DVIEW HOTEL INTERIOR

Baannai The Reminiscence บ้านในความทรงจำอันอบอุ่นเมื่อวันวาน

บ้านเก่าริมทางรถไฟที่เปรียบเสมือนหนังสือเล่มเก่าที่บันทึกเรื่องราวความทรงจำอันหอมหวนของคนในบ้าน

12

Baannai The Reminiscence

Location : 102/13 ถ.กำแพงเพชร 5 แขวงสามเขนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

Owner & Interior Designer : คุณเต๋า-ดวงสวาท สุนทรศารทูล

 

หากใครมีโอกาสผ่านไปแถวริมทางรถไฟสามเสน คงต้องสะดุดตากับภาพบ้านเก่าสไตล์โคโลเนี่ยล ที่มองผ่านๆ ก็คงคิดว่าเป็นบ้านพักอาศัยทั่วไป แต่ถ้าได้ลองก้าวเข้ามาแล้ว จะรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปโลกอดีตในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวความทรงจำที่สวยงามของบ้านหลังนี้

08

ความทรงจำในวัยเด็ก

สมัยก่อนที่ดินผืนใหญ่ราว 200 ตร.วา ติดทางรถไฟแห่งนี้ เป็นบ้านของพระยารณชัยชาญยุทธ (ถนอม บุณยเกตุ) สมุหเทศาภิบาลมณฑลร้อยเอ็ด และคุณหญิงรณชัยชาญยุทธ (ทับทิม บุณยเกตุ) แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นบูทีคโฮเทลไซส์กะทัดรัดและอบอุ่นเหมือนบ้าน ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่จากฝีมือของทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง คุณเต๋า – ดวงสวาท สุนทรศารทูล บ้านในหลังนี้จึงเป็นบ้านที่มาจากแรงบันดาลใจ ความรัก ความอบอุ่นที่ปู่ย่าตายายถ่ายทอดผ่านเรื่องเล่าจากความทรงจำเมื่อครั้งท่านยังเป็นเด็ก

img_1421

คุณเต๋า-ดวงสวาท สุนทรศารทูล เจ้าของและผู้อออกแบบโรงแรมบ้านใน

img_1482

เรื่องเล่าจากคุณบ้านใน

ในการสร้างบ้านแต่ละหลังนั้น ก็เปรียบเหมือนกับการเขียนหนังสือสักเรื่องขึ้นมาใหม่ คุณเต๋าจึงวางโครงเรื่องของบ้านที่มีมาจากความทรงจำอันหอมหวน โดยมีตัวละครในเรื่องเป็น “คุณบ้านใน” ซึ่งเป็นชื่อที่คนในระแวกบ้านใช้เรียกคุณยายทั้งสามของคุณเต๋า ซึ่งเป็นหญิงสาวโสดที่เกิดในสมัยรัชกาลที่ 6 และได้ใช้เวลาส่วนใหญ่อาศัย ณ ที่แห่งนี้

11

ในขั้นตอนการออกแบบตกแต่ง คุณเต๋าเลือกที่จะรื้อบ้านหลังเดิมทิ้งไป แล้วสร้างบ้านที่มีหน้าตาคล้ายเดิมขึ้นมาใหม่ โดยเปลี่ยนวัสดุจากไม้เป็นปูน เพื่อความคงทนในระยะยาว และเลือกสไตล์การตกแต่งให้เป็นแบบโคโลเนี่ยล ซึ่งเป็นความชื่นชอบส่วนตัว และเป็นสไตล์ที่ผสมผสานความเป็นตะวันออกและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ตามแบบฉบับสไตล์นิยมในยุครัชกาลที่ 6 นอกจากนั้นยังได้เก็บไม้บางส่วนของบ้านหลังเดิมมาใช้ตกแต่งผนังและรอบอาคาร

30

ลวดลายฉลุบริเวณใต้หลังคาโถงชั้นล่างและโลโก้โรงแรม เป็นลายดอกไม้ทั้ง 3 ดอก ซ้อนกัน ชั้นนอกเป็นดอกเบญจมาศ ถัดมาเป็นดอกมะลิซ้อน และด้านในสุดเป็นดอกกุหลาบ ซึ่งเป็นตัวแทนของคุณยายทั้ง 3 คน

17

เนื่องจากเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ส่วนของร้านอาหารและล้อบบี้โรงแรม จึงเป็นบริเวณเดียวกัน เฟอร์นิเจอร์ในส่วนนี้บางชิ้นเป็นของเก่าจากบ้านเดิม บางชิ้นก็สั่งทำขึ้นใหม่ อย่างเก้าอี้หวาย เป็นต้น ส่วนผ้าบุโซฟาและปลอกหมอนเป็นผ้าจาก Jim Thomson

16

ล็อบบี้ ตกแต่งโดยใส่กลิ่นอายความเป็นจีนเข้าไป เพื่อให้ดูร่วมสมัย ซึ่งจะเห็นได้จากเก้าอี้สตูลหน้าเคาน์เตอร์รีเซปชั่น ส่วนผนังโดยรอบห้องทาสีเทา มีดีเทลบัวเพดานเป็นซี่ๆ แบบกริลช่องลม ด้านล่างบริเวณเหนือบัวพื้นเป็นพาแนลหินอ่อนเซาะร่องเป็นลายลูกฟัก เพดานบริเวณนี้ตกแต่งด้วยโคมไฟโบราณ ที่มีลวดลายวิจิตรบรรจง

19

…ดอกไม้งามทั้งสาม…

ตัวโรงแรมมีทั้งหมด 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นส่วนของร้านอาหารไทยขนาด 50-60 ที่นั่ง ที่เน้นการตกแต่งด้วยโทนสีขาวและน้ำเงิน ส่วนชั้น 2 เป็นส่วนของโรงแรม ซึ่งตีความการออกแบบผ่านบุคลิกที่ไม่เหมือนกันของคุณยายทั้ง 3 โดยแทนค่าเป็นดอกไม้งามทั้ง 3 ดอก คือ เบญจมาศ มะลิซ้อน และกุหลาบขาว

18

โถงทางเดินตกแต่งด้วยภาพโปสการ์ด ข้าวของเครื่องใช้และของสะสมของคุณยาย

25

ห้องเบญจมาศ แสดงถึงความเป็นหญิงสูงศักดิ์ สง่างาม เป็นห้องที่อยู่ด้านหน้าสุดของบ้าน เห็นวิวทางรถไฟหน้าบ้าน เป็นตัวแทนของพี่สาวคนโต ที่คอยปกป้องดูแลน้องๆ ตกแต่งโดยใช้เฟอร์นิเจอร์หวายในสีโทนเอิร์ธโทน ดูเคร่งขรึม

26

สร้างกิมมิกให้แก่บานประตูตู้เสื้อผ้าด้วยกระจกลายดอกพิกุลสีชา เพื่อให้เข้ากับโทนสีในห้อง

20

ห้องมะลิซ้อน แสดงถึงความอบอุ่น เป็นห้องที่อยู่ด้านในของบ้าน เป็นตัวแทนของพี่คนกลาง ที่มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือน คอยดูแลคนในครอบครัว ชอบเย็บปักถักร้อย ปลูกดอกไม้ และทำอาหาร ตกแต่งผนังห้องโดยใช้วอลเปเปอร์ลายดอก ดูสดใส

21

หัวเตียงตกแต่งด้วยภาพงานฝีมือ เย็บปักถักร้อย ซึ่งเป็นความชื่นชอบของพี่คนกลาง

24

ห้องกุหลาบขาว แสดงถึงความบริสุทธิ์ ความสวยงาม เป็นตัวแทนน้องสาวคนเล็ก เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด ตกแต่งทั้งห้องด้วยสีขาวและลูกไม้ ผนังโดยรอบห้องใช้ไม้ของบ้านเดิม

22

ผนังเหนือชุดโซฟา ตกแต่งด้วยภาพทะเลหัวหิน ภาพเอลิซาเบธ เทย์เลอร์ ดาราในสมัยนั้นที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับคุณยาย และภาพจดหมายที่พี่สาวเขียนถึงน้องสาวในวันเกิด

23

ระเบียงกึ่งเอาท์ดอร์ที่มีหน้าต่างล้อมรอบ มีชุดโต๊ะเก้าอี้รับแขกสำหรับดื่มชา

06

ห้องโบตั๋น เป็นห้องเดียวที่ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้าน เปรียบเสมือนห้องรับรองแขกของบ้านในยุคเก่า ตกแต่งให้มีกลิ่นอายความเป็นจีนแบบร่วมสมัย

14

…สูตรลับตำรับชาววัง…

ในอดีตการปรุงอาหารคาวหวาน ถือว่าเป็นเสน่ห์ประจำตัวและเป็นหน้าที่โดยตรงของสตรีไทย ผู้หญิงทุกคนมักได้รับการฝึกอบรมให้เป็นแม่บ้านแม่เรื่อนที่ดี หากเป็นสตรีชั้นสูงก็จะถูกอบรมให้มีความรู้ความสามารถจากสังคมชั้นสูงอย่างสาวชาววัง ดังเช่นคุณยายทั้งสาม เพราะฉะนั้นเมนูอาหารทุกอย่างในร้านจึงเป็นสูตรลับตำรับชาววังที่มาจากสมุดจดบันทึกของคุณยายที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งนอกจากเมนูอาหารไทยโบราณแล้ว ยังมีอาหารฝรั่งไว้ให้ลิ้มลองกันอีกด้วย

03

ปลาแห้งแตงโม เมนูของทานเล่นของคนโบราณ ที่หาทานได้ยากแล้ว เป็นแตงโมฉ่ำๆ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ ทานคู่กับปลาช่อนป่นที่คลุกเคล้ามากับน้ำตาล เกลือและหอมเจียว ทานแล้วสดชื่นดีนัก

img_1421-copy

ชุดน้ำพริกลงเรือ สูตรเด็ดรสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ดจนเกินไป ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ไข่เจียวและต้มจืดมะระ รับรองจะติดใจ

02

ขนมพระพาย ขนมหวานไทยโบราณหาทานยาก นิยมทานกันในงานมงคล ตัวขนมทำจากแป้งข้าวเหนียวสอดไส้ถั่วแล้วราดด้วยน้ำกะทิ หวานนุ่มละมุนลิ้น

29

ผนังบริเวณห้องทานอาหารแบบกึ่งไพรเวท ตกแต่งด้วยหน้าต่างบานลูกฟัก ที่ได้จากบ้านหลังเดิม นำมาทาสีขาวและวางเรียงต่อกัน เป็นอีกหนึ่งกิมมิกภายในร้าน

โรงแรมบ้านในหลังนี้เปรียบเสมือนหนังสือเล่มเก่าที่บันทึกเรื่องราวความทรงจำอันหอมหวนและอบอุ่นของคนในอดีตมาเป็นเวลายาวนานจนถึงปัจจุบัน
ขอขอบคุณ Baannai The Reminiscence

Comments

comments

0 comments on “Baannai The Reminiscence บ้านในความทรงจำอันอบอุ่นเมื่อวันวาน

Leave a Reply

%d bloggers like this: