ARCHITECTURE DESIGN DVIEW

สมดุลของชีวิต คือการเลือกได้ว่าจะ “เร่ง” หรือจะ “พัก” เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต

ชีวิตเรา “เร่ง” ได้ แต่ต้องเลือกที่จะ “พัก” และ “ช้าลง” ในบางเวลาที่เหมาะสม

ทุกวันนี้ใครๆก็ชอบความรวดเร็วและสะดวกสบาย… ใช่ครับ ทั้งเรื่องการเดินทาง การใช้ชีวิต ทำงาน เรียนหนังสือ ความเร็วและสะดวกสบายคือสิ่งสำคัญ แต่ความรวดเร็วทันใจเหล่านี้ ต้องแลกมาด้วยอะไรบ้างไหม? บางคนอาจบอกว่าเรื่องความแออัด ความคับแคบ หรือคุณภาพชีวิตที่ไม่ค่อยจะดีนัก แต่จะดีแค่ไหน ถ้าเราจะบอกคุณว่า ยังมีพื้นที่ที่คุณสามารถเลือก “สปีด” ในชีวิตของคุณได้เอง เมื่อต้องเร่งก็สามารถเดินทางได้รวดเร็วทันเวลา เมื่อเหนื่อยล้า ก็มีพื้นที่ให้คุณได้ลดความเร็ว ผ่อนเครื่องเบาลง แล้วค่อยเดินหน้าต่อไป และแน่นอน นั่นหมายถึงการที่คุณสามารถเลือก “ความสุข” ในชีวิตได้เช่นกัน…

อาคารสูง 43 ชั้นที่อยู่ตรงหน้านี้ คือ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต โครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ที่เพิ่งสร้างเสร็จจากแสนสิริ ที่โดดเด่นเรื่องที่ตั้งโครงการซึ่งเดินทางสะดวกสบายมาก และการออกแบบยังน่าสนใจ พร้อมใส่แนวคิดเรื่องธรรมชาติได้อย่างแยบยล คือโครงการที่เราจะพาไปชมในครั้งนี้ครับ

ทำเล ที่ใครๆก็หลงรัก

ที่ตั้งโครงการอยู่ริมถนนพหลโยธิน ตรงข้ามสวนจตุจักรรวมถึงตลาดนัด สวนรถไฟ และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทำให้บริบทโดยรอบนั้นมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก เมื่อมองจากมุมสูง ก็จะเห็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้โครงการ อีกทั้งยังเดินทางสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยระยะทางไปยังรถไฟฟ้า BTS หมอชิต และ MRT จตุจักร ห่างออกไปเพียง 400 เมตร เรียกว่าจะเข้าเมืองก็ง่าย จะพักผ่อนก็มีพื้นที่สีเขียวเพียงพอ เป็นสุดยอดที่ตั้งในฝันของใครหลายๆคน (คลิก ที่นี่ เพื่อดู google map)

เพราะใส่ใจในธรรมชาติ ความร่มรื่นจึงปกคลุม

ด้วยพื้นที่ตั้งของโครงการใกล้กับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปอดของกรุงเทพ แนวคิดในการ “เชื่อมต่อ” พื้นที่สีเขียวจึงเกิดขึ้น ภาพรวมของโครงการจึงออกแบบพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับต้นไม้และพื้นที่สีเขียวมากที่สุด เห็นได้จากพื้นที่ด้านหน้าโครงการ ที่ตัวรั้วนั้นมีการออกแบบให้หลบและเลี่ยงต้นไม้ใหญ่เดิม ซึ่งมีมาก่อนที่จะก่อสร้างโครงการนี้ เพราะต้นไม้ทุกต้นมีคุณค่า และเพื่อได้พักพิงอาศัยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ได้ต่อไปนานๆ

โดยผู้ออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรม ได้เลือกใช้ต้นไม้ที่เหมาะสมกับแต่ละโซน เช่น โซนพื้นที่ริมน้ำ โซนที่ลุ่ม โซนที่ราบสูง และโซนพื้นที่ที่เป็นภูเขาและป่า เป็นต้น โดยเลือกต้นไม้ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย ทนทาน และที่สำคัญต้องมีรูปทรงที่สวยงามเหมาะสม

เส้นตรงเป็นของมนุษย์ และเส้นโค้งเป็นของธรรมชาติ

นอกจากต้นไม้และองค์ประกอบที่เป็นธรรมชาติ ที่สามารถมองเห็นได้ทั่วไปในโครงการนี้แล้ว เส้นสายต่างๆที่เกิดจากการออกแบบของมนุษย์ ยังสอดรับกับความเป็นธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนอีกด้วย

เส้นสายโค้งมนเหล่านี้ สอดประสานกันเป็นทางเดิน ขอบกระถางต้นไม้ รวมไปถึงพื้นระเบียง ชายคา และ Facade (เปลือกอาคาร) ทั้งหมด ภาพรวมของโครงการจึงดูเบาสบาย รู้สึกลื่นไหลไปกับพื้นที่ต่างๆเมื่อได้ก้าวเท้าเข้าไปสัมผัส

Planning ลื่นไหล ต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ

ไม่เพียงแต่รูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่ดูลื่นไหล ตัว Planning ของโครงการ ยังสื่อความหมายถึงความต่อเนื่อง เชื่อมโยงบริบทโดยรอบเข้าไว้ด้วยกันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเรื่องของการระบายถ่ายเทอากาศภายในโครงการ ก็สามารถทำได้ดี เนื่องจากมีการวางอาคารให้รับกับทิศทางลม บวกกับการมีต้นไม้ใหญ่ บ่อน้ำ ในตำแหน่งที่ได้ออกแบบไว้อย่างดีแล้ว ทำให้ภายในโครงการไม่ร้อน มีลมพัดผ่านตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่หากได้ยากในอาคารขนาดใหญ่แบบนี้

ทางเดินและรูปทรงของห้อง เป็นเส้นสายที่มีการลบมุม มีความโค้งที่ทำให้รู้สึกนุ่มนวล ลื่นไหล เมื่อตัดกับเส้นตรงของเสาและพื้น จึงเกิดความขัดแย้งที่ดูน่าสนใจ น่าค้นหามากขึ้น และเมื่อพื้นที่นั้นเชื่อมต่อทางความรู้สึกมากขึ้น การใช้งานก็จะไม่ติดขัด และรู้สึกไม่อึดอัดในการใช้งาน

และการออกแบบห้องให้มีการลบมุม โค้งมนนี้ ยังทำให้พื้นที่บริเวณนี้ดูเป็นมิตร ผ่อนคลาย เป็นกันเอง เหมาะสำหรับการเป็นพื้นที่สารพัดประโยชน์หรือ Multipurpose Area ซึ่งประกอบด้วย ห้องประชุม ห้องอ่านหนังสือ และห้องทำงานส่วนกลาง ที่ต้องการความผ่อนคลายระหว่างการใช้งานด้วยนั่นเอง

ความเป็นส่วนตัว ที่เปิดโล่ง

บริเวณพื้นที่ Lobby รวมถึง Multipurpose Area นี้ มีความพิเศษคือมีฝ้าสูงถึง 6 เมตร เป็นโถงต้อนรับที่มีความหรูหรา คล้ายโถงของโรงแรมระดับ 5 ดาว ในขณะเดียวกันก็มีความอบอุ่น เปิดต้อนรับผู้ที่เข้ามาด้วยการออกแบบวัสดุระดับพรีเมียม รวมถึงแสงไฟและบรรยากาศ ที่ออกแบบให้เปิดรับแสงธรรมชาติผ่านกระจกบานใหญ่รอบด้าน 

พื้นที่ Multipurpose Area ซึ่งประกอบด้วย ห้องประชุม ห้องอ่านหนังสือ และห้องทำงานส่วนกลาง ซึ่งอยู่ที่ชั้น Ground นี้ ก็สามารถเปิดมุมมองสู่พื้นที่สวนขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าโครงการได้อย่างเต็มที่ เพราะออกแบบเป็นบานกระจกโค้งใส รับกับเส้นสายพริ้วไหวของทางเดินในสวนและธรรมชาติรอบตัวเช่นกัน

วัสดุ สื่อ ความหมาย

วัสดุที่ถูกเลือกใช้ทั้งหมดนั้น ถูกออกแบบมาในแนวคิดที่อยากจะนำความเป็นธรรมชาติเข้ามาภายในโครงการมากที่สุด ทั้งยังผสมผสานความหรูหรามีระดับเข้าไปในเวลาเดียวกัน 

ผนังหินอ่อนนำเข้าจากประเทศอิตาลี ถูกนำมาใช้ทั้งในส่วนผนังโชว์ (Feature Wall) บริเวณทางเข้าและภายใน Lobby และมีการเพิ่มความน่าสนใจด้วยเส้นสายทองแดงที่เซาะร่อง เกิด Pattern ที่ไม่น่าเบื่อ ให้ทั้งความเป็นธรรมชาติจากสีและลายของหิน แล้วยังดูหรูหรามีระดับ

ส่วนกลาง ที่ไม่ครึ่งๆกลางๆ

โครงการอื่นๆ อาจไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องพื้นที่ส่วนกลางมากนัก แต่สำหรับโครงการนี้ มีการออกแบบพื้นที่ให้ “สุด” ทั้งการใช้งาน ทั้งรูปแบบและวัสดุที่ใช้ ถือว่าเป็นส่วนกลางที่น่าใช้งานที่สุด เท่าที่เคยสัมผัสมา

โดยพื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้ มีทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกัน ชั้น 1 – Multipurpose Area, ชั้น 7-8 – สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน เกมส์รูม ห้องเด็กเล่น และห้องออกกำลังกาย, ชั้น 41 – Sky Lounge และ Recreation Area

สระว่ายน้ำมาตรฐานยาว 40 เมตร พร้อมสระเด็กยาว 6 เมตร

ห้องเกมส์รูม

ห้องเด็กเล่น

ห้องออกกำลังกาย

กึ่งเปิด กึ่งปิด = ความสบายในพื้นที่ปลอดภัย

พื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดของโครงการ ออกแบบเป็นพื้นที่กึ่งเปิด กึ่งปิด (Semi-Outdoor) กล่าวคือเป็นพื้นที่ที่มีหลังคาปกคลุม แต่ส่วนของผนังนั้นเปิดโล่ง เพื่อให้สายลมและแสงแดดนั้นได้สาดส่องเข้ามาในปริมาณที่พอเหมาะ เราจึงยังสามารถรับรู้ความเป็นไปของธรรมชาติรอบตัวได้ มีสายลมพัดพาความเย็นมาสัมผัสกาย มีแสงธรรมชาติที่เหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือ แต่ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวและอบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ใช้งาน

พื้นที่พักผ่อนกึ่งเปิดกึ่งปิดที่ชั้น 7 สามารถใช้งานได้อย่างอิสระ จะจัดปาร์ตี้หรือนั่งชิลก็ย่อมได้

ห้องพัก พร้อมวิวเมือง

ห้องพักที่นี่น่าสนใจด้วยขนาดของห้องที่พอเหมาะพอดี เหมาะกับการใช้งาน ระยะจากพื้นถึงฝ้าก็มากกว่าปกติ ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด โดยมีให้เลือกหลักๆ ทั้งหมด 3 แบบด้วยกันคือ แบบ 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน และ 3 ห้องนอน โดยแบบ 2 และ 3 ห้องนอน จะมีให้เลือกทั้งแบบ 1 ชั้น หรือ 2 ชั้น (Duplex)

ทุกห้องจะมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป โดยไม่ต้องกังวลว่าห้องไหนจะร้อน เพราะผู้ออกแบบได้คิดถึงเรื่องการวางอาคารเพื่อให้หลบแดดและรับลมมาแล้วเป็นอย่างดี ฉะนั้นทุกห้องจะไม่โดนแสงแดดโดยตรงนั่นเอง

สมดุลของชีวิต คือการเลือกได้ว่าจะ “เร่ง” หรือจะ “พัก” และ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต นี้น่าจะตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี เพราะทุกครั้งที่ก้าวออกจากบ้าน เราต้องเร่งเพื่อตามฝันให้ทัน แต่เมื่อกลับมา การพักผ่อนคือสิ่งจำเป็น ที่จะช่วยชาร์ตแบตให้เต็ม เพื่อสู้ต่อไปในรุ่งเช้าอีกวัน…

ข้อมูลโครงการ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต

  • พื้นที่ดิน : ประมาณ 4 ไร่
  • จำนวนชั้น : 43 ชั้น 
  • จำนวนยูนิต : 841 ยูนิต

FACILITIES

  • Lobby Area
  • Multi Purpose Area
  • Ground floor and 7th Floor garden and outdoor recreation area
  • Swimming pool with kid’s pool
  • Game Room
  • Kid’s Room
  • Self-Laundry
  • Exercise room with equipment
  • 41st Floor recreation area
  • Wireless internet available at main lobby, multipurpose area, swimming pool area and 41st Floor recreation area
  • 24-hour security by Guard Service
  • 24-hour CCTV
  • Parking space

ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก >>> เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต

Comments

comments

0 comments on “สมดุลของชีวิต คือการเลือกได้ว่าจะ “เร่ง” หรือจะ “พัก” เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต

Leave a Reply

%d bloggers like this: