DVIEW INTERIOR RETAIL

Burn Whale…เรือเสบียงในท้องปลาวาฬ

ร้านอาหารซีฟู้ดน้องใหม่ บรรยากาศน่ารักเหมือนคาเฟ่ โดดเด่นด้วยสตอรี่จากเรื่อง Pinocchio

Burn Whale

Owner : คุณนิว – ธนกร เกาทัณฑ์ทอง , คุณชิ – ชลธิชา กลิ่นมาลัย

Location : Siam soi 2, Bangkok, Thailand

Designer : Party / Space / Design

เวลาเราถามว่าเพื่อนหรือใครสักคนว่าจำเรื่องๆ นี้ได้ไหม เรามักจะพูดถึงตัวละครและยกตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญๆในเรื่องประกอบการเล่าเสมอ เช่น “ชายชรา ช่างไม้ หุ่นไม้ที่พูดโกหกแล้วจมูกจะยาวขึ้น” จากคำใบ้ดังกล่าว พอจะนึกกันออกไหมเอ่ยว่านี่คือเรื่องอะไร…ถูกแล้วค่ะนี่คือเรื่อง Pinocchio ที่ทุกคนล้วนจำฉากที่หุ่นไม้พูดโกหกแล้วจมูกยาวกันได้ แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดถึงนิทานกันอย่างเดียว เราจะพาไปชมร้านอาหารซีฟู้ด ใจกลางสยาม ดินแดนของเหล่าวัยรุ่นไทยทุกยุคทุกสมัย ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากนิทานในวัยเด็กอย่างเรื่อง Pinocchio โดยยกเรื่องราวฉากที่ปลาวาฬกลืนกินเรือของ Pinocchio และพ่อเข้าไปในท้องมาเป็นธีมหลักของร้าน

เส้นทางการเดินเรือ

จุดเริ่มต้นที่นำเรามายืนอยู่หน้าร้านในวันนี้ เกิดจากการที่เราชอบเดินเล่นสยามเป็นชีวิตจิตใจ แล้วเกิดสะดุดตากับ façade เชือกด้านหน้าร้าน และบันไดวนภายในร้าน ทำให้เกิดความอยากรู้ขึ้นมาในทันทีว่านี่คือร้านอะไร? จึงนำไปสู่การนัดสัมภาษณ์ และทำให้เราได้มาเจอกับสองหุ่นส่วนเจ้าของร้าน คุณนิว – ธนกร เกาทัณฑ์ทอง และ คุณชิ – ชลธิชา กลิ่นมาลัย ซึ่งทั้งคู่ได้เล่าให้เราฟังว่าร้านนี้เป็นการต่อยอดธุรกิจประมงของครอบครัวคุณชิ อีกทั้งตนเองค่อนข้างคุ้นเคยกับย่านสยามสแควร์เป็นอย่างดี และก็เห็นว่าในย่านนี้ไม่ค่อยมีร้านอาหารซีฟู้ดระดับพรีเมี่ยม จึงทำให้คิดว่าย่านนี้แหละ เหมาะที่สุดแล้วที่จะใช้เป็นสะพานส่งตรงอาหารทะเลสดๆ จากแพปลาถึงมือลูกค้า

ปลา(วาฬ)เผา

เราคิดว่าชื่อและโลโก้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ใช้ดึงดูดลูกค้าได้ดีไม่แพ้การออกแบบตกแต่งร้าน ชื่อ burn whale นี้ก็เช่นกัน ซึ่งคุณนิวก็ได้เล่าว่า ตัวเขาเองได้บรีฟทีมออกแบบจาก party / space / design ไปว่า เราเป็นร้านอาหารน้องใหม่ แต่เรือของเรานั้นอัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมี่ยม เราอยากได้ชื่อที่ฟังดูยิ่งใหญ่ พูดแล้วคนจะจำชื่อได้ จึงเป็นที่มาของชื่อ burn whale ที่มีโลโก้ส้อมขนาดใหญ่เสียบกลางตัวปลาวาฬ สาเหตุที่เลือกปลาวาฬ เพราะเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในท้องทะเล เมื่อนำมารวมกับ burn จึงกลายเป็นการย่างปลาวาฬ ซึ่งก็ตรงกับเนื้อเรื่องที่นำมาใช้เป็นสตอรี่เล่าเรื่องภายในร้าน 

เรือของ(พ่อ)พินอคคิโอ

คุณชิเล่าว่า ส่วนตัวชอบงานดีไซน์ของ party / space / design ที่เน้นงานออกแบบที่มีคาแรคเตอร์ที่ค่อนข้างชัดเจน จึงติดต่อไป ให้ช่วยออกแบบร้านนี้ให้บ้าง ซึ่งทางทีมออกแบบก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะได้ฉีกกฎการออกแบบร้านอาหารซีฟู้ดแบบเดิมๆ ให้ดูน่ารักและสนุกสนานเหมือนคาเฟ่ขนมหวาน ด้วยเรื่องราวของ Pinocchio โดยนำฉากที่เรือของพ่อ Pinocchio ถูกปลาวาฬกลืนหายเข้าไปในท้อง จากนั้นก็พยายามหาทางออก โดยใช้วิธีจุดไฟย่างปูปลาตัวน้อยๆ ที่อยู่ในท้องปลาวาฬ เพื่อใช้เป็นอาหารประทังชีวิต ควันที่เกิดจากการย่างก็ทำให้ปลาวาฬสำลัก และคายเรือออกมาในที่สุด

พื้นที่ภายในร้านถูกแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือชั้นล่าง ซึ่งเป็นส่วนของครัว ที่ตกแต่งด้านหน้าร้านด้วยบันไดวน ที่มีราวจับเป็นเชือก เป็นทางที่จะนำไปสู่คลังอาหารในท้องปลาวาฬ และตลอดทางที่เราเดินขึ้นไปชั้น 2 เราก็จะได้เพลิดเพลินไปกับของตกแต่งน่ารักๆ ที่สื่อถึงความเป็นทะเลอย่างเปลือกหอย สมอเรือ เรือใบ เป็นต้น ซึ่งทุกชิ้นคุณนิวเป็นคนเลือกมาตกแต่งเองกับมือ

ถัดมาที่ชั้นบน เป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ที่ยกบรรยากาศห้องทำงานของพ่อ Pinocchio มารวมไว้ในเรือ โดยตกแต่งอย่างคลุมโทน ด้วยสีธรรมชาติของไม้ทั้งเข้มและอ่อนสลับกันไป เพื่อสื่อถึงพ่อ Pinocchio ที่เป็นช่างไม้ และทำให้ร้านดูอบอุ่นยิ่งขึ้น

ส่วนฝ้าเพดาน ก็จำลองบรรยากาศให้เป็นเหมือนห้องเครื่องของเรือ ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับควบคุมเรืออย่างรอก หรือเชือกลากอวน และไม่ลืมที่จะตกแต่งผนังบริเวณเหนือมุมโซฟาด้วยรูปปลาวาฬ มาสคอตประจำร้าน

รอกส่งอาหาร อีกหนึ่งกิมมิกเล็กๆน้อยๆในร้าน ที่คุณนิวตั้งใจว่าจะให้ลูกค้าใช้เป็นเส้นทางส่งวัตถุดิบที่ลูกค้าเลือกเอง ให้ทางครัวปรุงให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ เพราะด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่ของทางร้าน ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเซอร์วิส จากที่จะให้ลูกค้าเป็นคนปิ้งย่างอาหารเอง กลายเป็นทางร้านจะเป็นผู้ปิ้งย่างให้แทน

ตอนท้ายคุณนิวได้กล่าวไว้ว่า “ผมให้น้ำหนักกับงานดีไซน์เท่าๆกับคุณภาพอาหาร เพราะดีไซน์มักเป็นสิ่งที่ดึงดูดลูกค้าเป็นอย่างแรก แต่ถ้าลูกค้าได้ลองเข้ามาชิมอาหารแล้ว ดีไซน์ก็จะเป็นรอง เพราะลูกค้าที่กลับมาอีกครั้ง ไม่ได้กลับมาเพราะดีไซน์แต่มาเพราะความสดและความอร่อยของรสชาติอาหาร”

กินบนเรือ ปิ้งที่หลังครัว

เมนูอาหารที่นี่จะมีทั้ง A la carte และบุฟเฟ่ต์ที่มีให้เลือกกว่า 18 เมนู อีกทั้งยังมีบริการปิ้งให้เสร็จสัพ เพื่อที่คนกินอย่างเราจะได้กินอย่างสบายใจ ไม่ต้องเสียเวลามานั่งปิ้งย่างเองให้กลิ่นติดตัว สนนราคาบุฟเฟ่ต์อยู่ที่ 799+ แต่ช่วงนี้มีโปรโมชั่น ลดเหลือ 599+ ทานได้ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยจะเริ่มจับเวลาเมื่ออาหารเริ่มมาเสริฟที่โต๊ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก Burn Whale

Comments

comments

0 comments on “Burn Whale…เรือเสบียงในท้องปลาวาฬ

Leave a Reply

%d bloggers like this: