Location : สุขุมวิท 49, กรุงเทพมหานคร ฯ
Area : 435 ตร.ม.
Owner : คุณอารักษ์, คุณสุรีย์พร, และคุณจิรภา พรประภา
Architect : Walllasia Ltd.
Photographer : จิณณวัตร บริหารกิจอนันต์

สวนและศาลาสำหรับพักผ่อน ” ความต้องการตั้งต้นของเจ้าของบ้านก่อนเรื่องราวจะถูกขยายออกมาอย่างอบอุ่น สู่การเป็นบ้าน MAC&HAM HOUSE  ที่ยังคงบริบทของความเป็นศาลา หรือพื้นที่สำหรับช่วงเวลาของการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ โดยได้ทีมออกแบบที่สนิทสนมและเข้าใจวิถีของธรรมชาติอย่าง Walllasia Ltd. เข้ามาเป็นผู้ปะติดปะต่อความสัมพันธ์ของสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรมให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน

หากพูดถึงคลื่นเสียงของธรรมชาติที่ในบางครั้งก็ไร้เสียง แต่ผู้อยู่อาศัย ณ ที่แห่งนั้นจะสัมผัสได้ด้วยตนเองถึงความรู้สึกที่สดชื่น ผ่อนคลาย และสบายใจเมื่อได้อยู่ท่ามกลางเสียงเหล่านั้น อย่างเสียงลมอ่อนๆ ที่กระทบกับใบไม้ เสียงนกร้องและเสียงกระโดดวิ่งเล่นของกระรอกที่สื่อถึงระบบนิเวศที่ดี หรือแม้แต่เสียงที่ไม่ได้ยินแต่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึกจากแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบมายังใบไม้สีเขียวชอุ่ม ซึ่งทั้งหมดนี้คือเรื่องราวและความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ บ้าน MAC&HAM HOUSE ที่เจ้าของบ้านสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเอง ก่อนจะเล่าสู่กันฟัง
ด้วยที่บ้านหลังนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากคอนเซ็ปต์ของสวนและศาลาพักผ่อน บนพื้นที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับบ้านอีกหลังหนึ่ง แนวคิดของ MAC&HAM HOUSE จึงถูกนำด้วยเรื่องราวของแลนด์สเคป ที่ให้ทั้งความร่มรื่นและความปลอดภัยอย่างไม่ถูกปิดกั้นจนเกินไป ด้วยลำต้นกิ่งก้านใบของต้นไม้ที่สามารถป้องกันแสงแดดและอำพรางสายตาจากบุคคลภายนอกได้ในขณะที่ยังมีการซึมผ่านของสายลมพัดเข้ามา เกิดเป็นความปรุโปร่งที่พอดิบพอดีกับศาลาและตัวบ้าน โดยส่วนหนึ่งของการซึมผ่านยังรวมไปถึงแผงตะแกรงเหล็กเจาะรูที่ผู้ออกแบบได้นำมาเสริมร่วมกับกำแพงกั้นระหว่างบ้านแต่ละหลัง และปลูกไม้เลื้อยอย่างต้นเหลืองชัชวาลให้เลื้อยคลุมแผงไปตามธรรมชาติ เพื่อปกคลุมสิ่งปลูกสร้างและเพิ่มความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของบ้านอีกหนึ่งระดับ

แมคคานิกส์ที่ถูกซ่อนและปกคลุมไว้ภายใต้ธรรมชาติของป่าโปร่ง

ด้วยที่คอนเซ็ปต์ของเราต้องการให้ธรรมชาติปลกคลุมสิ่งปลูกสร้างไปทั้งหมด อีกหน่อยถ้าไม้เลื้อยเติบโตกว่านี้และคลุมหลังคาจนทั่ว เมื่อมองลงมาจากด้านบนในมุมของ Birds eye view เราก็จะเห็นแต่ต้นไม้และไม่เห็นตัวบ้าน” คุณสุริยะ สถาปนิกจาก Walllasia Ltd. กล่าว

ซึ่งต้นไม้ที่ทางผู้ออกแบบเลือกนำมาปลูกเพื่อสร้างอารมณ์ของสวนในแบบ Tropical นั้น เป็นต้นไม้จำพวกที่มีลักษณะสูงโปร่ง อย่าง ต้นพะยูง เป็นหลัก และปลูกคละขนาดสลับกันไปกับต้นปีบ, ต้นโมกมัน และต้นไคร้ย้อย ที่ทำให้ความรู้สึกโดยรวมเปรียบกับกำลังยืนอยู่ในป่าโปร่งที่ปกคลุมพื้นที่แห่งนี้อยู่อย่างร่มรื่น อีกทั้งลักษณะที่พลิ้วไหวของต้นไม้แต่ละชนิดที่ทางผู้ออกแบบได้เลือกมานั้นยังช่วยเสริมและลดความแข็งกระด้างของวัสดุ อย่าง เหล็กและตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นโครงสร้างของตัวบ้านให้มีความอ่อนช้อยและดูอบอุ่นมากขึ้น ผนวกกับสีของโครงสร้างที่ทางเจ้าของบ้านได้เลือกเป็นสี Midnight Blue หรือสีของต้นครามตามธรรมชาติ ก็ช่วยเพิ่มความกลมกลืนและความเบาของวัสดุให้เข้ากับองค์ประกอบโดยรอบได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตามการจะเป็นส่วนหนึ่งและกลมกลืนไปกับธรรมชาตินั้นวัสดุที่นำมาใช้นอกจากการสร้างอารมณ์ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างพื้นไม้แล้ว เหล็กและตู้คอนเทนต์เนอร์ก็ยังเป็นวัสดุโครงสร้างที่สามารถกลมกลืนไปกับธรรมชาติได้ดี เพราะไม่รบกวนหรือสร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นวัสดุ Eco-Friendly ที่ทางผู้ออกแบบได้เลือกใช้ก็ว่าได้ ซึ่งส่วนนี้คลอบคลุมไปถึงในประเด็นของทางเจ้าของบ้านที่มองเผื่อไปถึงเรื่องราวในอนาคตสำหรับวัสดุที่ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนโยกย้าย แต่ถึงแม้สิ่งปลูกสร้าง ณ ที่แห่งนี้จะถูกโยกย้ายออกไป สิ่งที่ยังคงอยู่เป็นปอดของพื้นที่นี้และสวนสำหรับพักผ่อนหย่อนใจตั้งแต่ความตั้งใจตั้งต้นก็ยังคงอยู่เพื่อเป็นที่พึ่งพิงของสัตว์เล็กสัตว์น้อยอย่างนกและกระรอกเช่นเดิมไม่เปลี่ยน

การผสมผสานความต้องการของผู้อยู่อาศัย และสัตว์เลี้ยง

ความลื่นไหลของการใช้งาน การเปลี่ยนถ่ายแต่ละพื้นที่ไปสู่อีกพื้นที่หนึ่ง รวมถึงสัญชาตญาณโดยธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงล้วนแต่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการออกแบบพื้นที่ต่างๆ ในบ้านหลังนี้ให้มีความเหมาะสมตอบโจทย์ความต้องการระหว่างบุคคลนั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสัตว์เลี้ยงตัวโปรด อย่าง MAC และ HAM สุนัขพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกที่เจ้าของบ้านให้ความสำคัญจนนำไปสู่ชื่อเรียกของบ้านหลังนี้ MAC&HAM HOUSE ได้มาวิ่งเล่นสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติ คงจะเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของ MAC และ HAM อยู่ไม่น้อย รวมถึงทางตัวเจ้าของเองก็คงจะรู้สึกมีความสุขไปพร้อมๆกัน เมื่อได้เห็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดดูร่าเริงและชอบสถานที่แห่งนี้ที่พวกเขาได้ตั้งใจมอบให้

อีกทั้งนอกจากบ้านหลังนี้จะมีพื้นที่สำหรับ MAC และ HAM สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเจ้าของบ้านแล้ว บ้านหลังนี้ยังมีห้อง Studio Gallery วาดภาพส่วนตัว เพื่อตอบโจทย์งานอดิเรกและมุมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะส่วนตัวของเจ้าของบ้านด้วย

งานชิ้นนี้เราเริ่มด้วยธรรมชาติ และจบด้วยความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ
คุณสุริยะ สถาปนิกจาก Walllasia Ltd. กล่าว

ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติที่ผู้อออกแบบได้กล่าวถึงนั้นไม่เพียงแต่การรับรู้ต่อธรรมชาติอย่างต้นไม้ แสงแดด และลม แต่ยังรวมไปถึง “ธรรมชาติของการใช้งานบนพื้นที่นั้นๆ” อย่างการใช้งานศาลาที่ค่อนข้างให้ความอิสระ ไม่จำกัดว่าจะต้องใช้งานรูปแบบไหน หรือนั่งมุมไหน แต่ธรรมชาติของผู้ใช้งานจะเป็นคนเลือกรูปแบบการใช้งานของตนเองว่าเขาสะดวกและสบายที่จะนั่งส่วนไหนของพื้นที่นั้น มากกว่าการถูกกำหนดให้นั่งบนโซฟาอย่างที่ควรจะเป็นเสียอีก ซึ่งส่วนนี้จึงเป็นการกลบรูปแบบด้วยความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ อย่างที่ผู้ออกแบบได้กล่าวไว้
สำหรับส่วนของ Interior ผู้ออกแบบได้ดีไซน์ฟังก์ชันหลักให้สามารถปรับเปลี่ยนตามการใช้งาน และเชื่อมโยงแต่ละพื้นที่ภายในบ้านด้วยวัสดุเหล็ก รวมถึงเพิ่มความรู้สึกที่อบอุ่นให้กับตัวบ้านด้วยวัสดุไม้สัก อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับพื้นที่ภายนอกด้วยมุมมองจากกระจกบานใหญ่ ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติภายนอกได้อย่างเปิดกว้าง

ชีวิตของคนในกรุงเทพนี้ เราคงจะนึกถึงได้แต่ป่าคอนกรีตและมีแต่ความเคร่งเครียดเต็มไปหมด การมีสวนในบ้านที่ให้ความร่มรื่นเป็นส่วนตัว สามารถใช้ชีวิตที่เรียบง่ายสบายๆได้ ก็คงจะดีไม่น้อย” เจ้าของบ้านกล่าว

มนุษย์ ต้นไม้ สรรพสัตว์ ก็ล้วนแต่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของธรรมชาติ จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกนักถ้าหากเราจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ควรจะเป็นขึ้นใหม่ เพื่อแก้ไขสภาพแวดล้อมที่ถูกทำลายไปในปัจจุบันและให้เราได้กลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี รายล้อมไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าธรรมชาติอย่างที่เคยเป็นหรือควรจะเป็น

MAC&HAM HOUSE
Owner : คุณอารักษ์ พรประภา, คุณสุรีย์พร พรประภา, คุณจิราภา พรประภา
Architect : คุณสุริยะ อัมพันศิริรัตน์ Walllasia Ltd.
Project Team : ปรีณพร แสงศรี, พนมพร พรหมแปง, จิรวัฒน์ พลสามารถ, ชัชวาล ตุลยนิษย์
Design and Construction : สุริยะ อัมพันศิริรัตน์, ประวิทย์ พูลกำลัง, Walllasia Ltd.
Structure Design : พชรธร คำพิมูล

Pichapohn Signimittrakul
Posted by:Pichapohn Signimittrakul

Copy writer ผู้มีความสนใจในงานจิตอาสา และ Eco-Living ที่เชื่อว่างานออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ขึ้นได้

Leave a Reply