ชีวิตหลังความเต็ค : สถาปนิกไม่ใช่พระเจ้า

เหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง เมื่อมีมือสากๆมาตบที่ไหล่ผมเบาๆ พร้อมกับคำพูดนิ่งเนิบว่า “สถาปนิกที่ออกแบบได้ แต่ไม่รู้ว่าต้องสร้างยังไง แถมยังทำแบบผิด เก่งยังไงก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ”

หลังจากจบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผมก็เข้าทำงานที่บริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดังแห่งหนึ่งใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท สะสมประสบการณ์ได้ประมาณ 3 ปี จึงคิดที่จะออกมารับงานออกแบบเอง และจะเติบโตเพื่อเปิดบริษัทสถาปนิกอย่างที่ฝันไว้

ผมเริ่มรับงานเองตั้งแต่เริ่มออกแบบ คุยกับลูกค้า คุมช่าง และทำทุกอย่างที่สถาปนิกพึงทำ บ้านหลังแรกหลังจากที่ออกมาจากบริษัทใหญ่เป็นไปได้สวย ตอนนั้นตั้งใจว่าจะรับงานไม่เยอะ เพราะทำไม่ไหวและคิดว่าทำน้อยๆ แต่ออกแบบให้ดีไปเลยน่าจะดีกว่าการรับงานหลายชิ้น แต่สุดท้ายงานไม่ดี งานหลุด

บ้านหลังแรกเต็มไปด้วย “ของ” ผมปล่อยของลงไปในบ้านหลังนี้เต็มที่ เหมือนเก็บกดเพราะตอนที่เป็นพนักงานบริษัทไม่สามารถทำอะไรได้ในหลายๆอย่าง… โชคดี เจ้าของบ้านเล่นด้วย และให้เราแสดงฝีมือเต็มที่

แบบร่างผ่านไปด้วยดี จากขั้นพัฒนาแบบและแบบก่อสร้าง ภาพในฝันเมื่อบ้านเสร็จนั้นชัดเจนมาก เป็นบ้านที่โมเดิร์นแบบสุดๆ มีโครงสร้างห้องนอนชั้น 2 ที่ยื่นยาวโดดเด่น สร้างเสร็จต้องลงสื่อมากมายแน่ๆ

…บ่ายวันหนึ่งของการเข้าไซต์ตรวจงานก่อสร้างตามปกติ “ช่างโอ” หัวหน้าช่างชาวอีสานอายุราว 50 ปีเห็นจะได้ เดินมาถามถึงรายละเอียดการก่อสร้างจุดที่สงสัย “ตรงนี้มันจะสร้างยังไงครับ แบบโครงสร้างก็ใส่เหล็กมาไม่เยอะ แต่ว่านี่มันยื่นออกไปเกือบ 3 เมตรครึ่ง ผมว่าตรงนี้แบบน่าจะต้องแก้นะครับ ไม่น่าจะทำได้”

ผมหยิบแบบจากมือช่างโอมาดูอีกครั้ง แบบก็แบบเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือ… ทำไมเราถึงไม่มีข้อสงสัยแบบช่างบ้าง ทั้งๆที่เราเรียนมาตรงสาย ออกแบบได้ คำนวณก็พอได้ แต่ทำไมถึงต้องให้ช่างมาทวงถามเรื่องแบบแบบนี้

“มันก็น่าจะได้นะช่าง วิศวกรเขาคำนวณมาแบบนี้” ผมตอบช่างโอไปแบบเอาตัวรอดไปก่อน… คิดในใจว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาให้คำตอบวันอื่น

“แล้วส่วนที่ยื่นออกไป มันไม่มีอะไรช่วยดึงกลับเลย ยื่นจากเสาดื้อๆ มันจะแข็งแรงหรอ…” ช่างโอถามต่อ

ผมเริ่มรู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุม จึงตอบแบบตัดจบว่า “เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมให้คำตอบ hold งานตรงนี้ไว้ก่อน…” แล้วผมก็จากไป

…..

เย็นวันนั้นผมติดต่อวิศวกรคนออกแบบเพื่อหาคำตอบ แล้วก็พบว่า แบบสถาปัตย์ของผม ไม่ตรงกับแบบวิศวกรรม… แบบสถาปัตย์ของผมยื่นพื้นและคานโดยเขียนพื้นบางแค่ 15 เซนติเมตร แต่ตอนเอาแบบไปคุยกับวิศวกร ผมไม้ได้อธิบายตรงนี้ชัดเจน แบบจึงไม่ตรงกันโดยวิศวกรก็จะออกแบบให้ปลอดภัยไว้ก่อน… ผมไม่ได้มองว่าวิศวกรผิด แต่เป็นผมที่ต้องมีหน้าที่ตรงเช็คทั้งหมด ไม่สื่อสารให้ทุกคนเข้าใจในแบบของผม ผลที่ออกมาจึงเป็นแบบนี้

…..

ก่อนหน้านี้ ผมเคยตำหนิช่างโอและลูกน้องของแกว่า ทำงานไม่ได้เรื่องตอนช่วงงานฐานราก งานไม่เรียบร้อย ไม่มีความรู้ แต่วันนี้ ผมเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง เมื่อมีมือสากๆมาตบที่ไหล่ผมเบาๆ พร้อมกับคำพูดนิ่งเนิบว่า “สถาปนิกที่ออกแบบได้ แต่ไม่รู้ว่าต้องสร้างยังไง แถมยังทำแบบผิด เก่งยังไงก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ”

สุดท้าย งานก่อสร้างล่าช้าไปเกือบ 3 อาทิตย์ เพราะการเอาแบบกลับไปแก้ไขให้ถูกต้องปลอดภัย ช่างก็อยู่ไซต์ว่างๆไป 3 อาทิตย์ ส่วนผมก็โดนลูกค้าตำหนิ และได้รับบทเรียนสำคัญในวิชาชีพนี้…

ทุกคนมีความเชี่ยวชาญในทางของตนเอง การรู้ให้รอบและครบถ้วน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด… ความผิดพลาดเป็นสิ่งธรรมดา การผิดสักครั้งไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนเลว ไม่มีน้ำยา… หลังจากเขาทำผิด ทำไมไม่ลองเดินเข้าไปถามล่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้น และเราช่วยให้อะไรๆดีขึ้นได้บ้างไหม…

ในการสร้างบ้านหรืออาคารสักหลัง สถาปนิกไม่ใช่พระเจ้า… ไม่ต้องเชื่อมันทั้งหมด แต่เราควรเชื่อทุกคนในทีมมากกว่าต่างหาก ช่างโอไม่ได้เรียนตรงสาย แต่ช่างโอมีประสบการณ์ ที่บางครั้งมันมีค่าและใช้ได้จริงกว่าใบปริญญาที่เป็นกระดาษหลายเท่าตัว

Writer

subscribe now!

Get the coolest NEWS and ARCHITECTURE Content today!

รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ทางอีเมล
ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!