OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


5 เรื่องก่อน Renovate บ้าน ที่ดีไซน์เนอร์ระดับโลกอยากบอก Elevate Your Space With Ease เมื่อพูดถึงการ Renovate บ้าน คนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากคำถามว่า บ้านจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร? แต่สำหรับนักออกแบบระดับโลกหลายคน คำถามแรกกลับไม่ใช่เรื่องความสวยงาม ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น John Pawson, Charles Eames, Kengo Kuma, Vincent Van Duysen หรือ Dieter Rams ต่างพูดถึงสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันอยู่เสมอ นั่นคือ บ้านที่ดีไม่ได้ถูกตัดสินในวันที่สร้างเสร็จ แต่ถูกตัดสินจากคุณภาพของการอยู่อาศัยในระยะยาว พวกเขาไม่ได้มองเพียงว่าวัสดุชิ้นหนึ่งสวยแค่ไหน แต่สนใจว่าวัสดุนั้นจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ได้มองเพียงราคาของวัสดุในวันที่ซื้อ แต่สนใจว่ามันจะสร้างภาระหรือสร้างคุณค่าให้กับการใช้ชีวิตในอนาคต และไม่ได้มองเพียงภาพถ่ายที่สวยงามในวันเปิดบ้าน แต่สนใจว่าพื้นที่นั้นจะยังคงน่าอยู่ในอีกหลายปีข้างหน้าหรือไม่ น่าสนใจว่า แนวคิดเหล่านี้คือสิ่งเดียวกับที่นักออกแบบ Interior มักเรียนรู้จากประสบการณ์หน้างานจริง และเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านจำนวนมากมักค้นพบหลังจากย้ายเข้าอยู่แล้ว หลายครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการตัดสินใจผิดพลาด แต่เกิดจากการที่เราไม่เคยรู้ว่ามีคำถามเหล่านี้ให้คิดตั้งแต่แรก และนั่นเองคือเหตุผลที่ remood ในฐานะแบรนด์วัสดุตกแต่งภายใต้แนวคิด Elevate Your Space With…

CC House บ้านที่เว้นพื้นที่ว่างไว้ให้ธรรมชาติ สร้างสมดุลของการอยู่อาศัย บ้านที่ดีอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการออกแบบรูปทรงที่โดดเด่น แต่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจสถานที่ที่มันกำลังจะตั้งอยู่ ทั้งภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และวิถีชีวิตของผู้คน เพราะเมื่อสถาปัตยกรรมตอบสนองต่อบริบทได้อย่างเหมาะสม คุณภาพของการอยู่อาศัยก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตในทุกวัน แนวคิดนี้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่าน CC House ผลงานออกแบบโดย MOBIUS STUDIO CO., LTD. ที่เลือกใช้การจัดวางพื้นที่ เป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบทั้งหมด บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่ที่มีแนวภูเขาโอบล้อม และมีลักษณะภูมิอากาศแตกต่างจากหลายจังหวัดของประเทศไทยอย่างชัดเจน ฤดูร้อนมีอุณหภูมิสูงจัด ขณะที่ฤดูหนาวกลับมีอากาศหนาวเย็น อีกทั้งลมธรรมชาติส่วนใหญ่ยังพัดมาจากทิศใต้ แทนที่จะมองสิ่งเหล่านี้เป็นข้อจำกัด ทีมผู้ออกแบบกลับเลือกใช้สภาพแวดล้อมเป็นข้อมูลตั้งต้นของการวางผัง เพราะหากบ้านสามารถทำงานร่วมกับธรรมชาติได้ตั้งแต่แรก คุณภาพของการอยู่อาศัยก็จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนกว่าการพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การแบ่งมวลอาคารออกเป็นสองส่วน เพื่อสร้างพื้นที่เปิดโล่งไว้ตรงกลาง แทนที่จะปล่อยให้ช่องว่างเป็นเพียงพื้นที่เหลือใช้ ช่องว่างนี้กลับกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของบ้าน ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของลมธรรมชาติ ช่วยลดความหนาแน่นของมวลอาคาร และทำให้ทุกพื้นที่ภายในสามารถรับการไหลเวียนของอากาศได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับหลายบ้าน Courtyard อาจเป็นเพียงสวนกลางบ้าน แต่สำหรับ CC House พื้นที่นี้คือหัวใจของการจัดความสัมพันธ์ทั้งหมดภายในบ้าน ทีมผู้ออกแบบไม่ได้ตั้งใจรวมทุกกิจกรรมไว้ในพื้นที่เดียว หากเลือกจัดวางแต่ละฟังก์ชันให้มีระยะห่างที่เหมาะสม โดยใช้ Courtyard เป็นพื้นที่คั่นกลางระหว่างพื้นที่รับแขกแบบ Sunken และพื้นที่ Living…

AYDA Awards / CCA แพลตฟอร์มการประกวดออกแบบระดับโลก เพื่อสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่แห่งอนาคต ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกของการออกแบบกำลังเผชิญกับคำถามใหม่อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น หรือแม้แต่การรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมท่ามกลางโลกที่เชื่อมต่อถึงกันมากกว่าที่เคย ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงว่านักออกแบบกำลังออกแบบอะไร แต่คือคนรุ่นใหม่กำลังมองอนาคตผ่านมุมมองแบบไหน และพวกเขากำลังใช้การออกแบบเป็นเครื่องมือในการตอบคำถามของโลกอย่างไร? จากการพูดคุยกับผู้ชนะรางวัลในปีนี้ เราได้เห็นนักออกแบบรุ่นใหม่ที่กำลังตั้งคำถามกับโลกในหลากหลายมิติ บางคนพยายามหาวิธีรักษาอัตลักษณ์ของชุมชนท่ามกลางการพัฒนา บางคนกำลังมองหาหนทางทำให้งานหัตถกรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิมยังคงมีชีวิตอยู่ในสังคมร่วมสมัย ขณะที่บางคนเลือกใช้การออกแบบเพื่อทำความเข้าใจและดูแลสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถส่งเสียงในกระบวนการออกแบบได้ด้วยตัวเอง แม้โจทย์และบริบทของแต่ละโครงการจะแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดล้วนสะท้อนบทบาทใหม่ของนักออกแบบรุ่นใหม่ที่กำลังมองไกลกว่าการสร้างอาคารหรือพื้นที่ หากมองถึงคุณค่าที่การออกแบบสามารถสร้างให้กับผู้คน ชุมชน วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม นี่คือเหตุผลที่ AYDA Awards ซึ่งริเริ่มโดย Nippon Paint ได้กลายเป็นมากกว่าเวทีประกวดสำหรับนักศึกษาสถาปัตยกรรมและออกแบบภายใน หากเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับนานาชาติที่มุ่งพัฒนาศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมสร้างเครือข่ายและโอกาสในการเติบโตสู่การเป็นผู้นำของวงการออกแบบในอนาคต สำหรับ AYDA International Awards 2025/2026 ซึ่งเป็นรอบตัดสินระดับนานาชาติของผู้ชนะจากแต่ละประเทศที่ผ่านการคัดเลือกในปีก่อนหน้า จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “CONVERGE: Crafting Cultural Legacies” โดยเชิญชวนนักออกแบบรุ่นใหม่สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรม ผู้คน และชุมชน เพื่อนำคุณค่าจากอดีตมาตีความใหม่และต่อยอดสู่อนาคตผ่านงานออกแบบ ที่ชวนผู้เข้าร่วมสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรม ผู้คน และชุมชน เพื่อนำคุณค่าจากอดีตมาต่อยอดเป็นแนวคิดการออกแบบสำหรับอนาคต…

The New luxury is Well-Being สุนทรียะของการอยู่อาศัย ที่ออกแบบมาเพื่อคุณภาพชีวิตในทุกวัน บางครั้ง สิ่งที่ผู้คนต้องการจากที่พักอาศัย อาจไม่ใช่พื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ในวันที่ผู้คนต้องเผชิญกับความเร่งรีบ ความเครียด และเวลาพักผ่อนที่น้อยลง บ้านจึงเริ่มมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงที่อยู่อาศัย หากกลายเป็นพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูร่างกาย จัดสมดุลของชีวิต และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว นี่คือมุมมองที่ SCOPE นำมาใช้เป็นแก่นสำคัญในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด Well-Being Living โดยเชื่อว่าความหรูหราที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของพื้นที่หรือความโดดเด่นของภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การออกแบบสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ดีขึ้นในทุกวัน จากเดิมที่ความหรูหราอาจถูกวัดผ่านทำเล ราคา หรือภาพลักษณ์ วันนี้ผู้คนจำนวนมากเริ่มหันกลับมาตั้งคำถามกับสิ่งที่เรียบง่ายกว่า แต่สำคัญกว่าอย่างไม่น่าเชื่อ บ้านหลังนี้ช่วยให้เราพักผ่อนได้ดีหรือไม่? เรามีเวลาสำหรับตัวเองมากขึ้นหรือเปล่า? หรือแม้แต่ พื้นที่ที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน กำลังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเราในระยะยาวอย่างไร? คำถามเหล่านี้กำลังทำให้ Well-Being กลายเป็นหนึ่งในคุณค่าที่ผู้คนมองหาจากการอยู่อาศัยมากขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้ความหมายของ Luxury Living ในวันนี้ กว้างไกลไปกว่าความหรูหราที่มองเห็นได้จากภายนอก สำหรับ SCOPE แนวคิดดังกล่าวไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงเทรนด์ของการอยู่อาศัย แต่ถูกพัฒนาเป็นหลักคิดสำคัญในการออกแบบโครงการ ผ่านรายละเอียดที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตจริง ตั้งแต่คุณภาพการพักผ่อน สุขภาวะของผู้อยู่อาศัย ไปจนถึงประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ยั่งยืนในระยะยาว แนวคิด Well-Being…

คืนชีวิตให้เส้นสายยุค 70s โอบกอดความทรงจำใต้หลังคา Mid-Century Modern ในยุคที่สถาปัตยกรรมมักวิ่งตามความมินิมัลลิสต์และการลบเลือนรายละเอียดทุกอย่างให้เรียบกริบ เราอาจหลงลืมไปว่า “ร่องรอยของเวลา” คือเสน่ห์ที่ทำให้บ้านมีชีวิตชีวา ผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ซึ่งออกแบบโดยทีมสถาปนิกจาก 24/7 Home เลือกที่จะเดินสวนกระแสหลัก ด้วยการพาสถาปัตยกรรมข้ามเวลากลับไปสำรวจความทรงจำของประเทศไทยในยุค 70s หยิบยืมภาษาของ Mid-Century Modern มาตีความใหม่ให้โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ทว่ายังคงโอบกอดมวลความรู้สึกของวันวานเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม โจทย์สำคัญของการออกแบบพื้นที่กว่า 690 ตารางเมตรแห่งนี้ คือการสร้าง “กล่องเก็บความทรงจำ” ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับของสะสมวินเทจชิ้นโปรดอันเป็นตัวตนและจิตวิญญาณของเจ้าของบ้าน สถาปัตยกรรมที่เคารพบริบทเขตร้อนผ่านเรขาคณิตที่เฉียบคม เมื่อมองจากภายนอก สถาปัตยกรรมสื่อสารผ่านรูปทรงเรขาคณิตที่เฉียบคมและตรงไปตรงมา หลังคาทรงจั่วถูกปรับองศาให้ดูคมคาย ผสานเข้ากับจังหวะของครีบแนวตั้งสีขาวที่สร้างความสง่างามให้กับฟาซาดอาคาร ทีมสถาปนิกจาก 24/7 Home ได้นำภูมิปัญญาของบ้านไทยเขตร้อนมาปรับใช้ ผ่านการยกระดับพื้นที่บางส่วนให้มีสเปซคล้ายใต้ถุนสูง โครงสร้างเสาที่เพรียวบางรับหน้าที่พยุงผืนหลังคาที่ยื่นยาวเป็นพิเศษ สร้างพื้นที่เฉลียงขนาดใหญ่ที่ร่มรื่น ชายคาที่แผ่กว้างคอยปกป้องตัวบ้านจากแสงแดดและพายุฝน ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อจังหวะชีวิตระหว่างสวนสีเขียวภายนอกและพื้นที่พักผ่อนภายในได้อย่างนุ่มนวล ความซื่อตรงของวัสดุ (Honesty of Materials) สู่เสน่ห์ที่เติบโตตามกาลเวลา วัสดุที่เลือกใช้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงความทรงจำ ผนังอิฐโชว์แนวสีส้มและการใช้พื้นผิวหินล้างบริเวณชั้นล่าง มอบสัมผัสที่ซื่อตรงต่อธรรมชาติของวัสดุ ตัดกับความเรียบเนียนของผนังสีขาวชั้นบนได้อย่างลงตัว แนวคิดนี้ตอกย้ำเอกลักษณ์ของงานออกแบบยุค 70s ที่ให้ความรู้สึกมั่นคง ถ่อมตัว…

Swag Golf Flagship Store โชว์รูมกอล์ฟที่เล่าเรื่องแบรนด์ผ่านการเดินชมรูปแบบ Collectible Experience ในยุคที่แบรนด์จำนวนมากสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ผ่านช่องทางออนไลน์ การเปิดร้านค้าจริงอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นเสมอไป แต่สำหรับบางแบรนด์ พื้นที่หน้าร้านยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะพื้นที่ที่ช่วยถ่ายทอดตัวตนและวัฒนธรรมของแบรนด์ออกมาได้ลึกซึ้งกว่าการมองผ่านหน้าจอ SWAG Golf แบรนด์อุปกรณ์กอล์ฟจากสหรัฐอเมริกาที่เป็นที่รู้จักจากคาแรกเตอร์อันโดดเด่นของสินค้า ทั้งความสนุก สีสัน และวัฒนธรรมการสะสมที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนแบรนด์มาโดยตลอด เปิดตัว Flagship Store แห่งแรกของโลกขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ออกแบบโดย FLAT12x สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้น่าสนใจ คือจุดเริ่มต้นของการออกแบบที่แตกต่างจากร้านค้าทั่วไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องจาก SWAG ไม่เคยมีร้าน Flagship Store มาก่อน ทำให้ทีมผู้ออกแบบไม่มีต้นแบบทางกายภาพให้ศึกษา ไม่มีคู่มือการออกแบบร้าน หรือแม้แต่ประสบการณ์การใช้งานพื้นที่จริงที่สามารถนำมาต่อยอดได้ สิ่งเดียวที่มีอยู่คือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ และระบบ Graphic Identity ที่ผู้คนคุ้นเคยผ่านโลกออนไลน์ การออกแบบจึงเริ่มต้นจากการย้อนกลับไปอ่าน ภาษาของสินค้า แทนที่จะเริ่มต้นจาก ภาษาของร้านค้า หากสังเกตผลิตภัณฑ์ของ SWAG จะพบว่าคาแรกเตอร์สำคัญของแบรนด์ถูกประกอบขึ้นจากเส้นสายที่เฉียบคม รายละเอียดที่ชัดเจน การใช้สีสันและกราฟิกที่จัดจ้าน รวมถึงอัตลักษณ์ที่ถูกขยายให้เด่นชัดกว่าปกติ จนเกิดเป็นบุคลิกที่ทั้งสนุก ขี้เล่น และเต็มไปด้วยพลังงานทางสายตา FLAT12x จึงเลือกหยิบองค์ประกอบเหล่านี้มาถอดรหัส ก่อนแปลความหมายออกมาเป็นพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม ผ่านชั้นวางสินค้า…