เมื่อพูดถึงพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ พบว่ามีให้เลือกไม่มากนัก มันคงจะดีไม่น้อยถ้ามีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กลางกรุงเทพที่สามารถเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าได้ ซึ่งตอนนี้เองปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพ กำลังจะเกิดขึ้นแล้วในโครงการ Dusit Central Park โครงการที่รวมเอาชั้นดาดฟ้าของกลุ่มอาคารมิกซ์ยูส ซึ่งประกอบไปด้วยโรงแรมดุสิตธานี เรสซิเดนซ์ และอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า โดยทั้งสามอาคารถูกเชื่อมกันผ่าน สวนสาธารณะลอยฟ้าขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ย่านใจกลางเมืองอย่างหัวมุมถนนสีลม

ผลงานสุดสร้างสรรค์และท้าทายการออกแบบจาก Landscape collaboration โดยที่แห่งนี้มีแนวคิดที่จะสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับกรุงเทพฯ ที่ทุกคนสามารถเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ ผ่านทัศนียภาพอันร่มรื่น พร้อมทั้งความสร้างสรรค์จากลักษณะการออกแบบลดหลั่นแบบขั้นบันได เชื่อมโยงกลุ่มอาคารทั้งสี่ของโครงการให้สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในเชิงสันทนาการไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย วิ่ง ขี่จักรยาน เดิน ลานกิจกรรม ที่สามารถจัดงานแสดงนิทรรศการได้ จากดาดฟ้าชั้น 3 ต่อเนื่องถึงชั้น 7

มากกว่าพื้นที่สีเขียวแต่เป็นระบบนิเวศ

การออกแบบพื้นที่สีเขียวของ Dusit Central Park มีรูปแบบเฉพาะตัว ครอบคลุมตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในเมืองที่ต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ครอบครัว คู่รัก หนุ่มสาว วัยรุ่น ผู้สูงอายุ สามารถมีความสุขไปกับกิจกรรมของตัวเองได้ในมุมต่าง ๆ ภายในพื้นที่ที่จัดไว้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่ภายในสามารถเปิดมุมมองธรรมชาติเชื่อมโยงกับทัศนียภาพสีเขียวจากสวนลุมพินีได้กว้างไกล 

(คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ดุสิต อินตอร์เนชั่นแนล)

และเหตุที่เป็นมากกว่าพื้นที่สีเขียวเพราะ ถูกออกแบบจากความต้องการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) และนิเวศเมือง (Urban Ecology) ภายใน Roof park โดยการให้ความสำคัญกับการคัดสรรพันธ์พืชมาใช้ในสวนลอยฟ้า ผสมผสานระหว่างไม้พุ้มเตี้ย ไม้เขียวใบหนา ไม้น้ำเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น แมลงปอ กระรอก กระแต หรือแม้กระทั่งหิ่งห้อยให้กลับมามีชีวิต พื้นที่แห่งนี้จึงไม่ใช่พื้นที่สีเขียว แต่กลายเป็นระบบนิเวศแห่งใหม่ที่อุดมสมบูรณ์เปรียบเหมือน Oasis กลางเมืองกรุงเทพฯ ที่ไดแรงบันดาลใจมาจากสวนไม้เมืองร้อนเดิมของดุสิตธานี 

ทัศนียภาพสีเขียวแบบไม่มีสิ้นสุด

สวนลอยฟ้าของ Dusit Central Park มอบทัศนียภาพสีเขียวแบบไม่สิ้นสุด (Infinity Park) โดยเมื่อมองจากบิเวณสวนลอยฟ้าจะพบความต่อเนื่องเชื่อมโยงต่อกันระหว่างตัวสวนลอยฟ้ากับสวนลุมพินี ซึ่งเป็นสถานที่แห่งแรกและแห่งเดียวในกรุงเทพฯ ที่สามารถรวมทัศนียภาพของสวนลอยฟ้าและสวนลุมเข้าไว้ด้วยกันได้

จากนิราศภูเขาทองสู่ Roof Park

แนวคิดของ Roof Park เป็นงานดีไซน์พื้นที่สีเขียวที่มีเอกลักษณ์โดย ยังคงทุกรายละเอียดของการออกแบบที่สืบสานตำนานความเป็นโรงแรมดุสิตธานีที่มีอัตลักษณ์ความเป็นไทย ความเป็นธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนั้นยังหยิบเอาเรื่องราวเฉพาะตัวของกรุงเทพมหานคร ผ่านการศึกษานิราศภูเขาทองของสุนทรภู่ ซึ่งเป็นนิราศที่เล่าถึงการเดินทางมายังเจดีย์ภูเขาทอง โดยระหว่างทางได้พบกับพันธ์ไม้นานาชนิด ซึ่งสวนลอยฟ้าแห่งนี้จึงหยิบเอาพรรณไม้ประจำถิ่นต่าง ๆ ที่พบในนิราศมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสวนแห่งนี้ นอกจากในนิราศแล้วยังหยิบยกเอาต้นไม้ประจำถิ่นจากเขตต่าง ๆ ในกรุงเทพเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเช่นกัน เช่น ลำพู ที่เป็นตัวแทนจากเขตบางลำพูเป็นต้น สวนลอยฟ้าแห่งนี้จึงไม่ใช่การออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมที่ทำไว้ให้ชมเพียงแค่ความงามตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ในการสร้างอัตลักษณ์ให้กับกรุงเทพมหานครอีกด้วย

ออกแบบให้มีพื้นที่ส่วนตัวและสาธารณะต่อผู้ใช้งาน

ภายในบริเวณสวนลอยฟ้าถูกแบ่งฟังก์ชันการใช้งานออกแบบเป็น 2 ส่วนคือ 1.โซนสาธารณะ ที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการภายในโครงการ ส่วนที่ 2 คือโซนส่วนตัว บริเวณดังกล่าว เปิดให้บริการแก่แขกที่พักอาศัยในโรงแรม ผู้พักอาศัยในดุสิต เรสซิเดนเซส และดุสิตพาร์คไซด์ โดยจะไม่มีการรบกวนจากผู้ใช้ภายนอกและมีการแบ่งพื้นที่การใช้งานจากโซนสาธารณะเพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้งาน

(นายธัชพล สุนทราจารย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แลนด์สเคป คอลลาบอเรชั่น จำกัด)

ประโยชน์จากสวนลอยฟ้าที่คนเมืองจะได้รับ

สวนลอยฟ้าแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่สำหรับเด็ก ๆ  ที่จะได้มารู้จักเรียนรู้กับพรรณไม้นานาชนิด และระบบนิเวศต่าง ๆ ภายใน นอกจากนั้นสวนลอยฟ้าแห่งนี้ยังช่วยแก้ไขปัญหาที่กรุงเทพต้องพบเจอในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในเรื่องของปัญหาฝุ่นละออง Pm 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงต่องคนในเมือง การมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเป็นเหมือนการช่วยลดฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี จากการที่โครงการได้ศึกษาถึงพันธุ์พืชที่ช่วยลดฝุ่นละอองในอากาศ พันธ์ไม้ที่จะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มปริมาณก๊าซออกซิเจน ทำให้เมืองดูร่มรื่น เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนกรุงเทพ 
Dusit Central ParK เป็นเหมือน Iconic แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ที่สามารถดึงดูดผู้คนให้ต้องมาเยือน เพราะเป็นได้ทั้งจุดหมายการท่องเที่ยวรวมถึงเป็นพื้นที่สาธารณะที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ใหม่ของกรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะเผยโฉมให้เห็นได้จริงและเปิดให้บริการได้ภายในปี 2567 

 

Nantapong Tangtrongjaisakul
Posted by:Nantapong Tangtrongjaisakul

Little Anthropologist ที่พลัดหลงมากับผู้คนในงานออกแบบ จนเกิดเป็นความชอบ เป็นความลุ่มหลง และมองดีไซน์เป็นงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ คือความงามทางวัฒนธรรมซ่อนอยู่

Leave a Reply