Flower Cage House ปรับใหม่ใส่ความเป็นส่วนตัว

บ้านที่ดี…ไม่ใช่แค่สวยงามแต่เพียงภายนอก หากต้องตอบสนองลักษณะเฉพาะตัวและการใช้ชีวิตของเจ้าของบ้านนั้นได้อย่างเต็มที่

บ้านหลังนี้ก็เช่นกัน แต่เดิมเป็นบ้านจัดสรรเก่าที่มีฟังก์ชันครบครัน แต่ยังไม่ตอบโจทย์ต่อไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านได้อย่างเต็มที่ เจ้าของจึงมีความคิดที่จะรีโนเวทบ้านใหม่ทั้งภายนอกและภายใน โดยตั้งใจทำลายความเป็นบ้านจัดสรรทิ้งไป และบ้านต้องสื่อถึงตัวตนเจ้าของบ้านออกมาได้อย่างแนบเนียน คือเป็นบ้านที่ดูดิบ และเท่ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นบ้านที่อบอุ่นและละมุนเช่นกัน ออกแบบโดย Anonym Studio มีพื้นที่ทั้งหมด 300 ตารางเมตร เป็นที่อยู่อาศัยขนาดกลางที่จัดสรรพื้นที่ออกมาได้อย่างลงตัว

บ้านตั้งอยู่ที่เขตลาดพร้าว อยู่ในเขตพื้นที่พักอาศัย ซึ่งมีความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว และยังอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าด้วยระยะเวลาไม่เกินสามสิบนาที จึงเป็นทำเลที่สะดวกสบาย พร้อมทั้งมีความสงบและยังไม่วุ่นวายจนเกินไป

ปรับเปลี่ยน เพื่อการใช้งานที่ลงตัว

คุณพงศ์ภัทรและคุณปานดวงใจ สถาปนิกผู้พลิกโฉมบ้านหลังนี้ได้เล่าให้ฟังว่า บ้านก่อนรีโนเวทเป็นบ้านจัดสรรมีอายุมากกว่า 10 ปี ซึ่งเจ้าของบ้านไม่ค่อยได้พักอาศัย จึงอยากเปลี่ยนแปลงบ้านให้มีฟังก์ชันที่เหมาะสมกับการกลับมาอยู่บ้านอีกครั้ง และปรับเปลี่ยนสเปซภายในบ้านให้พ่อกับแม่ที่เริ่มมีอายุ โดยสถาปนิกตั้งใจไว้ว่า จะทำลายความเป็นรูปแบบบ้านจัดสรรออกให้หมด เพราะลักษณะของบ้านจัดสรรเดิมคือแสงธรรมชาติส่องไม่ถึงภายในบ้าน และไม่มีช่องเปิดมุมมองไปยังสวนข้างนอก จึงเจาะหน้าต่างและเปิดช่องแสงเพิ่ม เพื่อให้ภายในบ้านรับแสงธรรมชาติได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น และเก็บโครงสร้างหลักของบ้านเดิมไว้เพราะโครงสร้างเก่ายังดีอยู่และเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายนั่นเอง

Flower Cage

จุดเด่นของบ้านที่น่าสนใจ คือ facade โครงเหล็กสีดำสนิท อยู่บริเวณหน้าบ้านและมีต้นไม้เรียงรายตามช่องเหล็กแต่ละช่องเป็นจำนวนมาก ซึ่งโครงสร้างนี้เป็น Structure grid ที่เชื่อมกับแนวคานด้านบนและรับน้ำหนักจากกระถางต้นไม้เซรามิค (ceramic tree)  และสถาปนิกอยากให้โครงสร้างและ gird เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับโครงสร้างของบ้าน โดยจะแบ่งกริดออกเป็นระยะ ความห่างเท่ากัน เพื่อให้มีสเปซที่เพียงพอสำหรับการวางกระถางต้นไม้ลงในกริดแต่ละช่องได้ หน้าที่ของ structure grid คือใช้กรองแดดในทิศตะวันตก และสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของบ้าน

แม้ว่าโครงเหล็กสีดำนั้นจะดูแข็งแกร่งและดุดัน แต่ในขณะเดียวกันต้นไม้ที่วางอยู่ตามกริดนั้นกลับช่วยให้บ้านดูผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น โดยต้นไม้ทั้ง 102 ต้นนั้น คือต้นไม้เซรามิค (Ceramic trees) ซึ่งใช้รูปทรงของต้นมะกอกเป็นต้นแบบ ความหมายของต้นมะกอกคืออิสรภาพและความอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งเปรียบเสมือนเจ้าของบ้าน ที่ถึงแม้ภายนอกจะดูอ่อนโยนและสนุกสนาน แต่แท้จริงแล้วก็เป็นคนที่เข้มแข็งเช่นกัน

สีดำของโครงเหล็กเปรียบเสมือนความเข้มแข็ง และหนักแน่น แต่ในทางกลับกัน ต้นมะกอก ก็สื่อถึง อิสรภาพ และ ความอ่อนน้อมถ่อมตนของเจ้าของบ้านได้อีกด้วย

โล่ง โปร่ง สบาย

เมื่อเข้ามาในบ้านจะเห็นได้ว่า บริเวณชั้น1 ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่โปร่งและใช้วัสดุส่วนใหญ่เป็นกระจก เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้าถึงได้อย่างเต็มที่ ส่วนของหน้าบ้านตั้งอยู่ในทิศตะวันตก จึงทำให้บ้านโดนแสงแดดเกือบตลอดทั้งวัน สถาปนิกจึงแก้ปัญหาด้วยการใช้ผนังทึบในฝั่งที่โดนแดดเพื่อป้องกันความร้อนและแสงแดดที่ร้อนจัดในเวลากลางวัน ส่วนฝั่งที่ไม่โดนแดดจึงจะใช้กระจกกรอบเหล็กบานใหญ่ เพื่อให้แสงส่องเข้าบ้านได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สเปซภายในบ้านจะสัมผัสได้ถึงความสดชื่นของสเปซข้างใน เพราะสถาปนิกออกแบบให้มีบ่อปลาที่ยาวไปจนสุดบริเวณ foyer เมื่อเจ้าของจอดรถแล้วเดินเข้าบ้านจะพบกับบ่อปลาก่อนเป็นอันดับแรก บ่อปลานี้จะทำให้เจ้าของเกิดความรู้สึกที่ผ่อนคลายมากขึ้น ก่อนที่จะขึ้นบันไดเหล็กไปสู่ชั้นบนของบ้าน

บันไดเหล็กนำทางขึ้นไปสู่พื้นที่อเนกประสงค์ ซึ่งอยู่ชั้น 2 จัดเป็นพื้นที่ส่วนกลาง และต่อเนื่องไปยังห้องนอนหลักโดยตรงได้

บริเวณชั้น 2 ทั้งหมดนี้นั้นเปรียบเสมือนเพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวของเจ้าของบ้านอีกด้วย

พื้นที่อเนกประสงค์ ปรับเปลี่ยนตามความต้องการ

Multipurpose area มีกระจกบานสไลด์ซึ่งสามารถเลื่อนเปิดปิดได้ กล่าวคือสามารถเลื่อนเปิดกระจกออกเพื่อการดูแลรักษาต้นไม้ และเพื่อรับลม รับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นในตอนกลางวันที่แดดจ้า มีอากาศร้อน หรือตอนกลางคืนซึ่งอาจจะมีแมลงรบกวน ก็สามารถเลื่อนกระจกปิดได้เช่นกัน

Ceramic trees 102 ต้น ออกแบบโดย Aor Sutthiprapha

สถาปนิกออกแบบบ้าน Flower cage house โดยการคิดนอกกรอบ ไม่จำกัดความคิดแค่การใช้วัสดุและวิธีเดิมๆเท่านั้น นั่นคือการใช้ façade โครงเหล็กสีดำ ซึ่งอยู่บริเวณหน้าบ้านนั่นเอง อีกทั้งยังปรับเปลี่ยนภายในบ้านให้โล่งและโปร่งสบายมากขึ้น กล่าวคือปรับเปลี่ยนสเปซเพื่อการใช้งานที่ดีขึ้นและสร้างสรรค์บ้านให้มีเอกลักษณ์มากขึ้น บ้านนี้จึงดูน่าอยู่อีกทั้งยังตอบสนองต่อการใช้ชีวิตของเจ้าของบ้านได้ดียิ่งขึ้น

 

Project Name: Baan Flower Cage (Flower Cage house)

Location: Bangkok, Thailand

Architect: Anonym, Phongphat Ueasangkhomset, Parnduangjai Roojanawate

Area: 300 sq.m.

Project year: 2017 

Ceramic artist: Aor Sutthiprapha

Photo by Ketsiree Wongwan

Writer
Dsign Something

LINE OFFICIAL

รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกสัปดาห์ แอดมาเลย!

subscribe now!

Get the coolest NEWS and ARCHITECTURE Content today!

รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ทางอีเมล
ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!