ท่ามกลางแสงแดดจัดจ้านของบ่ายวันหนึ่ง สายลมยังคงพัดโชยตั้งแต่หน้าบ้านทะลุไปยังด้านหลัง รูปแบบสถาปัตยกรรมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยแบบไทยๆ อากาศแบบไทยๆ และวิถีแบบไทยๆ บ้านหลังนี้เป็นบ้านของอาจารย์ ต้นข้าว ปาณินท์ ผู้เป็นทั้งเจ้าของบ้านและผู้ออกแบบ เพราะอาจารย์ต้นข้าวนั้นเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ดี รูปแบบของบ้านที่คิดถึงการระบายอากาศที่ดี การบังแดดและทิศทางของตัวบ้านที่จัดวางอย่างถูกต้องถูกทาง

“เดิมที่ดินนี้มีบ้านหลังเดิมอยู่ และเริ่มด้วยเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 54 ทำให้บ้านเสียหายและต้องซ่อมแซมหลายส่วน จึงมีความคิดที่จะสร้างบ้านใหม่เลย โดยคิดเรื่องของบ้านที่มีใต้ถุน เผื่อว่าน้ำท่วมอีกเราก็ยังมีพื้นที่ชั้นสองที่ยังสามารถอยู่ได้ โครงสร้างหลักของบ้านเป็นโครงสร้างเหล็ก ข้อดีของบ้านเหล็กคือการก่อสร้างที่รวดเร็ว หน้างานที่สะอาด และยังสามารถทำให้ตัวบ้านดูเบาลอย สบายตาได้ง่ายกว่าโครงสร้างคอนกรีต”

ความเรียบง่ายของบ้านสื่อถึงแนวความคิดในการออกแบบที่แยบยล ตัวอาคารที่เน้นแนวยาวโอบล้อมสวน สร้างการปิดล้อมที่ดีและตัวอาคารยังเป็นร่มเงาให้กับสวนนี้ด้วย บ้านหลังนี้จัดวางตัวบ้านเป็นรูปตัวแอล (L) โอบล้อมพื้นที่สวนกลางบ้านและต้นไม้ใหญ่ไว้ ต้นไม้ใหญ่นี้มีความสำคัญกับบ้านมาก ตั้งใจเก็บไว้เพื่อเป็นร่มเงาและสร้างสีเขียวให้กับบ้าน พื้นที่ชั้นบนเป็นส่วนของห้องนอนและห้องทำงาน ส่วนชั้นล่างนั้นเป็นส่วนนั่งเล่น รับประทานอาหาร ครัวเล็กๆ และห้องเก็บของต่างๆ

วัสดุที่ใช้นั้นเป็นวัสดุที่เรียบง่ายเห็นได้ทั่วไป แต่นำมาใช้ได้อย่างลงตัว เช่นอิฐช่องลมที่นำมาก่อเป็นแนวเพื่อสร้างผนังที่สามารถมองและให้ลมพัดผ่านได้ เมื่อใช้ในปริมาณที่มากพอสมควร ทำให้ดูแปลกตาและสร้างความน่าสนใจได้มากทีเดียว เช่นเดียวกับราวกันตกก็ใช้เจ้าอิฐช่องลมนี้มาเป็นราวกันตกแช่นกัน

พื้นทางเดินรอบๆบ้านก็ใช้หินคลุก ใช้กับตำแหน่งที่น้ำฝนตกลงมาจากหลังคา เพราะหากเป็นหญ้า หญ้าก็จะตายและดินจะเป็นร่องลึก

ตัวอาคารเก็บของและแม่บ้าน มช้ไม้เก่าจากบ้านเดิมมาทำเป็นผนังดูน่ารักไปอีกแบบ

ต้นไม้ใหญ่ช่วยให้บ้านน่าอยู่ขึ้นมาก

โครงสร้างเหล็กบวกกับคอนกรีตสามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดี เป็นการผสมผสานวัสดุที่ทันสมัยกับความสามารถของช่างที่อาจจะมีข้อจำกัดได้ดี

พื้นและผนังบางส่วนทำเป็นผิวขัดมันเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้บ้าน และยังทำความสะอาดง่ายขึ้น

แม่บันไดเหล็กที่มีขั้นบันไดเป็นคอนกรีต ดูเข้ากันดี

บ้านหลังนี้เน้นพื้นที่กึ่งภายนอกค่อนข้างมาก เพราะพื้นที่เหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนถ่ายความรู้สึกจากภายนอกสู่ภายในได้ดี และยังช่วยให้บ้านอยู่สบายด้วย

ห้องน้ำเรียบง่ายเน้นสีขาวด้วยกระเบื้องโมเสค

พื้นชั้นสองนั้นเป็นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปวางบนโครงสร้างเหล็ก และเททับด้วยคอนกรีตไม่หนานักก่อนที่จะปิดด้วยวัสดุที่ต้องการ

ราวบันได้เรียบง่าย ตรงไปตรงมา

พื้นที่ทำงานชั้นบนเน้นแสงธรรมชาติที่เข้ามาทางหน้าต่างบานเกล็ด ให้แสงที่นุ่มนวลเหมาะกับการทำงานมาก

บ้านสีขาว อยู่สบาย และทำให้เรามีสมาธิอยู่ตลอดเวลา

ฝ้าเฉียงๆนั้นเอียงตามความลาดของหลังคา เพื่อให้ได้พื้นที่ภายในที่กว้างไม่อึดอัด 

ส่วนของห้องนั่งเล่นชั้นบนที่เปิดทะลุไปยังห้องทำงานได้ เพียงเปิดประตูบานเลื่อนให้สุด ทั้งสองห้องนี้ก็เหมือนเป็นห้องเดียวกัน

บ้านหลังนี้น่าสนใจที่การใช้แสงธรรมชาติ ที่ดูละมุ่นตา น่าอยู่ การใช้ช่องแสงเล็กๆและแคบบ้างก็น่าสนใจดีครับ

หน้าต่างบานเกล็ดเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่น่าสนใจของบ้าน ใช้สลับกันทั้งแบบใส และขุ่น สร้างมิติและรูปด้านที่ดี

ราวกันตกจากเหล็กและอิฐช่องลม
เดินงานระบบลอยไม่ต้องซ่อนในผนัง ง่ายต่อการซ่อมแซม แต่ต้องคิดและจัดวางให้ดีถึงจะสวยแบบนี้นะ… ^^

ความรู้สึกในการมาเยือนบ้านหลังนี้คือความรู้สึกสบายทั้งกายและใจ ไม่ต้องอยู่ในห้องติดแอร์ตลอดเวลา เดินจากห้องไปอีกห้องก็ออกมาที่ระเบียง เมื่อรู้สึกอย่างนั้น เราก็จะไม่ต้องการบ้านที่ปิดทึบทั้งหมด และอยากให้บ้านเปิดโล่งมากที่สุด… คิดเหมือนกันไหมครับ

Avatar
Posted by:ekkarach laksanasamrith

สถาปนิกที่เชื่อว่า "ตัวหนังสือ" มีพลังพอๆกับ "สเปซ" และ "การเขียนหนังสือ" ก็ใช้สกิลไม่ต่างจาก "การเขียนแบบ" ใน AUTO Cad

Leave a Reply