P.K. House บ้านที่เชื่อมต่อสเปซและคนในครอบครัวไว้ด้วยกัน

P.K. House คือบ้านสองชั้น สไตล์โมเดิร์น ที่แม้ภายนอกอาจจะดูเรียบและมีรูปทรงไม่ได้หวือหวามากนัก แต่เมื่อได้เข้ามาสัมผัสและมองดูอย่างถ้วนถี่ จะรู้ว่าข้างในบ้านนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวของรายละเอียด ดีเทลล์ และฟังก์ชัน ที่มีแนวคิดอันลึกซึ้งเข้าไปถึงแก่นการออกแบบ และมีความงดงามที่สวยจับใจเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

Architect: Junsekino Architect and Design

Location: Bangkok, Thailand

Area: 450 m2

Project year: 2017

 

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแถบชานเมือง แต่เดิมพื้นที่ของบ้านนี้เป็นที่ดินเปล่า เจ้าของจึงได้เข้ามาซื้อที่ดินนี้ไว้ โดยความตั้งใจของการสร้างบ้านหลังนี้ คือต้องการบ้านที่เรียบง่าย อยู่สบาย และบ้านต้องเข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตของเจ้าของได้เป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าของบ้านเป็นคนแอคทีฟ ชอบเล่นกีฬา เสปซในบ้านจึงจะโล่ง โปร่ง และสบาย เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้าถึงในบ้านและมีการระบายอากาศที่ดี เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายภายในบ้าน

อีกหนึ่งแนวคิดของบ้านหลังนี้คือ เจ้าของบ้านอยากได้บ้านที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตร่วมกับลูกเล็กทั้ง 3 คนได้ โดยมีทั้งพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ semi public ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และไม่ใช่แค่นั้น เจ้าของยังมองไปถึงในอนาคต เมื่อลูกๆโตขึ้นบ้านก็ต้องสามารถรองรับการใช้งานที่แปรเปลี่ยนไปตามวัยของเด็กๆได้อีกด้วย บ้านหลังนี้ออกแบบโดย Jun Sekino เป็นบ้านสองชั้น ที่มีพื้นที่ภายในบ้าน 400 ตารางเมตร

แรงบันดาลใจของ PK House

แนวคิดของการออกแบบจะโฟกัสไปที่การพัฒนาของเด็กให้เป็นไปตามวัย และพัฒนาความสัมพันธ์ของครอบครัวให้แน่นแฟ้นมากขึ้น โดยคุณจูน เซกิโนะ สถาปนิกผู้ออกแบบได้บอกกับเราว่า P.K. House คือองค์ประกอบเล็กๆ ที่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในบ้าน ผ่านการออกแบบสเปซและฟังก์ชัน ที่สร้างสรรค์มาได้อย่างลงตัว โดยออกแบบให้มีพื้นที่ ที่เป็นส่วนตัวผสมกับพื้นที่เปิด ซึ่งการเปิดหรือปิดแต่ละเสปซนั้นจะออกแบบตามฟังก์ชันการใช้งานของแต่ละห้อง เช่นห้องนอนของลูกทั้งสามคน จะมีกระจกใสที่พ่อแม่สามารถมองเห็นได้ว่าลูกกำลังทำอะไรอยู่ หรือห้องอเนกประสงค์ชั้น 2 สามารถมองลงมาเห็นบริเวณห้องรับแขกที่ชั้นล่างได้ คล้ายกับว่าเมื่อผู้พักอาศัยใช้งานอยู่ในห้องใดห้องหนึ่ง ก็ยังสามารถมองเห็นอีกห้องหรือส่วนอื่นๆในบ้านได้นั่นเอง การออกแบบเช่นนี้ทำให้พ่อแม่ได้เห็นลูกอยู่ในสายตาตลอด แต่ในขณะเดียวกันเด็กๆก็รู้สึกว่าตัวเองมีพื้นที่ส่วนตัว และไม่อึดอัดกับการใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้

Grill ที่ใช้ในการตกแต่งของบ้าน นำมาจากเหล็กที่ใช้ในอุตสาหกรรม และเอามาทำสีใหม่ให้สวยงามมากขึ้น

Grill นี้ มาจากไหน

 บ้านตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างน้อย สถาปนิกจึงออกแบบ grill ซึ่งเปรียบเสมือนผิวชั้นนอกสุดของบ้าน เพื่อช่วยพรางตาให้บ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถบังแดดและระบายอากาศได้อีกด้วย เพราะ grill ไม่ได้ปิดทึบ แต่มีช่องเล็กๆซึ่งลมพัดผ่านได้ หน้าที่ของ grill จึงเหมือนที่ควบคุมปริมาณแสงและลมให้เข้าบ้านได้อย่างเหมาะสมกับการใช้ชีวิตนั่นเอง และในอนาคตส่วนของ grill นี้ สามารถปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวของบ้านได้อีกด้วย เช่นนำกระถางต้นไม้มาแขวนไว้กับ grill ในแต่ละช่อง หรือปลูกไม้เลื้อยไต่ขึ้นไปตามผนัง เพื่อความสวยงามและความร่มรื่นของบ้านมากขึ้น

บ้านที่เป็นมากกว่าที่พักอาศัย

แผนผังของบ้านคล้ายกับกล่องสี่เหลี่ยมที่ถูกคว้านตรงกลางออก โดยมี grill ที่เปรียบเสมือนกำแพงขนาดใหญ่อยู่รอบบ้าน และมีหลังคาสองชั้น เพื่อป้องกันความร้อนจากไอแดดในเวลากลางวัน

เมื่อมองจากภายนอก จะรู้สึกได้ว่าบ้านมีขนาดใหญ่ เป็นก้อน mass สี่เหลี่ยมก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง สถาปนิกจึงแก้ปัญหาด้วยการใช้ grill มาคลุมบ้านเสมือนผิวอีกชั้นนึง ซึ่งช่วยละลายความเป็น mass ลง และ grill สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วงเวลาในแต่ละวันได้ เช่นตอนที่มีแสงสว่าง แผงเหล็กนี้จะทำหน้าที่เหมือนแผงบังสายตาจากบุคคลภายนอก แต่ผู้ใช้งานในบ้านยังเห็นข้างนอกบ้านได้อย่างปกติ

นอกจากนั้นยังมีสระว่ายน้ำที่ยาวไปจนสุดหน้าห้องนอนของบริเวณชั้นล่าง ซึ่งสระน้ำช่วยให้บ้านมีบรรยากาศที่ดูเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง และเพิ่มความร่มรื่นให้พื้นที่ในบ้านได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่าบ้านหลังนี้สามารถสัมผัสได้ถึง ดิน น้ำ ลม ไฟ ได้ครบทุกธาตุ ซึ่งธาตุทั้ง 4 อย่างนี้ สามารถสร้างสมดุลและความสงบแก่ผู้อยู่อาศัยได้

เมื่อเข้ามาภายในบ้าน จะพบกับห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่เป็นdouble space เชื่อมต่อเสปซด้วยกันระหว่างชั้น 1 และ ชั้น 2 ข้างหน้าห้องนั่งเล่นเป็นโซฟาขนาดใหญ่ที่คุณพ่อและคุณแม่  จะพาลูกๆมานั่งดูทีวีหรือทำกิจกรรมเพื่อใช้เวลาร่วมกัน ภายในห้องนั่งเล่นจะเป็น open plan ที่เชื่อมต่อไปยังเค้าน์เตอร์สำหรับทำอาหารและโต๊ะทานข้าวได้โดยตรง

วัสดุในห้องนั่งเล่นจะใช้กระจกเป็นส่วนใหญ่ เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องให้โล่ง โปร่ง และสามารถมองเห็นบริเวณสระว่ายน้ำได้อย่างทั่วถึง นอกจากนั้นที่ชั้นล่างของบ้านหลังนี้ ยังมีพื้นที่ที่เตรียมไว้สำหรับผู้สูงอายุอีกด้วย เช่นมีทางลาดที่ขึ้นห้องนอนชั้นล่างได้โดยตรง และไม่มีการยกระดับพื้นเพื่อง่ายต่อการใช้งานของผู้สูงอายุ

บันไดและโถงทางเดินของบริเวณชั้น 2

ห้องอเนกประสงค์

ห้องนอนและห้องแต่งตัวของห้องนอนใหญ่ (master bedroom)

เมื่อเดินขึ้นข้างบนชั้น 2 ของบ้าน จะพบกับห้องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่อยู่ในส่วนด้านหน้าบ้าน และมีทางเดินยาวที่ตรงไปสู่ห้องนอนทั้งสามห้อง มีmaster bedroom 1 ห้อง ที่มีห้องแต่งตัว จะเห็นได้ว่าแผนผังของชั้น 2 นี้ ส่วนของ semi public จะอยู่บริเวณหน้าบ้าน และส่วน private area จะอยู่ทางด้านหลังบ้าน ซึ่งการวางผังเช่นนี้สามารถลดเสียงดังรบกวนจากภายนอก และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับห้องนอนได้

ในปัจจุบันห้องอเนกประสงค์มีไว้สำหรับเป็นห้องออกกำลังกายให้คุณแม่ แต่ในอนาคตห้องนี้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานไปได้หลายรูปแบบ เช่นสามารถเพิ่มเป็นห้องนอนของลูกได้หนึ่งห้อง หรือเปลี่ยนฟังก์ชันให้เป็นห้องนั่งเล่นแทน หรือแม้กระทั่งสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้กลายเป็นออฟฟิศในอนาคต

ต่างวัสดุ ต่างความหมาย

ไม้ให้ความรู้สึกที่ซอฟท์และนุ่มนวล ปูนให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายและขาวสะอาด กระจกให้ความรู้สึกโล่งและโปร่ง ส่วนเหล็กให้ความรู้สึกที่ดุดันและแข็งแกร่ง เมื่อใช้วัสดุที่แตกต่างกันเช่นนี้แล้ว ภายในบ้านย่อมมีบรรยากาศ และให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันในการใช้งานเช่นกัน

บ้านแห่งความผูกพันธ์

การออกแบบบ้านที่ดีย่อมทำให้ชีวิตของคนในบ้านดีขึ้นได้ ซึ่งเหมือนกับ P.K. House หลังนี้  ที่บ้านกลายเป็นส่วนประกอบเล็กๆ ที่เชื่อมโยงความรู้สึก ความผูกพันของคนในครอบครัว ผ่านทางการออกแบบสถาปัตยกรรม และบ้านหลังนี้จึงเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิต เพราะเมื่อเราเติบโตขึ้น บ้านก็เสมือนโตขึ้นพร้อมไปกับเรานั่นเอง

 

ขอขอบคุณ คุณ ชมพูนุช ทองบุญรอด และคุณ อภิยศ เฮงประเสริฐ เจ้าของบ้าน

และคุณ จูน เซคิโน สถาปนิกผู้ออกแบบ P.K. House

 

 

Writer

subscribe now!

Get the coolest NEWS and ARCHITECTURE Content today!

รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ทางอีเมล
ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!