ARCHITECTURE Q&A

Co-Housing Project คืออะไร ดีต่อการอยู่อาศัยแบบไทยอย่างไร… มาทำความรู้จักกัน

ภาพสังคมเมืองที่รีบเร่ง บ้านเรือนที่อยู่อาศัยแออัดกันภายในเมืองหลวง ต่างคนต่างอยู่ในรั้วของตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวอื่นในชุมชน ถูกแบ่งออกจากกันด้วยรั้วคอนกรีตสูงมิดศีรษะ… สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเรื่องคุ้นชินของคนในยุคนี้
ความห่างเหินและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคมบางลงทุกขณะ และสังคมก็อ่อนแอลงทุกที จะดีแค่ไหน หากเราให้ความสำคัญกับสังคมเล็กๆ เริ่มตั้งแต่ครอบครัว เพื่อนบ้าน และชุมชน ความแข็งแรงเล็กๆ จะเชื่อมโยงไปสู่สังคมของประเทศและโลกอย่างไม่ต้องสงสัย… ไม่เชื่อลองดูf081e1962b5fc2821e8c33218e37b191แนวคิดเกี่ยวกับ Co-Housing Community ปรากฏครั้งแรกในประเทศเดนมาร์กช่วงทศวรรษที่ 1970 ก่อนจะขยายไปทั่วยุโรปเหนือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย รวมไปถึงญี่ปุ่น Co-Housing มีลักษณะพิเศษทางด้านสถาปัตยกรรมและการวางผังคือ เน้นการออกแบบที่ผสานที่อยู่อาศัย ระบบสาธารณูปโภคและพื้นที่ส่วนกลางเข้าไว้ด้วยกัน เช่น ห้องครัว ห้องอาหาร ห้องปฏิบัติการ (workshops) และสนามเด็กเล่น จำนวนครัวเรือนมีขนาดตั้งแต่ 6 ครัวเรือนไปจนถึงมากกว่าร้อยครัวเรือน
d2fad30617f07a2d390aa92efc1c98a8Co-Housing กำเนิดขึ้นเพื่อตอบปัญหาทางสังคมในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งชุมชนเริ่มมีความกระจัดกระจาย สมาชิกในครอบครัวและสังคมเหินห่าง จึงต้องหาวิธีสร้างความสัมพันธ์และการเกื้อกูลที่แน่นแฟ้น ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกัน เพื่อให้เกิดชุมชนที่มีความความสมบูรณ์ เกิดสังคมที่มีชีวิตชีวา มีกิจกรรมนันทนาการ วัฒนธรรม และการงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแบ่งบันและรับประทานอาหารร่วมกัน
aec7cb1c7159dcc83fa1b05f4c5c875bเหมือนการอยู่คอนโดมิเนียมซึ่งมีพื้นที่ส่วนกลางที่เราสามารถเข้าไปใช้ได้ แต่ Co – Housing ต่างตรงที่เราสามารถเลือกคัดให้เหลือแต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องการเท่านั้น ไม่มีค่าส่วนกลาง เพียงแต่ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน Co – Housing จะมีความมีชีวิต ความยืดหยุ่น และปฏิสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวที่ดีต่อกัน อยู่ร่วมกันแบบแบ่งปัน โดยมีข้อผูกมัดในการดำเนินชีวิตคือ การอยู่อย่างเรียบง่าย ภายในบ้านที่มีขนาดเล็กลงและมีการตกแต่งที่น้อยลง มีเพียงพอดี ทำให้ความสับสนวุ่นวายในชีวิตประจำวันน้อยลง มีการกำหนดการเดินทางไปด้วยกัน ซึ่งนับเป็นการดำเนินชีวิตที่มีการสนับสนุนเกื้อกูลกันทางสังคมที่สัมผัสได้ ผู้อาศัยมีการคำนึงถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมมากและสามารถนำคุณค่านั้นมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันโดยการบริโภคที่น้อยลง การนำของที่ทิ้งแล้วกลับมาใช้ใหม่ และการใช้ชีวิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย
e988c772f01e06ca2b888ab283696086อย่างไรก็ตามการดำเนินชีวิตในทางเลือกนี้ดึงดูดเฉพาะชนกลุ่มน้อยเท่านั้น ไม่สามารถดึงดูดความสนใจหรือนำไปใช้กับชนกลุ่มใหญ่โดยทั่วไป ซึ่งไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนได้ หน้าที่สำคัญคือการสร้างลักษณะแบบอย่างของสังคมที่ยั่งยืนในอนาคต และชี้ให้เห็นว่าการบริโภคนิยมอาจถูกต่อต้านได้หากถึงวันหนึ่งที่โลกของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

12 สิ่งควรรู้ก่อนทำบ้าน Co – Housing
aba3435132e55128e15076bc24d83c591. ลักษณะเด่นของ Co – Housing
เป็นลักษณะชุมชนขนาดเล็กที่มีความเกี่ยวพันระหว่างกันแบบพึ่งพาอาศัย ต่างจากลักษณะของบ้านเดี่ยวที่อยู่ในหมู่บ้านที่มีรั้วกั้น แยกทั้งตัวบ้านและความสัมพันธ์ออกจากกัน ส่วนพักอาศัยของแต่ละครอบครัวอาจแยกเป็นหลังๆตามแต่ละครอบครัว หรือจะรวมกันเป็นอาคารเดียวก็ได้ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ของแต่ละโครงการ แต่ต้องมีพื้นที่ส่วนกลางที่ทุกคนสามารถมาใช้งานร่วมกัน เช่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องอเนกประสงค์ สระว่ายน้ำ หรือสนามเด็กเล่น

208fb6cd05a171279cf4060eeea933e52. ทำความเข้าใจและตกลงกันในเรื่องการเงิน
เรื่องของการแบ่งส่วนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตั้งแต่ที่ดิน ราคาก่อสร้างอาคาร ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆที่เป็นของส่วนกลาง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่จะปรากฏเมื่ออยู่อาศัยแล้ว เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า โดยความเป็นจริงต้องแยกมิเตอร์วัดไฟของแต่ละครอบครัว แต่ส่วนกลางนั้นค่อยมีการแบ่งกันจ่ายตามเหมาะสม

63f46ec4a47ac1f93b3d52f2ebd666e93. สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการอยู่ร่วมกัน
พื้นที่ส่วนกลางดังกล่าวต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมเพื่อกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พื้นที่ส่วนกลางมีชีวิตชีวาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้า พื้นที่ซักล้าง เฟอร์นิเจอร์ และโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่น อุปกรณ์เล่นเกมในห้องเล่นเกม หรือเตาปิ้งบาร์บีคิวที่สวน

4. ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน
หรือที่เรียกว่า Car Pool นั่นเอง เพราะเราเริ่มจากจุดเริ่มต้นเดียวกัน หากมีจุดหมายที่สามารถไปด้วยกันได้ ก็ง่ายและสะดวกในการลดการใช้รถยนต์ เช่น ลูกหลานครอบครัวไหนที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน อาจมีการสลับกันไปส่งครอบครัวละวัน เป็นต้น นอกจากจะช่วยประหยัดค่าน้ำมันแล้ว เรายังช่วยลดปัญหารถติด และลดภาวะโลกร้อนด้วย

2eb55fa379bac329297cfd49ac2d1b825. ดูแลและจัดการกันเอง
หากเป็นบ้านในหมู่บ้านจัดสรร จะมีการเก็บค่าส่วนกลางเพื่อให้เจ้าหน้าที่มาดูแลทำความสะอาดพื้นที่ที่ใช้ร่วมกัน แต่ถ้าเป็น Co – Housing ต้องจัดการและแบ่งหน้าที่กันเองว่าจะให้ครอบครัวใดรับผิดชอบส่วนไหน จัดเป็นเวรประจำ หรือหากไม่มีเวลาจริงๆ ก็อาจจัดจ้างแม่บ้านเข้ามาช่วยดูแลเป็นครั้งคราวได้ ก็จะสะดวกดี อีกทั้งในเรื่องของความปลอดภัย ทุกครอบครัวต้องช่วยกันสอดส่องดูแล รวมไปถึงการตั้งมาตรการหรืออุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัย แล้วแต่จะคุยและตกลงกันภายในชุมชนเล็กๆนี้

cohousing091109_1_5606. ต้องมีระบบจัดการ จัดเก็บที่ดี
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขยะที่แบ่งออกเป็นหลายประเภท เพื่อความสะดวกในการกำจัดหรือนำกลับมาใช้ใหม่ สร้างห้องเก็บขยะเพื่อรอการขนย้ายไปกับรถขยะ เพราะการรวมกันเป็นสังคมขนาดเล็กๆนี้ หากไม่มีระบบจัดการที่ดี ภายในก็จะไม่เป็นระเบียงและสกปรก หรือหากเป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไป อาจมีส่วนที่สามารถทำลายขยะหรือส่วนย่อยขยะเพื่อนำไปรีไซเคิลได้ ยิ่งอยู่รวมกันและช่วยกันรักษาโลก ก็จะยิ่งเกิดประโยชน์ แถมสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่เด็กๆในบ้านด้วย

Co-housing-7. ออกแบบยั่งยืน เป็นมิตรกับธรรมชาติ
นอกจากการออกแบบพื้นที่เพื่อให้การอยู่อาศัยร่วมกันอย่างมีความสุขและเหมาะสมแล้ว เราก็ควรคิดถึงการออกแบบที่ยั่งยืน สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เช่น การแทรกสวนหรือต้นไม้เข้าไปภายในอาคาร หรือสวนกลางบ้าน การออกแบบรายละเอียดของบ้านให้มีความพอดี ใช้วัสดุที่เหมาะสม โดยไม่ได้คิดถึงแต่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว รวมไปถึงวัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เช่น ไม้เทียม ไม้เก่า หรือของรียูสต่างๆ รวมไปถึงการปลูกพืชผักไว้รับประทานเองที่สวนหลังบ้าน พลัดเวรกันมารดน้ำต้นไม้ สุดท้ายก็จะได้มีผักสดๆไว้รับประทานกันทุกครอบครัว โดยใช้ระบบการหมุนเวียนน้ำที่ใช้แล้วมารดน้ำต้นไม้ นอกจากนี้เรายังสามารถใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น เข้ามาช่วยในการอยู่แบบยั่งยืนได้ เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์

SunwardCohousingPlayStructure20058. คิดเสมอว่าเราไม่ได้อยู่เพียงคนเดียว
ข้อนี้สำคัญมาก เพราะเมื่ออยู่ร่วมกันในสังคม ถึงแม้จะเป็นสังคมขนาดเล็ก แต่ก็ถือว่าการกระทำของเรานั้นส่งผลไปถึงผู้อื่นที่อยู่รอบข้าง อย่างพื้นที่ส่วนกลาง ทุกคนต้องช่วยกันดูแล อาจตั้งกฎขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนไม่ละเลย หรือแม้แต่ภายในห้องส่วนตัว ก็ควรระวังเรื่องเสียงดังหรือแสงไฟที่อาจก่อความรบกวนแก่เพื่อนบ้านได้ การต่อเติมในส่วนบ้านของตัวเอง ก็ควรพิจารณาว่าไปรบกวนทำให้คนอื่นเดือดร้อนหรือไม่ อาจถามความคิดเห็นหรือขอคำแนะนำจากเพื่อนบ้าน ก่อนทำการใดก็จะดีที่สุด

shirlehill79. ออกแบบเพื่อคนเดินเท้าและทางจักรยาน
ในโครงการที่แบ่งแยกส่วนอาศัยออกเป็นหลังๆ และเชื่อมกันด้วยทางเดินภายนอก ให้คำนึงถึงการเดินและการใช้จักรยานวิ่งได้สะดวก มีทางลาดเพื่อจักรยานและรถเข็น อาจมีหลังคาเบาคลุมเพื่อกันแดดกันฝน เพราะการอยู่อาศัยแบบ Co – Housing จะเน้นเรื่องของธรรมชาติ การใกล้ชิดกับธรรมชาติ หรือการอยู่อาศัยแบบยั่งยืนและทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใช้จักรยานในระยะทางสั้นๆ ลดการใช้รถยนต์แถมยังเป็นการออกกำลังกายที่ดีด้วย

10. ความเป็นส่วนตัวยังเป็นสิ่งสำคัญ
เมื่อออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้เหมาะสมแล้ว ส่วนที่เป็นส่วนตัวเช่นห้องพักผ่อน ห้องนอน และห้องน้ำก็ยังต้องให้ความสำคัญอยู่ กล่าวคือแม้จะอยู่ร่วมกันหลายครอบครัว แต่ห้องนอนก็ต้องเงียบสงบ ไม่มีเสียงรบกวน และไม่สามารถมองเห็นได้ง่ายจากด้านนอกบ้าน โดยในด้านของการออกแบบนั้นสามารถวางตัวอาคารให้หลบมุมมองกัน ได้ เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวที่สุด

Wigglesworth Architects' co-housing project11. ตัวตนของคนที่จะมาอยู่ร่วมกัน
ตัวตนของผู้อยู่อาศัยมีความหมายกว้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลักษณะนิสัย ทัศนคติ บุคลิกภาพ ความคิดเห็นส่วนตัวในเรื่องของการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิต ความชอบในงานออกแบบ วิถีชีวิต ทั้งหมดควรจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เป็นกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มคนที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ หรืออาจเป็นกลุ่มคนที่มีความเกี่ยวพันกันด้านการทำงาน เพราะมีการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน เช่น ส่วนนั่งเล่นหรือรับประทานอาหาร ลำดับแรกของการมีบ้านลักษณะนี้จึงเป็นการหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ซึ่งมีความคิดคล้ายกันและยอมรับการอยู่ร่วมกันได้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาขึ้นมาทันที หากผู้ที่อยู่เดิมคิดจะขายบ้านและให้ผู้อื่นมาอยู่แทน เพราะการออกแบบทั้งหมดนั้นเอื้อให้แต่ละครอบครัวสามารถเชื่อมถึงกันได้ง่าย การมีครอบครัวใหม่เข้ามาอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัว ครอบครัวที่อยู่เดิมก็คงต้องยอมรับให้ได้ หรือความสัมพันธ์และการใช้พื้นที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามความสัมพันธ์นั้น

springhill112. ความสมดุลของความเป็นส่วนตัวและความสัมพันธ์
แน่นอนว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้อยู่อาศัยเป็นสิ่งสำคัญของบ้านลักษณะนี้ โดยเฉพาะระหว่างครอบครัว หากมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พูดคุย ทักทาย และแบ่งปันกัน บ้านหลังใหญ่นี้ย่อมมีแต่ความสุขและอบอุ่น แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือความเป็นส่วนตัว เมื่อเราไม่ได้อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางแล้ว ภายในห้องพัก ห้องนอนต้องให้ความเป็นส่วนตัว มิดชิด และไม่ถูกรบกวนจากครอบครัวใกล้เคียงโดยง่ายเช่นกัน

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

Comments

comments

0 comments on “Co-Housing Project คืออะไร ดีต่อการอยู่อาศัยแบบไทยอย่างไร… มาทำความรู้จักกัน

Leave a Reply

%d bloggers like this: