ARCHITECTURE DVIEW

Roots … รากของกาแฟและงานออกแบบ

“The purpose of design is to make ordinary extraordinary” 

Location: Sathorn, Bangkok

Owner: Varatt Vichitvadakan

Architect: Poomsak Teankaprasith, Piyasak Chaipolngam, Dot Line Plane

Photograph: Jinnawat Borihankijanan

ท่ามกลางความเร่งรีบในย่านสาทร มีร้านกาแฟร้านหนึ่งที่เพียงก้าวเข้ามาภายในร้าน ก็จะพบบรรยากาศแตกต่างจากภายนอกและยังช่วยสร้างความสงบและผ่อนคลายในระหว่างวัน นั่นก็คือร้าน Roots ที่เราจะพาไปชมครั้งนี้ ซึ่งเป็นร้านที่เลือกใช้เมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยมจากแหล่งผลิตในประเทศไทย และมีการตกแต่งแบบพื้นถิ่นผสานความโมเดิร์นไม่ซ้ำใคร…

ร้าน Roots สาทร คือร้านสาขาที่ 2 ซึ่งเป็น Flagship Store มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ จึงสามารถแสดงตัวตนและแนวคิดของแบรนด์ได้ตามความต้องการของ คุณเต้ วรัตต์ วิจิตรวาทการ เจ้าของร้าน โดยความตั้งใจของคุณเต้คือการเลือกใช้เมล็ดกาแฟในประเทศไทยเพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรชาวไทย และยังใส่ใจในขั้นตอนการผลิตตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟจนถึงการชงกาแฟในแต่ละแก้ว โดยต้องการให้กาแฟไทยเข้าถึงคนไทยมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นแก่นหรือเป็นราก (Roots) ในการทำกาแฟของร้านนี้ โดยมีคุณโม่ ภูมิศักดิ์ เฑียรฆประสิทธิ์ จาก Dot Line Plane เป็นผู้ออกแบบและตกแต่งร้าน

คุณโม่ ภูมิศักดิ์ เฑียรฆประสิทธิ์ แห่ง Dot Line Plane ผู้ออกแบบร้าน Roots

– ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องดึงจุดเด่นของร้านออกมา –

“แนวคิดหลักร้าน Roots ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม หากต้องแสดงจุดเด่นของร้าน Roots ออกมา ผ่านการเลือกใช้วัสดุและการจัดลำดับพื้นที่การเข้าใช้งานครับ” คุณโม่กล่าวกับเรา

คุณโม่เริ่มต้นจากการศึกษาและค้นหาจุดเด่นของร้าน จึงพบว่า Roots เกิดจากความตั้งใจ ความใส่ใจและความละเอียดของคุณเต้และทีมงาม ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ด้วยตัวเอง การพูดคุยแนะนำกาแฟกับลูกค้า การชงกาแฟอย่างพิถีพิถันประณีต เพื่อเข้าถึงรากในการทำกาแฟ ซึ่งเป็นความดั้งเดิมที่แสดงตัวตนได้ดีที่สุด

การออกแบบร้านนี้จะมีความคล้ายคลึงกับแนวคิดของแบรนด์ Roots เช่นกัน คือการนำตัวตนและเอกลักษณ์ของ Roots ที่มีความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยรายละเอียดเข้ามาเป็นแนวคิดหลัก เริ่มจากการใช้วัสดุธรรมชาติดูอบอุ่นอย่างไม้ และ นำ Ramp earth (ผนังดิน) มาใช้โดยแสดงพื้นผิวจริงผสานกับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นส่งผลให้บรรยากาศร้านมีความอบอุ่น ผ่อนคลาย

เพราะหัวใจของการชงกาแฟในแต่ละแก้วคือบาริสต้า เคาท์เตอร์บาร์ชงกาแฟจึงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ วางเต็มพื้นที่ร้าน และด้วยความเชื่อที่ว่าบทสนทนาที่ดีระหว่างผู้ดื่มและผู้ชงจะทำให้รสชาติกาแฟดีขึ้น คุณโม่จึงออกแบบให้มีเก้าอี้วางรอบๆเคาท์เตอร์บาร์ เพื่อสร้างปฎิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกค้ากับบาริสต้า

บริเวณ Easy brew bar ที่ลูกค้าสามารถเลือกเมล็ดกาแฟที่ชื่นชอบ และนำมาชงด้วยตนเอง โดยมีบาริสต้าคอยแนะนำ

ในส่วนเคาท์เตอร์บาร์แต่ละจุดมีการออกแบบฟังก์ชันที่แตกต่างกัน โดยเคาท์เตอร์ด้านหน้าจะเป็นส่วนที่ลูกค้าสั่งกาแฟและ ตั้งเครื่องชงกาแฟที่ใช้เวลาในการชงไม่นาน (Espresso Bar) ถัดมาทางด้านขวาจะเป็นส่วนเคาท์เตอร์สำหรับชงกาแฟดิป (Slow bar) มีที่นั่งที่แยกเป็นสัดส่วน ด้านข้างเป็นส่วน Easy brew bar ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกเมล็ดกาแฟและทดลองชงกาแฟได้ด้วยตนเอง  

ที่นั่งของทางร้านส่วนมากจะเป็นที่นั่งบริเวณเคาท์เตอร์บาร์ เพราะเคาท์เตอร์บาร์เป็นหัวใจหลักและเป็นส่วนสำคัญของร้าน ที่จะช่วยให้ลูกค้ามีปฎิสัมพันธ์กับบาริสต้ามากขึ้น ส่วนที่นั่งแบบโต๊ะนั้นจะหันออกสู่ภายนอกเพื่อเปิดรับทิวทัศน์จากภายนอก

– ความจริงแท้ของวัสดุ –

การเลือกใช้วัสดุที่สามารถแสดงถึงสัจจะวัสดุคืออีกแนวคิดหลัก องค์ประกอบภายในร้านจะมีความเรียบง่าย แต่แฝงด้วยการแสดงความงามของวัสดุ วัสดุที่เลือกใช้ส่วนใหญ่คือ ไม้ ซึ่งเป็นวัสดุจากธรรมชาติและเป็นต้นกำเนิดของเมล็ดกาแฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกาแฟและ Roots เข้าไว้ด้วยกัน

ไม้ที่เลือกใช้จะมีหลากหลายประเภท เช่น ไม้อัดสนบริเวณผนังด้านข้างร้าน ไม้อัด Ash ในส่วน Top เคาท์เตอร์ชงกาแฟ และไม้สักในส่วนโครงไม้เหนือเคาท์เตอร์ชงกาแฟ ซึ่งการตกแต่งโดยรวมนั้นจะเน้นไปที่ความเรียบง่ายผสานกับการโชว์สัจจะวัสดุ

วัสดุที่ใช้ทำเคาท์เตอร์บาร์คือ Ramp earth หรือก็คือการนำดินมาเทซ้อนกันเป็นชั้น เพื่อให้เกิดแพทเทิร์นและสีสันที่ต่างกัน ซึ่งคุณโม่บอกกับเราว่าใช้ Ramp earth เป็นวัสดุหลักเพราะทำจากดินและดินคือจุดตั้งต้นในการปลูกต้นกาแฟนั่นเอง

รูปภาพแสดงแหล่งวัตถุดิบเมล็ดกาแฟที่ทางร้านเลือกใช้ ทำมาจากแผ่นไม้อัดนำมาเจาะรูช่องเล็กๆ เพื่อให้เกิดรูปแบบและความสวยงามแตกต่างจากวิธีการใช้แบบทั่วไป

มีการเลือกใช้วัสดุจากท้องถิ่นบางอย่างมาตกแต่งร้าน เช่นโต๊ะ เก้าอี้จักรสาน แก้วกาแฟจากเครื่องปั้นดินเผาเป็นต้น แสดงถึงแนวคิดการผสานรวมความพื้นถิ่นและความโมเดิร์นของทางร้าน

– เชื่อมต่อพื้นที่ด้วยระเบียง –

ร้าน Roots จะมีระเบียงอยู่รอบบริเวณตัวร้าน ทั้งในส่วนหน้าร้าน ด้านข้าง และด้านหลังร้าน เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านสเปซ (Transition Space) เชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอก โดยระเบียงที่ล้อมรอบร้านนั้นจะเป็นส่วนช่วยให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการพุ่งจุดความสนใจเข้าสู่ศูนย์กลางร้าน หรือส่วนเคาท์เตอร์บาร์ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของร้าน Roots นี่เอง

ระแนงไม้บริเวณระเบียงด้านหลังช่วยสร้างจังหวะความแตกต่างให้กับพื้นที่ภายนอกร้าน และยังสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้เข้ามาใช้บริการอีกด้วย

สเปซภายในร้านจะมีความโล่ง โปร่ง เนื่องจากมีช่องเปิดค่อนข้างเยอะ ทั้งในส่วนด้านหน้าและด้านหลังของร้าน ส่งผลให้มีแสงธรรมชาติส่องเข้าถึงพื้นที่ร้านตลอดทั้งวัน โดยแสงที่เข้ามานั้นนอกจากจะทำให้ภายในร้านรู้สึกอบอุ่นแล้ว ยังช่วยให้วัสดุที่เลือกใช้มีความโดดเด่นขึ้นมาอีกด้วย

Sourdough Brioche Donut (50 Baht), Donut S’ more (80 Baht)

Hot filter coffee (120 Baht), Orange tonic cold brew (100 Baht), Coffee Shake (180 Baht)

กลิ่นอายของกาแฟเมื่อได้เข้ามาเยือน ผสานกับการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุที่เข้ากับร้านและแบรนด์ Roots ส่งผลให้ร้าน Roots สาขาใหม่แห่งนี้มีความแตกต่าง เพียงแวะเวียนมาจิบกาแฟที่ร้าน ก็จะรู้สึกเหมือนเวลาได้หยุดนิ่งท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองใหญ่แล้ว…

 

Roots

Facebook: www.facebook.com/RootsBkk

Tel: 082 091 6175

Map:

0 comments on “Roots … รากของกาแฟและงานออกแบบ

Leave a Reply

%d bloggers like this: