OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

UK Grand Crystal Palace เมื่อวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และอนาคตนิเวศวิทยาจากสถาปนิกไทยมาบรรจบกัน

  • UK Grand Crystal Palace เมื่อวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และอนาคตนิเวศวิทยาจากสถาปนิกไทยมาบรรจบกัน

    UK Grand Crystal Palace เมื่อวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และอนาคตนิเวศวิทยาจากสถาปนิกไทยมาบรรจบกัน

    UK Grand Crystal Palace เมื่อวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และอนาคตนิเวศวิทยาจากสถาปนิกไทยมาบรรจบกัน การเดินเล่นกลางกรุงลอนดอนในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ งาน The Great Exhibition Road Festival ย่าน South Kensington เป็นประสบการณ์ที่เปิดมุมมองใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ ในฐานะผู้บันทึกเรื่องราว ฉันมักจะมองหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนกับพื้นที่เมืองอยู่เสมอ และงานนี้ก็จัดขึ้นเพียงสองวันแต่สามารถพลิกโฉมถนนทั้งสายให้กลายเป็นลานทดลองขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของผู้คน ตั้งแต่ครอบครัวที่พาเด็กๆ มาเที่ยว กลุ่มนักศึกษา ไปจนถึงนักวิจัยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บรรยากาศไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนการถูกบังคับให้มาเรียน แต่เป็นการเรียนรู้ผ่านการเดินเล่น ชมงานศิลปะ ฟังดนตรีสด และพูดคุยกับนักวิทยาศาสตร์ แม้จะมีฝนโปรยปรายลงมาตามสไตล์ลอนดอน แต่ผู้คนก็เพียงแค่กางร่ม หลบเข้าอาคารชั่วคราว แล้วกลับออกมาสนุกสนานต่อเมื่อฝนซา ผ่านเลนส์กล้องของฉัน สิ่งที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือรอยยิ้มและแวววาตาแห่งความหวังของผู้คนที่ได้ออกมาใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลองนวัตกรรมและอนาคต สิ่งที่สร้างความประหลาดใจและปลุกความภูมิใจให้เกิดขึ้นอย่างท่วมท้นในฐานะคนไทยคนหนึ่ง คือการได้บังเอิญพบกับผลงานของคนไทยที่จัดแสดงอย่างโดดเด่นในงาน ผลงานนั้นคือ UK Grand Crystal Palace ออกแบบโดยสตูดิโอสถาปัตยกรรมจากกรุงเทพฯ Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and…

  • Reused Timber house โครงการ MeKong House

    Reused Timber house โครงการ MeKong House

    Reused Timber House โครงการ MeKong House มีสถาปัตยกรรมอยู่ไม่น้อยที่พยายามสร้างตัวตนผ่านรูปทรงอันโดดเด่น แต่สำหรับ Mekong House ผลงานของ PAVA Architects บ้านหลังนี้กลับเลือกวิธีตรงกันข้าม ด้วยการลดบทบาทของตัวอาคารลง แล้วปล่อยให้ธรรมชาติริมแม่น้ำโขงเป็นผู้เล่าเรื่องแทน เสียงลมที่พัดผ่านต้นไม้ แสงแดดที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา และสายน้ำที่ไหลอย่างสงบนิ่ง กลายเป็นองค์ประกอบหลักของประสบการณ์การอยู่อาศัย ขณะที่สถาปัตยกรรมทำหน้าที่เพียงสร้างกรอบที่เหมาะสมให้ธรรมชาติเหล่านั้นได้แสดงบทบาทอย่างเต็มที่ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นตั้งแต่วิธีการวางผังอาคาร โดยสถาปนิกเลือกจัดวางตัวบ้านให้ขนานไปกับแนวการไหลของแม่น้ำโขง แทนที่จะหันด้านสั้นเข้าหาวิวเหมือนบ้านพักทั่วไป การตัดสินใจเช่นนี้ไม่เพียงเปิดมุมมองแบบพาโนรามาให้ทุกพื้นที่ภายในสามารถรับรู้ภูมิทัศน์ของแม่น้ำได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังช่วยให้ลมธรรมชาติไหลผ่านตัวอาคารได้อย่างนุ่มนวล ลดการปะทะของกระแสลม และสร้างสภาวะน่าสบายโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบปรับอากาศ เมื่อมองจากภายนอก บ้านให้ความรู้สึกเรียบง่ายอย่างตั้งใจ ผนังภายนอกถูกออกแบบให้โล่งและสะอาดตา เพราะระบบต่าง ๆ ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นงานโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า หรือระบบประปา ถูกจัดรวมไว้ภายในแกนกลางคอนกรีตเพียงจุดเดียว วิธีคิดนี้ช่วยให้พื้นที่ใช้งานหลักเปิดโล่งและยืดหยุ่น ขณะเดียวกันก็ทำให้รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมดูสงบ เป็นระเบียบ และไม่ถูกรบกวนด้วยองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น อีกหนึ่งรายละเอียดที่สะท้อนความเข้าใจต่อภูมิอากาศเขตร้อนได้อย่างชัดเจน คือ ระเบียงไม้ที่โอบล้อมพื้นที่ชั้นสองของบ้าน แม้ในมุมมองแรกจะเป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับชมวิวแม่น้ำ แต่ในความเป็นจริง ระเบียงชุดนี้ทำหน้าที่มากกว่านั้น ทั้งเป็นพื้นที่กึ่งภายนอกสำหรับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เป็นทางเดินเชื่อมห้องต่าง ๆ และยังทำหน้าที่เป็นกันสาดธรรมชาติ ช่วยลดความร้อนให้พื้นที่ชั้นล่างในเวลาเดียวกัน แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากชานบ้านของเรือนพื้นถิ่นอีสาน ที่ผสานการใช้ชีวิตและการตอบสนองต่อสภาพภูมิอากาศเข้าไว้เป็นเรื่องเดียวกัน…

  • A5 Design ถอดบทเรียนจากการพัฒนาโครงการลักชัวรี่ สู่การออกแบบพื้นที่ที่สร้างคุณค่าในระยะยาว

    A5 Design ถอดบทเรียนจากการพัฒนาโครงการลักชัวรี่ สู่การออกแบบพื้นที่ที่สร้างคุณค่าในระยะยาว

    A5 Design ถอดบทเรียนจากการพัฒนาโครงการลักชัวรี่ สู่การออกแบบพื้นที่ที่สร้างคุณค่าในระยะยาว เรามักคุ้นเคยกับการเริ่มต้นงานออกแบบจากภาพของอาคาร รูปทรง ฟอร์ม หรือภาษาทางสถาปัตยกรรมที่ต้องการสื่อสาร แต่สำหรับ A5 Design คำถามแรกของการออกแบบกลับไม่ใช่เรื่องรูปลักษณ์ของอาคาร หากเป็นคำถามที่เรียบง่ายกว่าและลึกซึ้งกว่า นั่นคือผู้คนจะใช้ชีวิตอย่างไรในพื้นที่แห่งนั้น? แนวคิดดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากทฤษฎีการออกแบบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์มากกว่าสิบปีของ Asset Five Group ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ที่ทำงานกับลูกค้ากลุ่มพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนค้นพบว่าความสำเร็จของบ้านมูลค่าหลายสิบหรือหลายร้อยล้านบาท ไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการตอบสนองวิถีชีวิตของเจ้าของบ้านได้อย่างแท้จริง วันนี้ประสบการณ์ดังกล่าวได้ถูกต่อยอดออกจากขอบเขตของที่อยู่อาศัย สู่การออกแบบพื้นที่ในบริบทใหม่อย่าง Wellness Destination โดยยังคงยึดถือหลักการเดิม นั่นคือการสร้างพื้นที่ที่มีคุณค่าในระยะยาว ทั้งต่อผู้ใช้งาน ต่อทรัพย์สิน และต่อคุณภาพชีวิต Design Starts with Life เริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิต ก่อนเริ่มต้นการออกแบบ A5 Design มีจุดเริ่มต้นจาก Asset Five Group ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สั่งสมประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่มาอย่างต่อเนื่องมากกว่าทศวรรษ ประสบการณ์ในฐานะผู้พัฒนาโครงการทำให้ทีมงานไม่ได้มองงานออกแบบเพียงในฐานะการสร้างอาคาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างคุณภาพการอยู่อาศัยและคุณค่าของโครงการในระยะยาว สิ่งที่น่าสนใจคือ มุมมองแบบ Developer ทำให้ทุกการตัดสินใจไม่ได้พิจารณาเฉพาะความงามของสถาปัตยกรรม หากแต่ต้องมองควบคู่ไปกับคุณภาพของงานออกแบบ (Design Quality) ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน…

  • Saint Raphael Church วัดอัครเทวดาราฟาแอล ชุบชีวิตสถาปัตยกรรมแห่งศรัทธา คืนแก่นแท้สู่ชุมชนปากน้ำ

    Saint Raphael Church วัดอัครเทวดาราฟาแอล ชุบชีวิตสถาปัตยกรรมแห่งศรัทธา คืนแก่นแท้สู่ชุมชนปากน้ำ

    Saint Raphael Church วัดอัครเทวดาราฟาแอล ชุบชีวิตสถาปัตยกรรมแห่งศรัทธา คืนแก่นแท้สู่ชุมชนปากน้ำ หากใครเคยสัญจรผ่านไปมาในย่านชุมชนปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ คงจะคุ้นตากับสถาปัตยกรรมรูปทรงโดดเด่นที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “วัดอัครเทวดาราฟาแอล” ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานเก่าแก่ที่อยู่คู่ชุมชนมายาวนานกว่า 40 ปี แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจและพื้นที่แห่งความทรงจำของผู้คนในย่านนี้ อาคารหลังนี้สร้างเสร็จครั้งแรกราวปี 1979 ในสมัยของพระอัครสังฆราชมีชัย กิจบุญชู ออกแบบโดยสถาปนิก คุณฟรองซัวร์ มองโตเคียว เมื่อกาลเวลาผ่านไป โครงสร้างและงานระบบย่อมเสื่อมโทรมตามสภาพ  ในปี 2022 สมัยพระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช จึงได้มีดำริให้บูรณะอาคารครั้งใหญ่ โดยมีโจทย์สำคัญคือ ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนให้ทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อต่ออายุให้กับสถาปัตยกรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ จนกระทั่งแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ในปี 2025  เมื่อทีมออกแบบปัจจุบันอย่าง JUTI architects เข้ามารับช่วงต่อ พวกเขาจึงเลือกที่จะสานต่อเจตนารมณ์นี้ ภายใต้คอนเซปต์ “ล่องไปด้วยศรัทธา (Sail of Faith)” จากใบเรือสู่ “Sail of Faith” ล่องไปด้วยศรัทธา หลังคาโค้งไฮเปอร์โบลิก-พาราโบลา ก่อนการบูรณะครั้งล่าสุดนี้ ตัวอาคารเคยได้รับการต่อเติมโครงสร้างส่วนที่ยื่นออกไปสู่แม่น้ำโดย คุณมาโนช สุขชัย…