Location: ซอยทองหล่อ 13
Owner: ภรณ์ชุดา เรือนแก้ว, สิทธิภูมิ ลีสวัสดิ์ตระกูล, ซาระ เพฑูรย์สิทธิชัย, ณัฏฐา ตวงเจริญทิพย์, ลัลทิชา รัตนพันธ์สิริ และธนพร วนิชเวทย์พิบูล
Architect: Looklen Architects
Story: เสาวภัคย์ อัยสานนท์
Photographer: จิณณวัตร บริหารกิจอนันต์

Season Bangkok เกิดจากการรวมตัวของหุ้นส่วน 6 คนผู้เป็น Café Hopper ตัวยงที่ต้องการสร้างคาเฟ่ที่มากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ โดยดึงเอาเสน่ห์ของร้านรวงคาเฟ่สุดเก๋ ที่ตั้งอยู่ตามข้างทางในประเทศฝั่งยุโรปมานำเสนอในการออกแบบของร้าน และเพิ่ม ‘ลูกเล่น’ ให้ดึงดูดใจมากขึ้น ด้วยฝีมือการออกแบบของ คุณต้น-ณัฐพล เตโชพิชญ์ จาก ลูกเล่นสถาปนิก

ขับกลิ่นอายความเป็นยุโรปให้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ

ความตั้งใจแรกของทีมเจ้าของร้านคือ การหาทำเลที่ตั้งสำหรับทำร้านสปา แต่เมื่อได้มาเห็นลักษณะทำเลของตึกที่เหมาะกับการทำคาเฟ่ ประกอบกับความชื่นชอบในการ Café Hopping อยู่แล้ว โปรเจ็กต์ร้าน Season Bangkok จึงถือกำเนิดขึ้นมา โดยมี ‘ความเป็นยุโรป’ เป็นโจทย์หลักในการออกแบบ

ตึกแถวเก่าที่มีลักษณะเป็นแนวยาวในย่านซอยทองหล่อ 13 จึงได้รับการรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นคาเฟ่ที่หยิบรายละเอียดของสไตล์ยุโรปมาใช้ ผ่านองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ อย่างอิฐสีน้ำตาลอมแดง หลังคาผ้าใบลายสีดำสลับขาว การจัดวางพื้นที่ให้มีบริเวณที่นั่งด้านนอกที่เข้ามาช่วยขับกลิ่นอายความเป็นยุโรปให้ชัดเจนขึ้นมาอีกขั้นสร้างมุมมองของผู้ใช้งานภายในและภายนอก

คุณต้น สถาปนิกผู้ออกแบบ เล่าว่า “ด้วยความที่เจ้าของร้านมีพาร์ทเนอร์กันหลายคน แต่ละคนก็เป็นสาย Café Hopper กันอยู่แล้ว เขามีไอเดียเยอะมาก แล้วเป็นไอเดียที่มาจากประสบการณ์ของตัวเองจากการไปที่ต่างๆ การสร้างบรรยากาศของร้านที่เน้นความ Open เลยเป็นบรีฟสำคัญที่ทำให้เราดีไซน์ออกมาเป็นลักษณะแบบนี้”สิ่งที่สถาปนิกผู้ออกแบบและเจ้าของร้านให้ความสำคัญคือ มุมมองของผู้ใช้งานทั้งภายในและภายนอก จึงเลือกทุบผนังทึบเดิมออกและเปลี่ยนให้เป็นผนังกระจกใสบานใหญ่ที่เปิดให้เห็นภาพมุมกว้างของถนน และผู้คนที่เวียนสัญจรผ่านไปมาส่วนของบริเวณที่นั่งถูกจัดวางให้หันออกเข้าหาซอย เพื่อให้คนที่อยู่ในคาเฟ่สามารถมองเห็นกิจกรรมภายนอก เห็นที่คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในซอยได้ การจัดวางพื้นที่ของร้านเป็นแนวยาวรองรับ ยังช่วยปล่อยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาถึงภายในตัวร้านได้อย่างเต็มที่ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้สว่าง โปร่งโล่ง และไม่แออัดคุณออม-ภรณ์ชุดา เรือนแก้ว และคุณบิ๊ก-สิทธิภูมิ ลีสวัสดิ์ตระกูล ทีมเจ้าของร้าน Season Bangkok เล่าเสริมว่า “วันไหนที่ฝนตก คาเฟ่ก็จะเป็นบรรยากาศอีกแบบหนึ่ง เรานั่งอยู่ในร้านจะเห็นเป็นฝ้าขึ้นอยู่ที่บนกระจกหน้าต่าง รับกับแสงไฟด้านนอก” ซึ่งทำให้ไม่ว่าลูกค้าจะมากี่ครั้งก็จะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละฤดูกาล

เพิ่มลูกเล่นด้วยสัจจะวัสดุ และมิติของพื้นผิวที่แตกต่าง

คุณต้นเล่าถึงที่มาของการเลือกใช้วัสดุว่า “เราตีความจากความเป็นสไตล์ยุโรป เขาจะมีงานฝีมือที่เป็นงานปูนปั้นอยู่ เราอยากจะนำตรงนั้นมาทำให้มันเข้าใจง่ายขึ้น”การพลิกวัสดุธรรมดาอย่าง ‘อิฐเผา’ เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่น่าสนใจในการออกแบบ เพราะนอกจากจะช่วยทำให้คาเฟ่ดูคลาสสิคแล้ว ยังส่งผลให้ภาพลักษณ์ดูมีเอกลักษณ์และความพิเศษเฉพาะตัว ผ่านการเปลือยเอกลักษณ์ของวัสดุได้อย่างน่าสนใจ“เราอยากใช้วัสดุที่เป็นสัจจะจริงๆ อย่างเฟรมเหล็กที่ใช้ เราก็ขึ้นรูปเป็นเหล็กดัดเลย หรืออย่างตัวฝ้าก็เป็นฝ้าเหล็ก ในส่วนของผนังเราอยากจะสร้างฟีเจอร์ที่เป็นลูกเล่นของร้านขึ้นมา และต้องเป็นความยุโรปที่มาเจอกับความมินิมอลด้วย ก็ไปเจออิฐที่ทำมาจากดินพิเศษ สีนวล แล้วเราก็ทดลองโดยการนำไปจัดวางให้เป็นแพทเทิร์น ซึ่งบังเอิญไปเจอกับอีกด้านหนึ่งของอิฐที่เมื่อกลับด้านจะเห็นเป็นความประณีตที่กลับกลายเป็นผนังที่มีดีเทลขึ้นมา”
คุณต้นเล่าเสริมว่า “วัสดุต่างๆ ที่เราใช้ ส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุที่ค่อนข้างหาง่าย เรียบง่าย เป็นอิฐเป็นปูน แต่มีรายละเอียดนิดหน่อยที่เราตัดขอบ Custom เอง เพื่อเน้นองค์ประกอบของมันขึ้นมา” โดยสถาปนิกยังเลือกใช้เหล็กดัดที่มีพื้นผิวเรียบเป็นอีกวัสดุภายในร้าน โดยหากสังเกตจะเห็นว่าพื้นผิวบนผนังของร้านมีลูกเล่นของพื้นผิวที่แตกต่างกัน ระหว่างพื้นผิวเรียบและพื้นผิวหยาบ เพื่อให้ดูมีมิติมากขึ้นด้วยความที่ร้านมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด เฟอร์นิเจอร์ของร้าน จึงตั้งใจเลือกสรรให้ออกมาไม่ซ้ำแบบกัน เพื่อให้ดูไม่น่าเบื่อ สามารถถ่ายรูปได้ทุกพื้นที่ของร้าน ในขณะที่การจัดวางยังถูกออกแบบให้มีฟังก์ชันยืดหยุ่นที่ปรับเปลี่ยน และเคลื่อนย้ายได้ง่าย เพื่อรองรับการใช้งานหลายรูปแบบ “เราตั้งใจเลือกชุดที่นั่งให้เล็ก เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้เยอะ สามารถจับโต๊ะมาชนกันได้ บริเวณที่นั่งโซฟาสามารถเรียงเป็นโต๊ะยาว หรือแม้แต่บริเวณกระจกก็สามารถจัดเป็นที่นั่งคู่ได้”
เคาน์เตอร์ถูกจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งทางเข้าของร้าน เพื่อให้เจ้าของร้านกับบาริสต้าสามารถเข้าถึงและมีโอกาสใกล้ชิดกับลูกค้าที่แวะเข้ามาให้มากที่สุด รวมถึงออกแบบเป็นรูปทรงโค้งเว้าเหมือนตัวยู (U) ที่เกิดเป็นฟังก์ชันที่สามารถใช้งานได้รอบด้าน ซึ่งเป็นทั้งพื้นที่ทำงานของบาริสต้าที่ลูกค้าสามารถเดินเข้ามาสั่งขนมและกาแฟด้านใน และยังเป็นจุด Pick-up จากภายนอกที่ลูกค้าสามารถแวะเข้ามา Take Away ได้อย่างรวดเร็วการตกแต่งเลือกใช้โทนสีน้ำเงินที่มีความแฟชั่นและดูคลาสสิค ซึ่งเป็นสีเริ่มต้นที่ทางเจ้าของร้านมอบหมายให้กับสถาปนิกผู้ออกแบบ โดยคุณต้นเลือกที่จะนำโทนสีขาวและสีครีมมาจับคู่เข้ากับสีน้ำเงิน เพื่อให้เบลนด์บรรยากาศของร้านให้ดูอบอุ่นขึ้น
นอกจากนี้ ยังใช้สัดส่วนของความโค้งเข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศโดยรวมของร้านให้ดูนุ่มนวล เพื่อเบรกความอึดอัดและความแข็งของพื้นที่ห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ ให้รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมยังช่วยซ่อนเสาเก่าของโครงสร้างเดิมได้อย่างแนบเนียนSeason Bangkok ถ่ายทอดการออกแบบที่คลุ้งไปด้วยบรรยากาศยุโรป พิถีพิถันใส่ใจตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ โทนสี เฟอร์นิเจอร์ การจัดวางพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างลูกเล่นให้กับตัวร้านได้อย่างน่าสนใจ และแน่นอนว่าแต่ละเมนูที่เสิร์ฟก็คำนึงถึงรสชาติที่ดี รวมถึงต้องมีความ Instagramable ด้วยเช่นกัน ซึ่งนับว่า เป็นอีกทางเลือกสำหรับใครที่อยากนั่งชมวิวย่านทองหล่อที่ไม่ว่าคุณจะแวะมากี่ครั้งก็จะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปอย่างไม่น่าเบื่อ

Avatar
Posted by:Saovapak Ayasanond

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสารบันเทิงที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะผันตัวมาเป็นนักเล่าเรื่องสายบ้านและสถาปัตยกรรม จนกระทั่งพบว่าการออกแบบเต็มไปด้วยคุณค่าและเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

Leave a Reply