CASE STUDY DTALK

ออกแบบบ้านต้านพายุ

ภัยจากลมพายุที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน จะมีวิธีเตรียมตัวป้องกันและรับมือความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบ้านของเราได้อย่างไร ?

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จากความเสียหายของบ้านเรือนในภาคอีสานเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หลังคาบ้านถูกลมพายุพัดกระจัดกระจาย  โครงสร้างบ้านบางหลังพังทลายจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม  ทำให้หลายคนสงสัยว่าจะมีวิธีการออกแบบบ้านที่สามารถต้านทานภัยพิบัติลมธรรมชาติ เตรียมตัวรับมือเพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตได้หรือไม่ อย่างไร เราเลยไปหาคำแนะนำมาฝากกัน ทั้งนี้ข้อมูลเหล่านี้คือหลักการในการออกแบบเท่านั้น ต้องนำมาประยุกต์กับการออกแบบเพื่อความงาม เพื่อให้ได้บ้านที่แข็งแรงแต่ก็ยังสวยงามด้วย

พายุถล่มโคราช-บ้านทรงไทยราคา-3-ล้าน-พังเป็นซาก

หลีกเลี่ยงการวางผังบ้านเป็นรูปตัว L หรือตัว  U 

เพราะเหลี่ยมมุมของผังบ้านจะให้เกิดมุมดักลม เมื่อกระแสลมไหลผ่านออกไปไม่ได้ ก็จะสะสมแรงปะทะอยู่ที่หัวมุมนั้น จนเกิดความเสียหายแก่อาคารทั้งหลัง ดังนั้นเพื่อลดแรงปะทะที่รุนแรง ควรออกแบบผังบ้านเป็นรูปเหลี่ยมครบมุมขนาดกระทัดรัด ทั้งสี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม หรือรูปทรงหลายเหลี่ยม ส่วนสำคัญคือไม่ควรมีพื้นยื่นเกินออกมาก เพราะจะกลายเป็นจุดอ่อนให้ลมเข้าปะทะสร้างความเสียหาย (รูปทรงที่รับแรงปะทะได้ดีที่สุดคือทรงโดมครึ่งวงกลมและทรงกระบอก)

k4JXe

 

ใช้โครงสร้างที่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี

เช่น โครงสร้างเหล็กและไม้ เพราะเหล็กมีคุณสมบัติรับแรงดึงได้ดีกว่าคอนกรีตทั่วๆไป ทำให้สามารถดูดซับแรงกระทำ รักษารูปทรงให้คงสภาพอยู่ได้ ไม่แตกหักพังทลายในทันที แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ก็นับว่าเป็นหลักประกันที่ความคุ้มค่าต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตัวอย่างที่เห็นได้คือ ที่ประเทศญี่ปุ่นเกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง บ้านที่นั่นมักใช้โครงสร้างเหล็กหรือไม้เช่นกัน

5685576b2591a92b0a23919714681897

101011_shot02_0012

หลังคาปั้นหยา (Hip) ป้องกันแรงปะทะได้ดีกว่าหลังคาแบบจั่ว (Gable)

ควรเพิ่มด้านมุมหลังคาให้ครอบคลุมพื้นที่อาคาร เพื่อรับแรงปะทะจากลมพายุรอบด้าน การออกแบบชุดหลังคาให้มีหลายแผง หลายมุมจั่วจะช่วยต้านแรงปะทะได้ดียิ่งขึ้น   (จากการศึกษาหลังคาเอียงทำมุม 30 องศาป้องกันความรุนแรงได้ดีที่สุด)

shapes_and_layouts

roof-pitch

สร้างช่องระบายลมขนาดเล็กใต้หลังคา ให้ต่ำลงมาประมาณ 1 เมตร

หากต้องการสร้างช่องลมไว้ช่วยลดอุณหภูมิในหน้าร้อน ก็ควรจะเลื่อนตำแหน่งลงมาประมาณ 1 เมตร จากจุดสูงสุดของหน้าจั่ว เพื่อลดความเสียหายจากแรงลมที่จะพัดผ่านเข้าไปทำลายโครงสร้างหลังคาภายใน พัดผืนหลังคาหลุดลอยไปได้

imagegen

1-26-11

เชื่อมโครงสร้างหลังคากับเสาและผนังบ้านให้ยึดติดกันแนบสนิท แข็งแรง

เป็นการป้องกันลมพัดโครงหลังคาปลิวออกจากตัวบ้าน เลือกใช้กระเบื้องมุงแบบแผ่นเล็ก หรือมีระยะยึดเกาะถี่ๆ เพื่อเพิ่มจุดยึดเกาะที่หนาแน่นมากขึ้นบนผืนหลังคา ยอมเสียกระเบื้องแผ่นเล็กจำนวนไม่มากดีกว่าเสียกระเบื้องแผ่นยาวกินพื้นที่ และการลดความเสี่ยงโครงสร้างหลังคาเสียหาย ด้วยการปูกระเบื้องชายคาออกไปไม่เกิน 50 เซนติเมตร ลดพื้นที่รับแรงปะทะ

54cac791d0bf9_-_tornado-02-0611-xln

 

เชิงชายและไม้ปิดลอนช่วยได้

องค์ประกอบง่ายๆของอาคาร ที่นอกจากจะใช้เก็บความเรียบร้อยของหลังคาและป้องกันนก หนู แมลงเข้าใต้ฝ้าแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดปริมาณลมที่จะพัดเข้าใต้หลังคาได้อีกด้วย

trim_fascia_beauty_shot_1

roof-vent0021221070_xlg

แยกโครงสร้างกันสาดจากโครงหลังคา

หากต้องการมีชายคายื่นยาวเพื่อป้องการแดดฝน ควรทำเป็นชายคาแยกออกมาจากหลังคา เช่น ยื่นมาจากคาน ระเบียง เป็นต้น เพื่อลดความเสียหายหากทำหลังคาที่มีชายคายื่นยาวๆ

slideimg4

solidab1

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเจอภัยจากลมพายุ

เมื่อพายุกำลังเริ่มโหมกระหน่ำเข้ามา คนที่อยู่นอกบ้านควรรีบเข้าไปหลบอยู่ในอาคารใกล้เคียงโดยไว หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สายไฟฟ้าที่ขาดเสาไฟฟ้าและต้นไม้ ส่วนคนที่อยู่ในบ้านก็ต้องปิดหน้าต่าง ประตูทุกบานให้แน่นสนิท รวมทั้งเตาไฟและอุปกรณ์ที่ใช้แก๊สทุกชนิด เคลื่อนตัวออกมาให้ห่างจากหน้าต่างของของบนชั้นวางที่อาจจะหล่นลงมาทับสร้างความเสียหายเอาได้

 

แม้บ้านของเราจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงประสบภัยจากลมพายุมาก่อน ก็ควรจะติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศทางวิทยุหรือโทรทัศน์ เรียนรู้วิธีการรับมือเอาไว้เป็นเกราะป้องกันภัยของตัวเอง เพราะไม่แน่ว่าวันนึงข้างหน้า บ้านของเราอาจจะกลายเป็นเหยื่อภัยธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว

Hurricanewindows

เนื้อหาอ้างอิงจาก :  วารสารการวิจัย Journal of Architectural Engineering หัวข้อ “การออกแบบอาคารแนวราบสำหรับเหตุการณ์พายุลม” ของศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาคาร (CSTB) ในประเทศฝรั่งเศส https://goo.gl/CXRi3r

รูปภาพจาก : pinterest

Comments

comments

0 comments on “ออกแบบบ้านต้านพายุ

Leave a Reply

%d bloggers like this: