DTALK

Coworking space พลิกโฉมพื้นที่ทำงานของคนยุคใหม่

จากที่เคยนั่งค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือเป็นกองพะเนิน ถ่ายเอกสารและคัดลอกเขียนรายงานส่งอาจารย์กันในห้องสมุด  เข้ามาสู่ยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีอินเตอร์เน็ตเป็นสะพานเชื่อมต่อข้อมูลทั่วโลกได้เพียงปลายนิ้วมือ  การเข้าถึงข้อมูลความรู้ต่างๆ สามารถเปิดอ่านได้เลยจากพื้นที่่นอกห้องเก็บหนังสือ

1

(ภาพจาก http://tennesseecraft.org/co-working-community-and-coffee/)

เดี๋ยวนี้เด็กยุคดิจิตอลเพียงแค่เหน็บโน๊ตบุ๊คออกจากบ้าน หาพิกัดสถานที่ทำงานตามร้านกาแฟ cafe ฮิปๆ  ที่มีให้เลือกหลากหลาย ก็ทำให้ผุดไอเดียการทำงานใหม่ๆ กันได้แทนแล้ว

เมื่อเทคโนโลยีส่งผลการวิถีการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ รูปแบบการทำงานที่เคยเห็นมาจากรุ่นพ่อแม่ก็เริ่มจะเปลี่ยนไปจากเดิม  สถานที่ทำงานไม่จำเป็นต้องอยู่ในสำนักงานแบบกั้นคอกอีกต่อไป เพราะในตอนนี้พวกเค้าสามารถสร้างทางเลือกการทำงานรูปแบบใหม่ได้ด้วยตัวเอง

 

กำเนิด Coworking แห่งแรกของโลก

2

“The Hat Factory “

(ภาพจาก https://www.facebook.com/110030525940/photos/pb.110030525940.-2207520000.1455248261./110032285940/?type=3&theater)

เกิดขึ้นที่เมือง ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2005  โดยนาย Brad Newberg ก่อตั้งร้านชื่อ “The Hat Factory “ ขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์รวมสำหรับลูกค้านักเขียนบทความกลุ่มเล็กๆ 2-3 คนที่เป็นลูกค้าขาประจำในตอนนั้น พร้อมกับนิยามศัพท์ใหม่คือคำว่า Coworking  โดยจำกัดความหมายว่า  การทำงานในพื้นที่ร่วมกัน  ก่อนที่จะเริ่มนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จากการบอกเล่ากันแบบปากต่อปากในหมู่อาชีพสายงานแบบอิสระ  แวะเวียนเข้ามาทดลองใช้งานพื้นที่การทำงานรูปแบบใหม่กันจนเป็นที่ยอมรับและแพร่หลายสู่สังคมหมู่มากขึ้นเรื่อยๆ

หันหลังให้มนุษย์เงินเดือน พร้อมก้าวขาสู่อาชีพอิสระ

3

(ภาพจาก http://edition.cnn.com/2012/09/20/business/co-working-spaces-asia/index.html)

การมาถึงของ Coworking มีปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางฝ่ารถติด  เบียดเสียดกันกินข้าว ต่อคิวยาวขึ้นรถมอเอตร์ไซค์ไปทำงานทุกเช้า ก็สามารถรันโปรเจคของคุณได้ทุกแห่งบนโลกที่มีอินเตอร์เน็ต จนมีคนตั้งชื่อให้กับรุ่นนี้ว่า Net Generation นิยมไฮเทคโนโลยีมาเกี่ยวโยงเกือบทุกส่วนในชีวิตประจำวัน  ชอบทางลัดทางสะดวก รวดเร็วใจร้อน  กล้าแสดงออก อยากมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความคิดสร้างสรรค์  ความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยี  รู้ว่าจะหาข้อมูลที่ต้องการได้จากที่ไหนโดยใช้เวลาแสนสั้น สัญญาณอินเตอร์เน็ตจึงเป็น top list สิ่งจำเป็นอันดับต้นๆ ที่พวกเค้ามักจะถามหา

4

(ภาพจาก https://fall11-eng-02.wikispaces.com/2-D-1+Generational+Images+-+Boomers+and+Net+Generation+Collage)5

(ภาพจาก http://www.deskmag.com/en/small-coworking-space-networks-209)

อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญก็คือค่านิยมการประกอบอาชีพอิสระ อยากที่จะบุกเบิกเสันทางด้วยตัวเอง เด็กชายหญิงยุค  Net Generation หรือ Gen-Y (ปี 1980-1994) ที่เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวช่วงที่เศรษฐกิจเคยเฟื่องฟู  ทำงานเก็บเงินเพื่อมอบความพร้อม และความมั่นคงในชีวิตครอบครัวของพวกเคา  หวังสร้างรากฐานการศึกษาเพื่อให้ลูกหลานไม่ต้องลำบากเหมือนตนเอง

6

(ภาพจาก http://startupxplore.com/blog/spain-coworking-offices/)7

(ภาพจาก http://www.deskmag.com/en/small-coworking-space-networks-209)

แต่สิ่งที่เด็ก Gen-Y รับรู้คือภาพพ่อแม่ของตัวเองทำงานเป็นมนุษย์ออฟฟิศที่ขาดเสรีภาพและความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต    ผสมรวมกันการถูกกระตุ้นให้แสวงหาอิสระและเป็นนายตัวเองกันมากขึ้นจากสื่อภายนอก หนังสือ ภาพยนตร์ สังคมออนไลน์  ว่าเงินเก็บจำนวนมหาศาลในสมุดบัญชีก็ไม่ได้เป็นหลักรับประกันความสุขในชีวิตเสมอไป   จึงอยากใช้ชีวิตออกท่องเที่ยว ออกหาประสบการณ์ใหม่ๆ ก่อนที่จะต้องนั่งรถเข็นในวัยชราไปเสียก่อน  อยากใช้เวลาให้กับตัวเองหรือกับสิ่งที่น่าสนใจ   ทำให้พวกเค้ามีความคาดหวังและเชื่อมั่นสูงในด้านความสามารถของตนเองที่จะประสบความสำเร็จรวมถึงการตามหาความฝัน ค้นหางานตามอุดมคติที่ตนเองต้องการ อาชีพถูกใจใช้ชีวิตสบายพร้อมเงินเดือนสูงๆ ไม่อยากเข้าออฟฟิศเป็นประจำหรือเข้าออกงานตามเวลาที่แน่นอน ขอเลือกชุดทำงานแบบตามใจ  เพราะคิดว่าชุดแบบไหนก็ควรวัดกันที่คุณภาพผลงาน    อยากจะสร้างเส้นทางสายใหม่เป็นของตัวเอง

ช่องว่างระหว่างบ้านกับร้านกาแฟ

8

(ภาพจาก http://workattheyard.com/why-coworking-spaces-are-better-than-cafes/)

เมื่อการทำงานไม่จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศแบบเดิมอีกแล้ว คอมพิวเตอร์แบบพกพาสามารถนำคุณไปออกปฎิบัติการได้ในสถานที่อื่นๆ ได้ ตัวอย่างเริ่มต้นที่ช๊อยส์ข้อแรก บ้าน สถานที่อุดมไปด้วยความสะดวกสบาย  ลงมือเปิดคอมที่โต๊ะทำงานในห้องก็สามารถทำงานให้สัมฤทธิ์ผลได้ ถ้าคุณไม่พ่ายแพ้ต่อความขี้เกียจจากเตียงนอนนุ่มๆ ไปซะก่อน รวมทั้งปัญหาการขาดสังคมและแบ่งแยกพื้นที่ทำงานกับพื้นที่ส่วนตัวออกจากกันไม่ได้ ทำให้ต้องหันมากาตัวเลือกข้อ 2 ร้านกาแฟ ออกมาหวังเพิ่งสมาธิตั้งสติใน cafe บรรยากาศดี มีเสียงดนตรีบอสซ่าคลอหูอยู่เบาๆ ออกมาสั่งเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนมาปลุกเร้าพลังกาย ยิ่งถ้ามีฟรี WIFI ด้วยก็ยิ่งทำงานได้สะดวก ยึดอาณานิคมโต๊ะร้านเป็นทั้งที่ทำงาน ประชุมรวม คุยงานกับลูกค้า นานาประโยชน์แล้วแต่คุณจะเลือกสรร แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับคนที่ต้องการทำงานอย่างจริงจัง คุณสมบัติของบ้านและร้านกาแฟก็ยังเหมือนมีช่องโหว่ของพื้นที่ทำงานที่รอคอยบางอย่างมาเติมให้เต็มอยู่ดี

Photo Credit: Design Helm, Los Angeles

(ภาพจาก http://www.steveiq.com/2015/11/23/best-co-working-spaces-for-startups/)

co-working space  จึงเข้ามาเป็นชิ้นส่วนเติมเต็มที่ว่างตรงนั้นให้สมบูรณ์  พื้นที่ที่ถูกจัดเอาไว้ให้เหมาะสมกับการทำงาน  เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการไปเช่าพื้นที่สำนักงานของตัวเองสำหรับนักสร้างธุรกิจมือใหม่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ต่างจากออฟฟิศขั้นพื้นฐาน ในบรรยากาศสบายๆต่างจากออฟฟิศรูปแบบเดิมๆ  เพียงเราพกโน๊ตบุคใส่กระเป๋า ลองเปิดประตูเข้ามาหาโต๊ะทำงานมุมสงบ มีทั้งแบบล๊อคที่นั่งสำหรับขาประจำ และโต๊ะหมุนเวียนสำหรับขาจร   ห้องประชุมรวม  พื้นที่ส่วนกลาง ห้องน้ำ โต๊ะทานอาหาร ชงชากาแฟ เครื่องปริ้น ถ่ายเอกสาร ส่งแฟกซ์  มีสัญญาณ WIFI hi speed ความเร็วสูงคอยให้บริการ  นั่งทำงานทั้งวันตั้งแต่ไก่ขันยันมืดค่ำหลังละครจบ โดยก็ไม่ต้องหวาดระแวงรังสีขับไล่จากพนักงานเหมือนในร้านกาแฟ  อยู่แวดล้อมกับกลุ่มคนอาชีพอิสระ สายฟรีแลนซ์ที่มีพกแรงบันดาลใจมาสร้างสรรค์งานไอเดียใหม่ๆเหมือนกัน

พื้นที่แห่งการแบ่งปันและสร้างสรรค์

11

(ภาพจาก http://www.steveiq.com/2015/11/23/best-co-working-spaces-for-startups/)

นอกจากจะเป็นที่ทำงานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากออฟฟิศเดิมๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นสเน่ห์สำคัญของ Cowoking space ก็คือ การทำหน้าที่เป็น creative share space พื้นที่ส่วนร่วมเพื่อการสร้างสรรค์

12

(ภาพจาก http://www.fuquaycoworking.com/about/)

ร้าน  Cowoking space ส่วนใหญ่มักจะมีส่วนพื้นที่พิเศษเพิ่มเติมแล้วแต่นโยบายร้าน เป็นโซนสันทนาการแตกต่างกันไป มีโต๊ะpool โต๊ะปิงปอง boardเกมส์กระดาน มีห้องดูหนัง ห้องstudioถ่ายภาพ  มีห้องเวิร์คชอปสัมนาให้ความรู้ เอาไว้คอยให้บริการคนที่เข้ามาใช้งาน  เพราะพวกเค้ารู้ดีว่าเหล่า coworker หน้าใหม่ รวมทั้งคนที่เคยทำงานอยู่ในออฟฟิศต้องการอะไร  โดยเฉพาะกับงานที่ต้องใช้ความคิดคิดสร้างสรรค์ เวลาที่ไอเดียวนเข้ามาเจอทางตัน การนั่งติดอยู่กับโต๊ะทำงานก็ไม่ช่วยให้หาทางออกได้ไวขึ้น   สู้พักความเครียดเอาไว้แล้วย้ายไปเอนจอยที่โต๊ะ pool ซักเกมส์กับ coworker ด้วยกัน ได้รีแลกซ์ผ่อนคลาย สร้างมิตรภาพกันในเกมส์ที่สนุกสนาน มองหาแรงบันดาลใจจากกิจกรรมอื่นบ้าง  เพราะไม่แน่ว่าไอเดียเจ๋งๆ ของคุณอาจจะผุดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว

13

(ภาพจาก http://www.officelovin.com/2014/11/18/wework-coworking-new-yorks-meatpacking-district/)

เมื่อมีสถานที่และกิจกรรมมาจุดประกายโอกาสความสร้างสรรค์ เหล่า coworker ที่เข้ามาใช้งานก็ถือเป็นเชื้อฝืนปลุกเร้ากองไฟที่สำคัญ  สังคมของคนรุ่นใหม่วัยใกล้เคียงที่เข้ามาใช้งานใน Cowoking space ที่มักจะพร้อมสนทนารับฟัง แลกเปลี่ยนความรู้ กับคนที่พวกเค้าคิดว่าที่ทัศนคติที่น่าสนใจ พร้อมเปิดรับอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ สำหรับคนที่พกความสามารถส่วนตัวและแรงบันดาลใจมาเต็มร้อย แต่ยังขาดทิศทางต่อยอดและความรอบคอบรัดกุม    เมื่อมาที่นี่คุณอาจจะได้คำปรึกษาและสร้างคอนเนคชั่นใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้  ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่นิยมเข้ามาใช้งานไม่แพ้กัน  จากที่เคยเป็นคนแปลกหน้าอาจจะเปลี่ยนเป็นคนคุ้นตา โดยไม่จำเป็นจะต้องเจรจาเพื่อหาประโยชน์จากคนอื่นเสมอไป การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  แบ่งปันแรงบันดาลและไอเดียใหม่ๆ ซึ่งกันและกัน  ก็ถือเกิดเป็นมิตรภาพใหม่ที่ดีให้กันได้แล้ว   และไม่แน่ว่าถ้าหากเคมีทางความคิดกดคลิ๊กกันได้อย่างดี คุณอาจจะได้เจอกับพันธมิตรทางธุรกิจของคุณในอนาคตก็เป็นได้

14

(ภาพจาก http://www.deskmag.com/en/small-coworking-space-networks-209)15

(ภาพจาก http://www.hongkiat.com/blog/top-coworking-spaces-usa/)

การมาถึงของ Coworking space ในประเทศไทย

16

(ภาพจาก http://www.launchablemag.com/?page=post&title=Coworking-The-Ideal-Home-For-Startups)

Coworking space ได้รับความนิยมและเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาแค่ 2 ปีตั้งแต่เริ่มต้น(2005) ก็กระจายตัวอยู่มากกว่ากว่า 2000 แห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา  แพร่หลายออกมาในประเทศอื่นๆ ทั้งโซนยุโรปและโซนเอเชีย จนถึงวันนี้ วัฒนธรรมการทำงานในพื้นที่ส่วนร่วมก็เดินทางมาสร้างฐานที่มั่นในประเทศไทยของเราแล้วละครับ

17

(ภาพจาก http://www.hongkiat.com/blog/top-coworking-spaces-usa/)

ปัจจุบัน  Coworking Space ส่วนใหญ่พบเห็นได้อยู่ตามจุดต่างๆ ในของกรุงเทพ เน้นโซนตัวเมืองที่เดินทางสะดวก เกาะแถบย่านคนทำงาน ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า นับรวมกันคร่าวๆก็เกือบ 20 แห่งเข้าไปแล้ว  ส่วนจะมีที่ไหนน่าสนใจในกันบ้าง เรามีตัวอย่างบางส่วนมาให้ชมกันครับ

Hubba

18

(ภาพจาก https://www.facebook.com/hubbathailand)

Coworking Space แห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่  ซอยสุขุมวิท 63 เอกมัย 4 มีที่มาของชื่อแปลกนี้คือคำว่า HUB หมายถึง ศูนย์รวม และคำว่า BA ก็คือ คนบ้า รวมกันแล้วหมายถึงก็คือ “ศูนย์รวมของคนบ้า” มีลักษณะเป็นบ้านหลังสีขาว ที่รวมเหล่าคนบ้าทางความคิดทั้งชาวไทยและต่างชาติมากมาย มีการจัดเวทีเชื่อมต่อกับนักลงทุนกับเหล่า coworker  เพื่อระดมเงินลงทุนแบบเร่งด่วนผลักดันไอเดียให้เกิดขึ้นอย่างฉับไว

PAH CREATIVE SPACE

2021

(ภาพจาก http://www.calendata.com/2015/01/graphic-designers-and-creatives-meetup.html)

ชื่อ PAH อ่านออกเสียงว่า  ปะห์ เป็น Coworking สำหรับคนทำงานด้านครีเอทีฟที่ต้องการไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 63 เอกมัย 4 ไม่ใกล้ไม่ไกลจาก  Hubba  เพราะทั้งคู่เป็นเครือข่ายเดียวกัน ใน PAH จะมีเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับงานด้านครีเอทีฟ ทั้งเครื่อง Laser Cutting ในงาน 2 มิติ และเครื่อง 3d printers ขึ้นรูปทรง 3 มิติ  ไว้ให้ผู้ใช้งานสามารถลงมือสร้างสรรค์ผลงานได้ตามใจต้องการ

Muchroom coworking space

22 23

(ภาพจาก http://muchroomcoworkingspace.com/gallery/)

Coworking หัวเห็ดที่เดินทางมาได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสะพานควาย ทางออกที่ 3 แล้วต่อวินมอเตอร์ไซน์เข้ามาเพียง 5 นาที  เกิดขึ้นจากหุ้นส่วน 3 สาขาอาชีพที่เป็นเพื่อนกัน คือ สถาปนิก วิศวกร และนักบัญชี ลงมือรีโนเวทบ้านเก่าอายุ 50 ปี สไตล์ยุคโมเดิร์น ให้มีบรรยากาศน่ารัก น่านั่งทำงาน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

// ส่วนใครอยากจะลองหา coworking space หรือลองเชคดูว่ามีที่ไหนน่าสนใจอีก ก็สามารถคลิ๊กเข้าๆไปดูรายละเอียดกันได้ที่ลิสต์ด้านล่างนี้เลยครับ

(ข้อมูลจาก http://www.coworkingthai.com)

Cluster office www.clusterofficebangkok.com สุขุมวิท 63
Draftboard www.draftboard.co.th ใกล้บีทีเอส ชิดลม
Glowfish www.glowfishoffices.com ถนนอโศก
Hubba www.hubbathailand.com เอกมัยซอย 6
Klique Desk www.kliquedesk.com สุขุมวิท 23
Launchpad www.facebook.com/launchpadhq บีทีเอส สุรศักดิ์
Ma’D www.facebook.com/madeehub สุขุมวิท 63 เอกมัย ซอย 4
Muchroom www.facebook.com/muchroomthailand ประดิพัท 23
PAH Creative Space www.pahspace.com ตรงข้าม HUBBA
Phynn www.facebook.com/phynncoworkingspace รามคำแหง
Regus www.regus.com สยามทาวเวอร์ ,Central world,Gesorn plasa,All season,ลุมพินี ,สีลม
startuphouse.asia www.startuphouse.asia MRT เพชรบุรี
The Hive www.thehive.co.th สุขุมวิท 49
Third Place www.thirdplacebangkok.com ทองหล่อ 10
The revol www.facebook.com/therevolcoworkingspace BTS ราชดำริ
The space www.facebook.com/thespacebangkok คลองสาน
Work Buddy www.workbuddy.co.th สุขุมวิท
522 www.facebook.com/522coworkingspace ประดิพัทธ์
Home of maker www.homeofmaker.com ฟอร์จูน รัชดา

ข้อมูลอ้างอิงจาก

http://www.coworkingthai.com

https://en.wikipedia.org/wiki/Coworking

 

Comments

comments

0 comments on “Coworking space พลิกโฉมพื้นที่ทำงานของคนยุคใหม่

Leave a Reply

%d bloggers like this: