โจทย์หนึ่งในการออกแบบบ้านที่มักพบได้บ่อย จนพูดได้ว่ากลายเป็นโจทย์ที่เกือบทุกบ้านมักให้ความสำคัญ นั่นคือ ‘ความเป็นส่วนตัว’ เพราะบ้านถือเป็นสถานที่ของครอบครัวที่ต้องการความสงบ เพื่อสร้างบรรยากาศของการอยู่อาศัยให้เป็นไปอย่างมีความสุขและสมบูรณ์มากที่สุด เช่นเดียวกับบ้านเรียบง่ายที่เราเห็นหลังนี้ ซึ่งเป็นบ้านที่ใส่ใจความเป็นส่วนตัวมากเป็นพิเศษ ผ่านการออกแบบสเปซ มุมมอง รูปลักษณ์ของอาคารภายนอก โดยได้ คุณกศินร์ ศรศรี สถาปนิกจาก Volume Matrix Studio มาเป็นผู้ออกแบบ

กศินร์ ศรศรี สถาปนิกผู้ออกแบบจาก Volume Matrix Studio

 

เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยการวาง Zoning และฟังก์ชัน

สำหรับจุดเริ่มต้นของบ้านหลังนี้ ด้วยบริบทรอบข้างที่ติดกับถนนซึ่งมีการสัญจรค่อนข้างพลุกพล่าน ปัญหาแรกที่ทางเจ้าของเป็นกังวล คือความเป็นส่วนตัว ซึ่งรวมถึงเสียงรบกวนจากถนนภายนอก และมุมมองจากถนนที่สามารถมองเข้ามาเห็นตัวบ้านได้  และถึงแม้จะต้องการปิดเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันทางเจ้าของเองก็ยังต้องการให้บ้านมีความ โปร่ง โล่ง และเปิดรับมุมมองให้มากที่สุด

สถาปนิกจึงเลือกแก้ปัญหาความเป็นส่วนตัวในส่วนแรกด้วย การวางเลย์เอาท์ของบ้านทั้งภาพรวม และฟังก์ชันภายใน โดยเปิดตัวบ้าน หันทิศทางหน้าบ้านเข้าสู่สนามหญ้า เพื่อเปิดมุมมองให้เห็นวิวพื้นที่สีเขียวให้ได้มากที่สุด ส่วนบริเวณหน้าบ้านที่ติดถนน สถาปนิกจัดให้เป็นพื้นที่จอดรถซึ่งสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อลดสัดส่วนของพื้นที่ถนนให้มากที่สุด ทำให้ตัวบ้านลดการรบกวนจากถนนทั้งภายในและภายนอก

ซึ่งเลย์เอาท์ตัวบ้านที่หันหน้าขนานเข้าสู่สวนทางทิศเหนือ ยังมีข้อดีตรงที่บ้านจะหันหลังให้กับทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศที่แดดแรงมากที่สุด ทำให้ฟังก์ชันภายในนั้นโดนแดดน้อยลง และสามารถใช้งานในภาวะสบายได้ตลอดทั้งวัน

ส่วนฟังก์ชันภายใน สถาปนิกเลือกออกแบบลำดับการเข้าถึงของฟังก์ชัน โดยใช้ ‘Privacy’ เป็นตัวกำหนด ห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากที่สุดจึงอยู่บริเวณด้านหลังซึ่งมีสิ่งรบกวนน้อย และไม่ติดกับถนน ส่วนด้านหน้าของบ้านจะเป็นฟังก์ชันที่ค่อนข้าง Public โดยมีการนำห้องแม่บ้าน ห้องครัวและห้องทำงาน จัดวางอยู่ในตำแหน่งส่วนหน้าของบ้านแทน เพื่อช่วยบล็อกเสียงรบกวนจากถนนนั่นเอง

บ้านที่ให้ความสำคัญกับมุมมอง

แน่นอนว่าสิ่งที่มาคู่กันกับความเป็นส่วนตัว คือ มุมมองทั้งภายนอกและภายใน บ้านหลังนี้จึงเลือกให้ความสำคัญกับมุมมองมากเป็นพิเศษ โดยฟังก์ชันภายในทั้งหมดจะหันหน้าสู่สวน และมองเห็นบ้านเก่าของคุณพ่อคุณแม่เป็นแบคกราวน์ ซึ่งสิ่งที่มากกว่าการมองเห็น คือการเชื่อมต่อฟังก์ชันระหว่างบ้านทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน ในบางครั้งที่คุณพ่อคุณแม่มารับประทานอาหารร่วมกันที่บ้านใหญ่หลังนี้ พื้นที่ห้องนั่งเล่นจึงเป็นเหมือน Family Room ที่รวมความสัมพันธ์ของทุกคนในครอบครัวเอาไว้

ลักษณะรูปทรงของอาคาร รวมถึงช่องเปิดต่างๆ ภายในบ้าน จะสัมพันธ์กับมุมมองทั้งหมด โดยบางส่วนของอาคารที่ยื่นออกมาจะสร้างเลเยอร์ที่แตกต่าง ซึ่งทำหน้าที่บดบังมุมมองจากถนน เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับฟังก์ชันภายในได้มากที่สุด

นอกจากมุมมองจากภายนอกแล้ว ฟังก์ชันห้องต่างๆ ที่อยู่ภายในก็มีการคิดถึงมุมมองเช่นเดียวกัน อย่างเช่น ห้องทำงานที่ถูกจัดวางให้เชื่อมต่อกับ Family Room แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวด้วยประตูระแนงกั้นที่ยังคงมองเห็นกิจกรรมที่เกิดขึ้น และด้วยความที่ชั้นหนึ่งจะมีฟังก์ชันเป็นห้องนอนอีกหนึ่งห้อง ฝั่งหนึ่งของ Family Room จึงมีการแบ่งโซน สร้างประตูกั้น เพื่อแบ่งโซนระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้อย่างชัดเจน

การให้ความสำคัญในเรื่องของมุมมอง ยังถูกจัดการผ่านระแนง ซึ่งช่วยบังสายตาจากบริเวณถนน เพื่อไม่ให้มองเห็นกิจกรรมที่อยู่ภายใน ซึ่งในอีกมุมหนึ่ง ระแนงเหล่านี้ก็ยังช่วยสร้างลูกเล่น และสร้างคาแรคเตอร์ให้บ้านสมบูรณ์มากขึ้นด้วย

ไหลเวียนอากาศได้มากขึ้นด้วย Double Roof  

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่พูดได้ว่าเป็นจุดเด่นของบ้านหลังนี้ คือ หลังคา Double Roof  ซึ่งแดดจะส่องลงมาที่หลังคาชุดแรกโดยตรง แต่ความพิเศษคือ สถาปนิกออกแบบโดยมีการเว้นช่องว่าง ระยะห่างบริเวณช่องหลังคา และมีการทำตะแกรงเหล็กปิดอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันสัตว์ต่างๆ เข้าไปทำรัง เมื่ออากาศร้อนส่องลงมา ลมก็จะสามารถพัดอากาศร้อนออกไปได้บางส่วน ช่วยลดอุณหภูมิในตัวบ้านได้มากขึ้น บ้านหลังนี้จึงเย็นสบายกว่าบ้านทั่วไป

ส่วนบริเวณบันไดจะมีการเจาะช่องแสง ในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง ภายในห้องนั่งเล่นใจกลางของบ้านจึงไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในช่วงกลางวัน ช่วยสร้างบรรยากาศภายในให้เปิด โล่ง โปร่ง ตรงตามความต้องการของเจ้าของ

 

ด้วยโจทย์ของบ้านที่ใส่ใจความเป็นส่วนตัวมากเป็นพิเศษ จึงเป็นเหตุผลที่ทางสถาปนิกและเจ้าของเลือกใช้กรอบบานหน้าต่างอลูมิเนียมจาก TOSTEM ซึ่งค่อนข้างลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี และมีมาตรฐานความแข็งแรง แน่นหนา ในราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้ สำหรับบ้านหลังนี้สถาปนิกเลือกใช้กรอบบานอลูมิเนียมรุ่น P7 สี Autumn Brown เพื่อสร้างความกลมกลืน และทำให้ภาพรวมของบ้านไปในทิศทางเดียวกันทั้งภายนอกและภายใน

ในมุมมองของสถาปนิก บานอะลูมิเนียม TOSTEM ยังถือว่าตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและความสวยงาม ซึ่งการใช้บานฟิกซ์ที่มีเฟรมค่อนข้างบางนั้น จะสามารถเปิดมุมมองได้กว้างขึ้น โดยไม่มีเส้นที่จะมาขัดสายตาเหมือนบานสไลด์ทั่วๆ ไป ส่วนในแง่ของฟังก์ชัน บานในลักษณะทางตั้ง ยังช่วยระบายลมได้ดีกว่าบานแนวนอนยาว ช่วยรีดลมและทำให้อากาศถ่ายเทภายในได้ดีมากขึ้น

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ผู้อยู่อาศัยต้องการจากบ้านสักหนึ่งหลัง คงจะเป็นความสบายทั้งกายและใจที่เกิดจากการอยู่อาศัย เพียงเท่านั้นก็ถือว่าบ้านหลังนั้นได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเพียงพอแล้ว เช่นเดียวกับบ้านหลังนี้ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยทั้งเรื่องความสงบ ความเป็นส่วนตัว รวมถึงสร้างภาวะสบายในการอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง

ขอบคุณข้อมูลจาก www.tostemthailand.com

Avatar
Posted by:Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

Leave a Reply