ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าย่านท่าเตียนที่เงียบสงบ เรามีนัดกับ คุณปั๊บ – ใจรัก จันทร์สิน ถนอมพงศ์สานต์ Co-Founder & Style Director แห่ง “Jairako” ตามคำแนะนำของน้องคนหนึ่งในออฟฟิศ ในหัวข้อที่ว่า “สถาปนิกที่จบมาแล้วไม่ได้เป็นสถาปนิก” และดูเหมือนงานที่คุณปั๊บทำอยู่ตอนนี้ จะเป็นงานที่หลายคนคิดไม่ถึง และไม่คิดว่าสถาปนิกจะทำได้

แต่อย่างไรก็ตาม เรายังมีความคิดที่ว่า จบสถาปัตยกรรมมา ก็น่าจะได้เป็นสถาปนิก ยังคงอยู่ในความคิดของเรา (ในกรณีที่ตั้งใจเรียนมาจนจบได้น่ะนะ) เพื่อที่จะได้เรียนรู้ความจริงในวิชาชีพนี้สัก 3 – 4 ปี ก่อนจะตัดสินใจในทางแยกต่อๆไปในชีวิต ก็ไม่น่าจะเสียเวลานัก… การสัมภาษณ์ครั้งนี้ จึงเป็นเพียงการเสนออีกแนวทาง อีกอาชีพ อีกงาน ที่สถาปนิกน่าจะมีความสามารถทำได้เป็นอย่างดี ลองติดตามกันครับ

เรื่อง : ศุภิสรา เทียมมณีเนตร  เรียบเรียง : Chalam  ภาพ : จิณณวัตร บริหารกิจอนันต์

Dsign Something: ช่วยแนะนำตัวเองหน่อยครับ

คุณใจรัก: ชื่อปั๊บ ใจรัก จันทร์สิน ถนอมพงศ์สานต์ เรียนจบปริญญาตรีที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และเรียนต่อปริญญาโทที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขา ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรค่ะ

คุณใจรัก จันทร์สิน ถนอมพงศ์สารต์ (ปั๊บ) Co-Founder & Style Director

Dsign Something: จุดเริ่มต้นของการเลือกเรียนสถาปัตยกรรม

คุณใจรัก: เราเป็นคนที่ชอบศิลปะและการออกแบบตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เรามารู้จักคณะนี้ตอนเรียนม.1 รู้สึกว่าเป็นคณะที่ผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน มีเรื่องของเหตุผลและสุนทรียศาสตร์ สถาปัตยกรรมเลยกลายเป็นสิ่งที่เราเลือกเรียนในตอนนั้น

Dsign Something: ปัจจุบันทำงานอะไร?

คุณใจรัก: โดยหลักแล้วก็จะทำอาชีพเป็น Interior Stylist สำหรับงานโฆษณาและงานออกแบบภายใน และเป็นนักเขียนสำหรับงาน Editorial คือจะเป็นงานเขียนเพื่อการสื่อสารในรูปแบบของสื่อออนไลน์เสียส่วนใหญ่ นอกจากนั้นยังเป็น Copywriter สำหรับงานโฆษณา โดยเราจะคิดคอนเซปงาน แล้วนำมาสร้างสรรค์ในรูปแบบงานเขียนเพื่อการสื่อสาร และเรายังเป็น Creative Director สำหรับการทำ Branding เพื่อสร้างมูลค่าให้แบรนด์อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดทำภายใต้แบรนด์ของตัวเองชื่อ Jairako

Dsign Something: ที่มาของชื่อ JairaKo?

คุณใจรัก: เริ่มต้นมาจากแฟนของพี่เป็นช่างภาพชื่อโก้ และพี่เป็น Stylist ชื่อใจรัก เราทำงานมาร่วมกันมานานแล้วก่อนแต่งงานกัน พอแต่งงานกันเลยนำชื่อของทั้ง 2 คนมาตั้งรวมกันเป็น “JairaKo” ซึ่งต่อมาเราเริ่มทำงานกันเลยเลือกชื่อนี้มาทำเป็นแบรนด์ของเราค่ะ “JairaKo” นอกจากเป็นชื่อ Founder 2 คนซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กันแล้ว เราก็ชอบความหมายของคำด้วย ชื่อเรา ใจรัก = ทำสิ่งที่เรารัก โก้ = โก้เก๋ ชื่อนี้คือสิ่งที่เราเป็น เวลาเขียนเป็นภาษาไทย “ใจรักโก้” นั้นมีความเป็นไทยอยู่ เรียบง่าย และโมเดิร์นขึ้นด้วยดีไซน์โลโก้ ของคุณหม่อน ประพาฬพิมพ์ สุขสถาน ที่เป็น Typograhy ซึ่งทำให้ชื่อ “ใจรักโก้” มีความเท่ขึ้นอีก

Dsign Something: ทำไมไม่ทำสถาปัตยกรรมเป็นอาชีพหลักแล้ว?

คุณใจรัก: อันที่จริงแล้วเราเป็นคนที่ชอบทำอะไรหลายๆอย่าง และเราก็ยังชอบสถาปัตยกรรม ชอบการออกแบบ และเคยมีโอกาสทดลองทำงานด้านสถาปัตยกรรมมาแล้ว แต่เราก็อยากลองทำอะไรหลายๆอย่าง และมีโอกาสได้ลองทำงานด้านนิตยสารแล้วรู้สึกว่าเราชอบทำงานด้านนี้มากกว่า เราคิดว่าถ้าเราชอบทำอะไรเราก็จะทำมันได้ดี แต่ก็ไม่ได้ทิ้งความรู้เหล่านั้นไปเลยทีเดียว เราแค่เปลี่ยนโดยการนำเอาความรู้ด้านสถาปัตยกรรม มาปรับใช้ในการทำงานด้านอื่นแทน ซึ่งความรู้ที่ติดตัวเรามานั้นสามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานของเราได้จริง

Dsign Something: ถ้าย้อนกลับไป จะยังเลือกเรียนสถาปัตยกรรมไหม?

คุณใจรัก: แน่นอนว่ายังคงที่จะเลือกเรียนสถาปัตยกรรมค่ะ เพราะในความจริงแล้วเราเองก็ยังชอบสถาปัตยกรรม ชอบการออกแบบ สถาปัตยกรรมช่วยทำให้เราสามารถเข้าใจวิธีคิดและกระบวนการต่างๆได้มาก การเรียนจบสถาปัตยกรรมให้อะไรเรามากมาย จนเราสามารถนำความรู้มาปรับใช้กับงานได้อย่างหลากหลาย ทั้งเรื่องความอดทน ความขยัน ความคิดสร้างสรรค์ และฝึกให้เราคิดรอบด้าน

ภาพเบื้องหลังการทำงาน Credit photo by Jairako

The Autograph / Free Copy / Print Media For Signature Property by Jairako Credit photo by Jairako

Dsign Something: งานที่ทำอยู่ปัจจุบันนี้ มีความเกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมที่เรียนมาอย่างไรบ้าง?

คุณใจรัก: มีความเกี่ยวข้องแทบจะทั้งหมดเลยค่ะ จะเห็นว่างานที่ทำจะมีเรื่องของการออกแบบ ตกแต่ง มาเกี่ยวมาก แต่เป็นการเกี่ยวข้องในอีกมุมหนึ่ง เราไม่ได้ออกแบบบ้านหรือห้อง แต่เราเป็นคนช่วยสื่อสาร ช่วยคิด ช่วยตีความ ให้งานนั้นๆของลูกค้า มีคุณค่าและตรงตามแนวคิดหลักของเขาได้มากที่สุด แน่นอนว่าสำหรับคนที่เรียนมาทางด้านออกแบบ จะมีความรู้และสายตาที่แหลมคมเรื่องนี้มากกว่าคนทั่วไป เราจะใช้เซ้นต์เรื่องนี้ใช้ในงานมากๆ ซึ่งนั่นก็เป็นข้อได้เปรียบของเราเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน

และสิ่งที่เรียนมาสามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน การศึกษาสินค้าก่อนจะนำมาจัดวาง และการออกแบบเพื่อนำเสนอ ซึ่งคล้ายกับสมัยเรียนเวลาที่เราต้องทำการศึกษาวิเคราะห์บริบทที่ใช้ในการออกแบบ การจัดวางองค์ประกอบเพื่อให้เกิดการสื่อสารทางภาพที่ใช้ในเรื่องขององค์ประกอบศิลป์ต่างๆ การจัดการกับตารางเวลา การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่องาน และต่อเพื่อนร่วมงานด้วยนั่นเอง

Styling and Photo Shooting for King Power Book Credit Photo by Jairako
Creative Direction: be>our>friend
EDITOR-IN-CHIEF: Rungsima Kasikranund

Dsign Something: เป้าหมายในชีวิตหลังจากนี้คืออะไร?

คุณใจรัก: พี่ไม่ค่อยตั้งเป้าหมายในอนาคตไปไกลเท่าไหร่ (หัวเราะ) เราจะอยู่กับปัจจุบันมากกว่า “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำในสิ่งที่เรารัก” และมีความสุขกับสิ่งที่เราเลือกค่ะ เพราะเชื่อลึกๆว่าถ้าทำในสิ่งที่รัก จะทำได้ดี และเมื่อทำได้ดี มันก็จะมีลู่ทางของมันเอง เรื่องโอกาสและเงินทองก็จะตามมา เราแค่ต้องอดทนก็เท่านั้น

Dsign Something: ความคิดเห็นต่อวิชาชีพสถาปัตยกรรมในเมืองไทย

คุณใจรัก: เราไม่ได้อยู่ในวงการสถาปนิกมาก แต่ถ้าพูดถึงในเรื่องของการศึกษา จากตอนที่เราเรียนก็จะเห็นแนวทางการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน ซึ่งปัจจุบันมีการเรียนการสอนที่ให้เด็กมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันช่วยทำให้เด็กที่จบไปสามารถเข้าใจถึงการทำงานด้านนี้ได้ดียิ่งขึ้น บางคนอาจมองว่าวิชาชีพนี้มีการแข่งขันที่สูงและพยายามที่จะหนีไปทำอย่างอื่น แต่ความจริงแล้วเราควรที่จะสนใจว่าตัวเองชอบอะไรมากกว่า เพราะเราจะกล้าเสี่ยงและทำสิ่งนั้นออกมาได้ดีกว่าการพยายามหนี  

Styling & Photo Shooting by Jairako for Nahm Sanitaryware Photo Credit: Jairako

Dsign Something: มีคนที่เรียนจบสถาปัตย์มาแล้วอยากลองทำอาชีพอื่น แต่เสียดายเวลา 5 ปี ที่เรียนมา มีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง?

คุณใจรัก: เคยเสียดายค่ะ (หัวเราะ) แต่เคยลองแล้วไม่ค่อยชอบตอนนั่งเขียนแบบ Construction หน้าคอมทั้งวันค่ะ ตอนนั้นเลยรู้ตัวเองเลย แต่ถ้าให้ทำงานสาย Concept, Mood & Tone นี่จะชอบทำมาก ถ้าถามว่าเสียดายเวลาที่เรียนมาบ้างไหม? ก็ไม่นะ เพราะที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็มีความสุขกับงานมาก แต่ถ้าเราสามารถเลือกทำอาชีพสถาปนิกควบคู่ไปกับอาชีพที่เราสนใจได้ก็ดีค่ะ อย่างที่เราบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า จริงๆก็ยังชอบสถาปัตยกรรมนะ และตอนนี้ก็ทำงานออกแบบอยู่ แต่ทำในส่วนของ Interior Styling เราชอบที่จะทำในเรื่องของการนำเสนอ Concept, Styling Direction และการตกแต่ง จัดวางมากกว่าการเขียนแบบ Construction คือเราสามารถลองทำอะไรหลายๆอย่าง เพื่อที่จะหาประสบการณ์และความชอบของเราก่อนได้ เราจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเราต้องการอะไรและลองหาว่าสิ่งที่เรียนมาสามารถพลิกแพลง เพื่อนำไปปรับใช้อะไรให้กับสิ่งที่เราต้องการ และงานของเราไปพร้อมๆกันได้บ้าง สิ่งนี้ก็จะช่วยและเป็นประโยชน์ส่งเสริมให้กับงาน หรือสิ่งที่เราสนใจอยู่นั่นเอง

Styling & Photo Shooting for PDM Brand by Jairako Credit Photo by: Jairako

Dsign Something: มีอะไรอยากที่จะแนะนำรุ่นน้องที่เรียนสถาปัตย์อยู่ หรือแม้กระทั่งเด็กที่กำลังจะเข้ามาเรียนสถาปัตยกรรมบ้าง?

คุณใจรัก: ตั้งใจเรียนนะคะ (หัวเราะ) เราจะได้นำความรู้ที่เรียนมาปรับใช้ในตอนทำงานจริง ให้รู้จักสนใจสิ่งรอบข้างทุกอย่าง เพราะมันมีที่มาที่ไปเสมอ ศึกษาหาความรู้รอบตัว และสังเกตให้มาก เราสามารถนำเอาความรู้เหล่านั้นมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้ อยากให้เราเลือกทำจากสิ่งที่เราชอบจริงๆ เมื่อเลือกแล้วก็ทำให้เต็มที่ เราจะมีความสุขไปพร้อมๆกับสิ่งนั้นแน่นอน

Avatar
Posted by:ekkarach laksanasamrith

สถาปนิกที่เชื่อว่า "ตัวหนังสือ" มีพลังพอๆกับ "สเปซ" และ "การเขียนหนังสือ" ก็ใช้สกิลไม่ต่างจาก "การเขียนแบบ" ใน AUTO Cad

Leave a Reply