Project name: HEYTEA LAB GUANGZHOU
Location: Parc Central, Tianhe District, Guangzhou, China
Client: HEYTEA
Area: 350 m2
Design firm: Leaping Creative
Chief designers: Zen ZHENG, Xiaowen CHEN
Participating designer: Penghui YANG
Installation designer: Minghao LIANG
Project managers: CC CHEN, Dongzhi YOU
Photographer: Zaohui HUANG

ทุกวันนี้มีแบรนด์ร้านชารูปแบบใหม่เกิดขึ้นมากมาย เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป หนึ่งในนั้นคือ HEYTEA ชาชีสชื่อดังเจ้าแรกๆ ของจีนที่เคยสร้างกระแส ‘กินชาปากเปื้อนชีส’ ไว้ในโลกออนไลน์ และสร้างปรากฏการณ์การรอคิวนานกว่า 2 ชั่วโมงมาแล้ว เดิมที HEYTEA ใช้ชื่อว่า HEEKCAA (เสียงอ่านภาษากวางตุ้ง) แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อว่า HEYTEA เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำมากขึ้น ซึ่งตั้งแต่ปี 2018 DNA ของ HEYTEA ก็ได้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค ด้วยภาพลักษณ์ของเครื่องดื่มที่ตรงใจคนรุ่นใหม่ การใส่ใจในการออกแบบร้านที่ต้องการแบ่งปันเรื่องราวของแบรนด์ไปพร้อมกับคงคุณค่าของวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม 

ชาจีนของคนรุ่นใหม่ที่ยังคงคุณค่าของวัฒนธรรมเก่า

HEYTEA ทำงานร่วมกับนักออกแบบที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับร้านแต่ละสาขาให้มีความโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับสาขาในเมืองกวางโจว ประเทศจีน ที่ตั้งอยู่ใน Parc Central ห้างหรูใจกลางย่านธุรกิจ ซึ่งมีทำเลโดยรอบเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 ที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็จะได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ประกอบกับเมืองกวางโจวเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องวัฒนธรรมการดื่มชาและโรงน้ำชาอยู่แล้ว

ทีมนักออกแบบจาก Leaping Creative จึงคิดคอนเซ็ปต์ในการออกแบบร้าน HEYTEA LAB จากบริบทของวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยรอบ ผ่านการบอกเล่าของ “ร้านน้ำชา” ที่ตั้งใจสร้างพื้นที่ไว้สำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มสบายๆ บรรยากาศเป็นกันเอง พร้อมทั้งแฝงกลิ่นอายของวัฒนธรรมในย่านนั้นๆ เพื่อให้ผู้คนที่แวะมาได้รับรู้ถึงเรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านการออกแบบของร้าน

ตั้งแต่หน้าร้านจนไปถึงด้านใน ร้านโดดเด่นด้วยโทนสีอบอุ่นของไม้ ซึ่งตัดกับสีขาวเรียบง่าย ในขณะเดียวกันก็มีผนังกระจกที่มีความสูง 2 ชั้น ช่วยเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกให้เข้ามาอย่างเพียงพอ และสร้างความโปร่งโล่งให้กับพื้นที่ได้อย่างลงตัว

ทั้งผนังและพื้นกระเบื้องของร้าน ทำมาจากวัสดุอิฐแฮนด์เมดสั่งทำพิเศษ ซึ่งเป็นความตั้งใจของผู้ออกแบบที่ต้องการจำลองงานฝีมือแบบดั้งเดิมมาไว้ในร้าน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมกวางตุ้งแบบดั้งเดิม

รายละเอียดเล็กๆ ที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมจีนแบบเก่าถูกใส่ลงไปในงานออกแบบอย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณซุ้มทางเข้าต่อไปยังเคาน์เตอร์ออเดอร์เครื่องดื่มที่ถูกเน้นเส้นขอบตรงกรอบบานประตูตามสไตล์จีนย้อนยุค เฟอร์นิเจอร์สไตล์คลาสสิกที่เคยแพร่หลายในช่วงปี 1980 และ 1990 โดยมีฝั่งหนึ่งเป็นเก้าอี้ที่มีขาทำจากโลหะ ประกอบเข้ากับพนักพิงและที่นั่งวีเนียร์ลายไม้ ส่วนอีกฝั่งเป็นเก้าอี้ติดผนังที่มีพนักพิงเป็นหนังเทียม

วางรูปแบบบันไดรูปตัว Z สร้างมุมมองที่น่าสนใจ

ด้วยเงื่อนไขของพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด นักออกแบบจึงเลือกใช้ประโยชน์จากความสูงของของเพดานที่มีขนาด 9.7 เมตร ออกแบบบันไดเป็นรูปตัว “Z” แทนการออกแบบบันไดแบบธรรมดาๆ ที่อาจใช้พื้นที่มากเกินไป และทำให้เหลือพื้นที่นั่งเพียงเล็กน้อย ซึ่งการออกแบบบันไดเป็นรูปตัว “Z” แบบนี้ ยังทำให้เกิดเป็นมุมมองที่น่าสนใจอีกด้วย

ในวัฒนธรรมจีน ชาถือเป็นสัญลักษณ์ของมิตรไมตรี และการต้อนรับด้วยความยินดี บริเวณด้านบนเหนือบันได นักออกแบบสร้างลูกเล่นด้วยป้ายย้อนยุคสไตล์เรโทร ด้วยคำว่า “Hello Guangzhou” ที่โชว์ให้เห็นโครงสร้างรูปทรงสามเหลี่ยมตามแบบฉบับของป้ายโฆษณาเก่าไว้ต้อนรับลูกค้าที่เดินผ่านไปผ่านมาอีกด้วย

ภาพแปลนบริเวณชั้น 1

ภาพแปลนบริเวณชั้น 2

ตีความองค์ประกอบจาก ‘โรงน้ำชา’ แบบดั้งเดิม

นอกจากบริเวณชั้น 1 ที่เป็นพื้นที่ของเคาน์เตอร์บาร์ให้บริการเครื่องดื่มชา ภายในร้านยังมีบริเวณชั้น 2 ซึ่งเป็นทั้งพื้นที่ของ TEA GEEK LAB สำหรับให้บริการขนมหวาน และยังมี HEYTEA Department Store ที่แบ่งพื้นที่ไว้นำเสนอสินค้า ผ่านการสร้างพื้นที่กึ่งปิดล้อมขนาดเล็ก โดยทีมผู้ออกแบบยังนำองค์ประกอบอันเป็นสัญลักษณ์ของโรงน้ำชาแบบดั้งเดิม ด้วยของตกแต่งอย่างรถเข็นและหม้อนึ่งติ่มซำมาใส่ลงไปในงานออกแบบ เพื่อสร้างเรื่องราวให้กับร้านมากขึ้น

‘ชา’ เป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับชาวจีนมาแต่โบราณ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติและกลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ชายังเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างเหลือเชื่อ จากจุดเริ่มต้นจากการเปิดร้านชาเพียงไม่กี่แห่ง HEYTEA ก็สามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยได้อย่างสำเร็จ และยังเป็นอีกผลงานน่าชื่นชมที่ผสมผสานความต้องการของคนรุ่นใหม่เข้ากับวัฒนธรรมที่ยังคงคุณค่าไว้อย่างลงตัว

Avatar
Posted by:Saovapak Ayasanond

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสารบันเทิงที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะผันตัวมาเป็นนักเล่าเรื่องสายบ้านและสถาปัตยกรรม จนกระทั่งพบว่าการออกแบบเต็มไปด้วยคุณค่าและเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

Leave a Reply