ความสุขไซส์มินิ
ที่จะพาเราย้อนกลับไปวัยเด็กอีกครั้งหนึ่ง
หากได้ลองย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องราวความสุขในวัยเด็ก ก็คงไม่มีอะไรสุขไปกว่าการได้เล่นกับของเล่นชิ้นโปรด อย่างตัวต่อเลโก้ รถไฟ หรือโมเดลเครื่องบิน ซึ่งทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้าง
และวันนี้เราจะพาคุณย้อนกลับไปค้นหาความสุขเล็กๆ ในวัยเยาว์กันอีกครั้ง ที่ Stanley MiniVenture เมืองจำลองที่มีชีวิตในสัดส่วน 1:87 ซึ่งเป็นเมืองจำลองที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และเป็นอันดับ 3 ของโลก บนเนื้อที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ณ บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย
เมืองจิ๋วแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดของคุณเอกภาสน์ เตพละกุล ที่อยากให้เมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงความคิดสร้างสรรค์ ช่วยเปิดโลกจินตนาการ ต่อยอดความคิดให้กับคนทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว เหมือนหยุดเวลาและได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง จึงนำของเล่นที่สะสมไว้ตั้งแต่เด็กอย่างรถไฟ มาสร้างสถานที่อันเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในสเกล 1:87 ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของโมเดลรถไฟ และเป็นขนาดที่ทำให้เราเห็นวิวทิวทัศน์ได้ครอบคลุมมากที่สุด จากนั้นจึงแบ่งปันเรื่องราวเหล่านี้ออกสู่สาธารณะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Perceptive of Happiness ที่ซุกซอนความสุขไว้ทุกซอกมุมเล็กๆ ของเมือง
(รูปภาพจาก http://www.hflight.net/forums/topic )
และใช้การเล่าเรื่องผ่านตัวละคร Stanley หนุ่มน้อยนักผจญภัย ที่ออกเดินทางผ่านเมืองจำลองเสมือนจริงทั้ง 11 เมือง โดยมีรถไฟเป็นตัวชูโรง เชื่อมต่อเมืองไว้ทั้งหมด ทำให้เมืองจำลองแห่งนี้มีชีวิต และหากสังเกตุดีๆก็จะพบว่ามีโมเดลบางตัวขยับได้ ส่วนแสง สีภายในก็จะถูกปรับเปลี่ยนให้มีความสว่างและมืดสลับกันไป เหมือนได้ใช้ชีวิตประจำวันไปพร้อมๆ กับเหล่าคนจิ๋วในเมืองนี้ เราไปชมกันเลยดีกว่าว่าแต่ล่ะโซนจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้าง
โซน 1 – Resource Town เมืองแห่งทรัพยากร ต้นกำเนิดของชีวิต
โซนแรกจะเล่าเรื่องราวตั้งแต่ยุคที่มนุษย์เริ่มสำรวจโลก เริ่มขุดหาทรัพยากรธรรมชาติจากใต้ดินอย่างเหมืองแร่ดีบุกมาสร้างสิ่งก่อสร้าง และเขื่อนฮูเวอร์ เขื่อนที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าอันโด่งดังของสหรัฐอเมริกา
โซน 2 – Organic Farm เมืองแห่งเกษตรกรรมและปศุสัตว์
ในส่วนนี้เราจะได้เห็นความเป็นเมืองมากขึ้นกว่าโซนแรก ผู้คนเริ่มใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เริ่มตัดไม้มาสร้างบ้านเรือน ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พึ่งพาธรรมชาติ ปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ไว้ใช้งานและบริโภค นอกจากนั้นยังรู้จักการนำพลังงานลม มาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ในชุมชน
โซน 3 – Residential and Historical Town เมืองแห่งเรื่องราวและประวัติศาสตร์
โซนนี้จะดูเป็นเมืองที่ใกล้เคียงปัจจุบันมากยิ่งขึ้น เราจะเห็นตึกรามบ้านช่องตั้งอยู่ติดๆกัน มีการเปรียบเทียบบ้านเรือนฝั่งอเมริกากับฝั่งยุโรป โดยฝั่งอเมริกานั้น เป็นเมืองที่เกิดขึ้นใหม่ บ้านต่างๆ ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย สไตล์โมเดิร์น ส่วนฝั่งยุโรปนั้น เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตึกส่วนใหญ่จึงมีรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่มากกว่าฝั่งอเมริกา อย่างโบสถ์ที่เห็นอยู่นี้ก็ถูกย่อส่วนมาจากโบสถ์ในเมือง Stuttgart ประเทศเยอรมนี และถ้าสังเกตุดีๆ เราก็จะเห็นคนจิ๋วขอแต่งงานกันหน้าโบสถ์ด้วยนะ
โซน 4 – Transportation and Entertainment เมืองที่ไม่หยุดนิ่งและความหรรษาบันเทิง
ไฮไลท์ของโซนนี้อยู่ที่ round house หรือโรงเก็บรถไฟ ซึ่งค่อนข้างหาดูได้ยาก แม้กระทั่งของจริงก็ตาม อย่างที่ประเทศไทยก็มีให้ชมแค่ที่ลำปางเท่านั้น ถัดมาก็เป็นส่วน entertainment มีสวนสนุก และสนามบอลแอนฟิลล์ที่เมืองลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นสนามบอลที่ใหญ่มาก สามารถจุคนได้ถึง 60,000 คน

โซน 5 – Desert เมืองแห่งทะเลทรายที่ร้อนระอุ
ในโซนนี้จะเกี่ยวกับเรื่องราวการใช้ชีวิตในทะเลทราย ซึ่งเราจะได้เห็นการเดินทางของคาราวานพ่อค้า การตั้งแคมป์ของนักเดินทางเร่ร่อน การใช้อูฐเป็นพาหนะในการเดินทางและขนส่งสินค้า และขาดไม่ได้เลยคือโอเอซิส แหล่งน้ำเพื่อการดำรงชีวิตในทะเลทราย นอกจากนั้นยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับสวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ซึ่งถ้าสังเกตุดีๆ จะพบกับโครงกระดูกไดโนเสาร์อยู่ด้านในของตัวตึกด้วยนะ
โซน 6 – Beach เมืองแห่งท้องทะเล
บรรยากาศชายหาดนี้ได้จำลองมาจาก Santa Monica beach ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเราจะได้เห็นบ้านเรือนที่มีสีสันสดใสตัดกับหาดทรายขาวและน้ำทะเลสีมรกต ได้เห็นวัฒนธรรมและกิจกรรมของชาวตะวันตก ที่นิยมนอนอาบแดดบนชายหาด หรือเล่นเรือใบในวันว่าง

โซน 7 – Cave ถ้ำกาลเวลา
โซนที่รวบรวมเรื่องราวของสิ่งแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นบนนี้ อย่างเช่นทางรถไฟที่อยู่เรียบหุบเขา ซึ่งจำลองมาจากทางรถไฟสายมรณะที่กาญจนบุรี การขุดค้นเจอซากเรือโจรสลัด หรือซากสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ ไปจนถึงเรื่องราวลี้ลับอย่าง crop circle ซึ่งเป็นความเชื่อเรื่อง UFO ของชาวยุโรป ซึ่งทุกอย่างที่เห็นล้วนเป็นไฮไลท์ของโซนนี้ทั้งหมด
โซน 8 – Port เมืองท่าสีขาว
เมืองท่าที่มีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา มีการจำลองลักษณะบ้านในตัวเมือง ซึ่งมีปล่องควัน สำหรับระบายควันจากเตาผิงในบ้าน และบ้านอิกลูของชาวเอสกิโม ที่รายล้อมไปด้วยฝูงหมีโพลาร์ เพนกวิน และแมวน้ำ ถัดมาก็จะเป็นส่วนเมืองที่อยู่ติดกับท่าเรือ ซึ่งจำลองมาจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้ มีไฮไลท์เด็ด ให้ได้ลองสวมบทบาทเป็นกัปตันควบคุมเรือบังคับ รับรองว่าต้องถูกใจเด็กๆอย่างแน่นอน

โซน 9 – Airport สนามบินไร้ขอบฟ้า
สำหรับโซนนี้ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่ายังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีนัก แต่ถ้าเสร็จแล้ว รับรองว่าต้องถูกใจใครหลายๆคนที่ชอบเครื่องบินอย่างแน่นอน ไม่นับรวมความพีคที่จะได้เห็นเครื่องบิน take off และ landing ที่สนามบินนี้ตลอดทั้งวันนะ
โซน 10 – Central Business District
มาถึงย่านเมืองที่รวบรวมตึกระฟ้าอันโด่งดังจกทั่วทุกมุมโลกมาไว้ที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Chrysler Building, ตึก Empire State หรือ ตึก World Financial Center ซึ่งผู้คนในเมืองเหล่านี้ต่างก็แต่งตัวเต็มยศ ใส่สูทผูกไทด์ไปทำงานกัน นอกจากนั้นในโซนนี้ยังได้จำลองสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสของเมืองไทยไว้อีกด้วยนะ
(รูปภาพจาก Stanley MiniVenture)
โซน 11 – Very Thai
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งโซนที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีนัก แต่ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ แลนด์มาร์คสำคัญต่างๆ ของไทย อย่างอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย สถานีรถไฟหัวลำโพง รวมไปถึงเอกลักษณ์บ้านเมืองแบบไทยๆ ที่มีสายไฟฟ้าห้อยระโยงระยางอยู่เต็มไปหมด ต้องถูกนำมารวมไว้อยู่ในโซนนี้อย่างแน่นอน
และท้ายสุดก่อนจะก้าวผ่านประตูออกไป ทาง Stanley ก็อยากให้คุณได้เป็นส่วนหนึ่งไปกับที่นี่ จึงจัดกิจกรรมระบายสี แต่งเติมชีวิตให้เหล่าคนจิ๋ว และสร้างโมเดลต้นไม้ จากนั้นทางทีมงานก็จะนำ Figure จิ๋วของเรา ไปตั้งอยู่ในโซนต่างๆ ทั่วเมืองจำลอง ซึ่งถ้าหากคุณได้มีโอกาสมาอีก ก็จะได้มาตามหาตัวคุณในเมืองเหล่านี้ และถึงแม้จะเปิดให้เห็นทั้ง 11 โซนแล้ว แต่ทาง Stanley ก็ยืนยันว่าจะมีแผนขยายต่อเติมโซนออกไปเรื่อยๆ ในอนาคต และทุกๆครั้งที่มา เรารับรองได้เลยว่าจะต้องมีเรื่องเซอร์ไพรซ์ให้คุณประหลาดใจได้อย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลจาก Stanley MiniVenture















