงงวยกับฟังก์ชั่นของพวกมันอยู่สักพัก จนกระทั่งได้ศึกษาดูดีๆแล้วถึงพบว่าแท้จริงแล้วพวกมันคือโคมไฟขนาดยักษ์นั่นเอง…

  • CHENhaus บ้านไม้ฟีลอบอุ่น ด้วยเทคนิคญี่ปุ่นโบราณกับรูปแบบหลังคาบ้านญี่ปุ่นร่วมสมัย

    CHENhaus บ้านไม้ฟีลอบอุ่น ด้วยเทคนิคญี่ปุ่นโบราณกับรูปแบบหลังคาบ้านญี่ปุ่นร่วมสมัย

    CHENhaus บ้านไม้ฟีลอบอุ่น ด้วยเทคนิคญี่ปุ่นโบราณกับรูปแบบหลังคาบ้านญี่ปุ่นร่วมสมัย บ้านไม้สำเร็จรูป ที่สามารถช่วยประหยัดระยะเวลาการก่อสร้างอีกหนึ่งรูปแบบที่พักอาศัยที่เหมาะสมกับความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายด้วยงบประมาณที่ควบคุมได้ง่าย การก่อสร้างที่ใช้เวลาน้อยกว่าการสร้างบ้านโดยทั่วไป ด้วยโครงสร้างเหล็ก หรือวัสดุสังเคราะห์ที่มีรูปแบบให้เลือกอย่างจำกัด จึงมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกัน CHENhaus ผลงานการออกแบบจากเทคนิคการก่อสร้างเฉพาะตัวด้วย ”ระบบเสาคานไม้แบบญี่ปุ่นแท้ดั้งเดิม”ของ Timbercharm โดยมีจุดเริ่มต้นจากทางเจ้าของบ้านที่มีความชื่นชอบ และความประทับใจต่อผลงานการออกแบบของทีม Timbercham ด้วยเอกลักษณ์ของบ้านไม้ที่มีการใช้โครงสร้างไม้แบบญี่ปุ่น บวกกับความต้องการพื้นที่ใช้สอยสำหรับผู้อยู่อาศัย 3 คน อย่างคุณพ่อคุณแม่วัยเกษียณ และลูกสาววัยทำงานที่คอยดูแลครอบครัวไปด้วย จึงกลายมาเป็นบ้านที่มีแนวคิดที่แตกต่างออกไป ด้วยวิธีการเลือกใช้วัสดุอย่างไม้ญี่ปุ่นมาต่อยอด พร้อมการออกแบบที่พัฒนามาจากระบบบ้านโบราณของญี่ปุ่น เช่น พื้นบ้านที่ถูกยกสูงขึ้น พื้นที่ภายในที่ถูกออกแบบมาให้มีพื้นที่ว่างพร้อมให้แสงและอากาศสามารถผ่านเข้าไปได้ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อกันมา พร้อมเทคนิคเข้าไม้แบบญี่ปุ่นยังเป็นองค์ความรู้ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างไม้ เพราะเป็นการเข้าไม้แบบไม่ต้องใช้ตะปูหรือกาว ใช้การตัดไม่เป็นชิ้นๆ นำมาประกอบกันทำให้แนบสนิทราวกับเป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก และถือเป็น “งานศิลปะและการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์แบบเดิม” อีกด้วย   ส่วนสำคัญของบ้านทั้งหมดถูกสร้างด้วยไม้ฮิโนกิทั้งหลัง และผสมผสานกับวัสดุร่วมสมัยที่ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานอย่าง#หลังคา จากแผ่นเมทัลชีท #COLORBONDsteel สี Posh Grey ของ (BlueScope) บลูสโคป ด้วยสีสันและรูปสัมผัสที่เติมเต็มกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น โดยเลือกลอนแบบ Seamless แบบซ่อนสกรู ที่นอกจากลุคที่ดูเรียบหรู ยังเป็นแบบที่ตัดปัญหาเรื่องน้ำรั่วซึมได้อย่างดี    ด้วยแนวคิดของ Timbercharm…

  • House in Muko บ้านรูปร่างประหลาด แต่ยังมีคอร์ทยาร์ดตามขนบญี่ปุ่น

    House in Muko บ้านรูปร่างประหลาด แต่ยังมีคอร์ทยาร์ดตามขนบญี่ปุ่น

    House in Muko บ้านรูปร่างประหลาด แต่ยังมีคอร์ทยาร์ดตามขนบญี่ปุ่น ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ภาพบรรยากาศบ้านเมืองที่มีกลิ่นอายของวิถีกสิกรรมซึ่งฝังรากลึกมาอย่างยาวนานในเมืองมุโกะ จังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นนั้น ถูกพลิกโฉมจนเปลี่ยนแปลงไปมาก จากพื้นที่เพาะปลูกแซมด้วยที่พักอาศัยซึ่งเอื้ออำนวยต่อการเลี้ยงชีพ ถูกรสนิยมแบบชาวเมืองกลืนกินไปเรื่อยๆตามกาลเวลา ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้รับมอบหมายให้มาออกแบบบ้านหลังใหม่ในเมืองแห่งนี้ Tomohiro Hata Architect and Associates บริษัทสถาปนิกผู้รับผิดชอบจึงพยายามมองหาจุดกึ่งกลางที่ทำให้วิถีแบบเก่าและแบบใหม่เชื่อมกันได้อย่างไร้รอยต่อ “เราคิดว่าความท้าทายคือการทำให้แกนเวลาทั้งสองของการอยู่อาศัยที่ฝังรากลึกในประวัติศาสตร์และยุคปัจจุบันทับซ้อนกัน และสร้างแนวทางการอยู่อาศัยแบบใหม่ที่สร้างความสมดุลระหว่างสองวิถีนี้” ผู้ออกแบบระบุไว้ในบทบรรยายเกี่ยวกับงานของเขาไว้เช่นนั้น ท้ายที่สุด House in Muko จึงถูกสร้างสำเร็จออกมาเป็นอาคารที่มีรูปร่างโมเดิร์นแปลกตา ทว่ายังคงรักษาขนบโบราณบางข้อไว้ได้อย่างน่าสนใจ โดยปกติแล้ว ลักษณะของบ้านเกษตรกรญี่ปุ่นดั้งเดิมนั้นมักจะมาพร้อมกับพื้นที่อยู่อาศัยที่กว้างขวาง รวมถึงมีพื้นที่เปิดโล่งสำหรับเพาะปลูก และที่สำคัญคือมีการจัดแบ่ง hierarchy ของแต่ละสเปซไว้อย่างชัดเจน แต่ในทางกลับกัน เมื่อหันมามองวิถีการอยู่อาศัยแบบสมัยใหม่ hierarchy เหล่านั้นก็ดูจะเจือจางจนแทบไม่หลงเหลือให้เห็น ทั่วทุกมุมบ้านกลับได้รับความสำคัญอย่างเท่าเทียมกันเพื่อส่งเสริมอิสระเสรีในการเลือกใช้พื้นที่ของสมาชิกในครอบครัว ด้วยเหตุนี้เอง การเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกันของหลากหลาย clusters เล็กๆในอาคารจนเกิดเป็นการล้อมคอร์ทกลางจึงกลายเป็นไฟนอลดีไซน์ของ House in Muko ซึ่งแม้หน้าตาของสิ่งปลูกสร้างแห่งนี้จะดูสวยงามล้ำสมัยเพียงใด ทว่าสถาปนิกก็ยังคงรักษาความเป็น courthouse จากรากฐานทางการเกษตรสไตล์ญี่ปุ่นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับเราแล้ว หลังจากได้พินิจพิจารณา House in…

  • Aesop : Respectful Simplicity ความสำคัญของอัตลักษณ์แบรนด์ กับความเรียบง่ายอย่างสุนทรีย์ในงานออกแบบ

    Aesop : Respectful Simplicity ความสำคัญของอัตลักษณ์แบรนด์ กับความเรียบง่ายอย่างสุนทรีย์ในงานออกแบบ

    Aesop : Respectful Simplicity ความสำคัญของอัตลักษณ์แบรนด์ กับความเรียบง่ายอย่างสุนทรีย์ในงานออกแบบ ภาพจำของแบรนด์ Aesop สำหรับคุณคืออะไร? ร้านแฟลกชิปดีไซน์สวยที่มาคู่กับงานคราฟต์อันเป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศภายในร้านอันอบอุ่นด้วยงานไม้และอบอวนไปด้วยเครื่องหอม หรือสกินแคร์คุณภาพดีกับกลิ่นละมุนทุกครั้งที่สัมผัส ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ที่แบรนด์ Aesop คิดในแบบองค์รวมตั้งแต่สร้างแบรนด์ในปี 1987 ที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ที่เชื่อว่า งานออกแบบอย่างละเอียดลออย่อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น รอบด้านของแบรนด์ตั้งแต่โปรดักต์ สถานที่ หรือแม้แต่ประสาทสัมผัส ที่ต้องประสานเป็นหนึ่งเดียวผ่านการออกแบบอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน จึงไม่แปลกใจที่งานออกแบบร้าน Aesop จากทั่วโลกจะกลายเป็นกรณีศึกษาให้กับนักเรียนออกแบบทั้งด้านงานออกแบบพื้นที่และงานออกแบบอัตลักษณ์ (Aesop Thonglor ภาพประกอบจาก Sher Maker) งานออกแบบประสบการณ์ผ่านทุกประสาทสัมผัสในแบบ Aesop สำหรับใครที่เคยไปเยี่ยมร้าน Aesop ด้วยตัวเอง หรือยังไม่เคยไป เราจะลองนำทางคุณเข้าไปในร้านด้วยกัน เริ่มต้นจากสายตาที่มองเห็นหน้าร้านซึ่งสินค้าทุกชิ้นเรียงรายอย่างเป็นระเบียบด้วยบรรจุภัณฑ์สีดำ ฉลากสีขาวบนเส้นคาดสีดำ หลังจากกดครีมทามือหน้าร้านแล้วผลักบานประตูเข้าไป รอบตัวคือกลิ่นไม้หอมพร้อมเสียงเพลงคลอเบาๆ ตรงหน้าเป็นเคาน์เตอร์ขนาดยักษ์กลางร้านพร้อมอ่างล้างมือที่เรียงรายไปด้วยโปรดักต์ตัวทดลอง พนักงานเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตรพร้อมเสิร์ฟชาในถ้วยกระเบื้องสีขาว ลูกค้าสามารถทดลองโปรดักต์ที่ตนเองสนใจหรือโปรดักต์ใหม่ที่พนักงานแนะนำได้อย่างเต็มที่ หรือใครที่อยากเดินสำรวจร้านดูก่อน ก็เดินชมได้รอบๆ หลังเสร็จสิ้นการจับจ่าย น้ำหอมกลิ่นพิเศษถูกพรมลงบนถุงผ้าที่บรรจุสินค้าและแซมเปิ้ลทดลองใช้ นี่คือ Experience Design ในแบบ Aesop…