ARCHITECTURE DESIGN DTALK DVIEW

Modernism Café … ความในใจถึงสถาปนิกยุคโมเดิร์น

Modernism Café คาเฟ่ที่เกิดจากการเล่นสนุกและเคารพ Great Architect ยุคโมเดิร์นไปพร้อมกัน

Location: Sutthisan Road, Bangkok

Owner: Jeravej Hongsakul

Architect: Jeravej Hongsakul & IDIN Architects

Photography: Jinnawat Borihankijanan

Le Corbusier, Frank Llyod Wright, Louis Kahn, Mies van der Rohe และ Walter Gropius … หากเอ่ยถึงสถาปนิกในตำนานเหล่านี้ เชื่อว่าหลายคนต้องคุ้นเคยและรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเป็น Great Architects ในยุคโมเดิร์นที่มีอิทธิพลในการออกแบบ ตั้งแต่สมัยอดีตจวบจนปัจจุบัน และสำหรับบางคน พวกเขาเหล่านี้ยังเป็นแรงบันดาลใจในการเป็นสถาปนิกอีกด้วย

คุณเป้ กับ Quote จาก Louis Kahn ที่เขาชื่นชอบ

คุณเป้ จีรเวช หงสกุล แห่ง IDIN Architects ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ผูกพันและเคารพในสถาปนิกผู้โด่งดังเหล่านี้ เมื่อเขามีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง จึงไม่พลาดที่จะเก็บเล็กผสมน้อยใส่ความโมเดิร์นผสานด้วยความตลกร้ายในแบบสถาปนิก จนเกิดเป็น Modernism Cafe ร้านกาแฟเรียบง่ายซึ่งถูกเติมเต็มด้วยความคิดสร้างสรรค์

 “Modernism Café เกิดจากการจริงจังกับเรื่องเล่นๆ” จีรเวช หงสกุล

เริ่มจาก IDIN Architects  สู่ Modernism Café

ด้วยความตั้งใจแรกเริ่มเมื่อทำการย้ายออฟฟิศ IDIN Architects มาที่ย่านสุทธิสาร คุณเป้ออกแบบออฟฟิศโดยเว้นพื้นที่ด้านหน้าสำหรับเป็นแกลเลอรีรวบรวมงานสะสม และเป็น Multi – brands Stores ขายเสื้อผ้าและของทำมือโดยน้องๆ ในออฟฟิศ ก่อเกิดพื้นที่ Public Space โดยตั้งใจไว้ว่าอยากให้มีการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างตนเอง น้องในออฟฟิศและบุคคลภายนอก

เมื่อออฟฟิศแห่งใหม่ใกล้เสร็จสมบูรณ์ แกลเลอรีได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นร้านกาแฟจากการเล่นคำและมุกตลกของคุณเป้ โดยเริ่มต้นจาก Le Corbusier แผลงเป็น Le Cappuchino จากนั้นจึงคิดชื่อ Frank Llyod Ice,  Mies van der Roll และ Walter โกปิ้ ตามมา เป็นการแผลงคำจากชื่อสถาปนิกยุคโมเดิร์นให้กลายเป็นชื่อเครื่องดื่มในร้าน และในท้ายที่สุดเขาจึงตัดสินใจเปิดร้านกาแฟภายใต้ชื่อ Modernism Café

Falling Cocoa แผลงคำจาก Fallingwater บ้านอันโด่งดังของ Frank Llyod Wright

Frank Llyod Ice (Black Honey Lemon) จาก Frank Llyod Wright

Le Cappuchino พร้อมคุกกี้ Le Corbusier

ไม่เพียงเท่านั้นทั้ง Modernism Café และ IDIN Architects ยังถูกแทรกตัวท่ามกลางธรรมชาติ กลมกลืนกับบริบทรอบข้าง และมีสเปซที่เชื่อมต่อถึงกันด้วยการใช้อิฐสีดำและไม้ยาคิสุกิ พื้นที่ของออฟฟิศจะไหลเข้ามายังส่วนร้านกาแฟ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างบรรยากาศ Public Space และ Private Space ให้แตกต่างกัน เพื่อเป็นการกำหนดขอบเขตของแต่ละพื้นที่

Dtip: ไม้ยาคิสุกิ (Yakisugi) คือไม้ที่ถูกเผาไหม้จนเป็นถ่านสีดำ และเมื่อกระเทาะเปลือกออก ไม้จะกลายเป็นสีดำด้วยวิธีการจากธรรมชาติ พร้อมทั้งมีคุณสมบัติกันไฟมากกว่าไม้โดยทั่วไป

สถาปัตยกรรมจะสวยงามยิ่งขึ้น ยามแสงธรรมชาติตกกระทบกับผนังและสร้างมิติให้กับอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีโทนเข้ม จะเป็นสีที่สามารถแสดงมิติของแสงได้ชัดเจนกว่าโทนอื่นๆ Modernism Café จึงตกแต่งโดยเลือกใช้โทนสีเข้มเช่น สีดำและสีเทาเป็นหลักนั่นเอง

ทำไมต้อง Modernism ?

Le Corbusier, Mies van der Rohe, Frank Lloyd Wright, Louis Kahn และ Oscar Niemeyer คือ Great Architects ในยุคโมเดิร์น ซึ่งเป็นยุคที่คุณเป้ชื่นชอบและผูกพันธ์ เพราะตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยเขาก็ได้เริ่มศึกษาสถาปัตยกรรม แนวคิด และสเปซในยุคนั้นตลอดมา ยุคโมเดิร์นจึงเปรียบเสมือนความผูกพันและความทรงจำของคุณเป้ในวัยเริ่มต้นการเป็นสถาปนิก

ด้วยสไตล์โมเดิร์นที่มีคำจำกัดความถึงความเรียบง่าย เข้าใจง่าย และเป็นกลาง Modernism Café จึงออกแบบในรูปแบบนั้นเช่นกัน ทั้งจากสเปซ ฟังก์ชัน และการแสดงถึงสัจจะวัสดุ เช่นการโชว์โครงสร้างเหล็ก กระจก และไม้เป็นต้น

“สำหรับผม Modernism Café ก็คือการได้ระบายไอเดียนั่นแหละครับ ทั้งการออกแบบร้าน การคิดชื่อเมนู การมีเสื้อ คุกกี้ หรือแม้แต่หนังสือต่างๆ” คุณเป้กล่าวกับเรา

ความย้อนแย้งที่กลมกลืนของ Modernism Café

แม้ว่าแรงบันดาลใจของร้านคือสถาปนิกและการออกแบบสไตล์โมเดิร์น แต่การตกแต่งร้านกลับถูกเติมเต็มด้วยรายละเอียดที่ประกอบด้วยความสนุก ความอบอุ่น และความย้อนแย้งต่างๆ เช่น ปลั๊กไฟที่ถูกฝังกับเหล็ก H – Beam การนำรูปภาพรวมเหล่าผลงานของ Le Corbusier มาตกแต่ง หรือแม้แต่การมีรูปปั้น Le Corbusier ขนาดเล็กมาตั้งอยู่ในพื้นที่ชั้น 1 คอยต้อนรับลูกค้าเมื่อมาเยือน

‘ไม้บรรทัดฟุตเหล็ก’ ซึ่งเป็นเครื่องมือเริ่มต้นของเหล่าสถาปนิก ถูกนำมาดัดแปลงเป็นกล่องใส่ไฟของทางร้าน สร้างความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครและสามารถสื่อถึงตัวตนสถาปนิกได้อย่างชัดเจน

เก้าอี้ที่เกิดจากการล้อเลียนรูปแบบเก้าอี้ของ Le Corbusier LC1

มีการนำเสาเหล็ก H – Beam ที่เหลือจากการก่อสร้างมาใช้ ซ่อนสวิทช์ไฟไว้อย่างแนบเนียน

Corbutrooper ที่เกิดจากการนำฟิกเกอร์ Stormtrooper มาใส่แว่นตาสไตล์ Le Corbusier ช่วยสร้างสีสันและความสนุกให้กับร้านกาแฟได้เป็นอย่างดี

สเปซและการแบ่งสัดส่วนพื้นที่

Modernism Café แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้น 1 เป็นส่วนเคาน์เตอร์ชงกาแฟและที่นั่งแบบบาร์ พร้อมทั้งมีหนังสือและของสะสมของคุณเป้ตั้งโชว์ในอีกฝั่ง โดยผนังกระจกส่วนที่อยู่ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์กาแฟสามารถเปิด – ปิดออกทั้งบานได้ เป็นการเปลี่ยนสเปซจาก Indoor เป็น Outdoor ได้อย่างง่ายๆ สร้างความต่อเนื่องระหว่างพื้นที่ภายใน ภายนอก

ผนังกระจกที่สามารถเปิด – ปิดได้ตามความต้องการ

บรรยากาศร้านชั้น 1

God is in detail จาก Mies van der Rohe ซ่อนตัวอยู่ในส่วนบันไดขึ้นชั้น 2

จากที่นั่งแบบบาร์เมื่อเดินมาจนสุดทางจะพบกับบันไดขึ้นชั้น 2 ที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังผนังเหล็กสีดำ และมีภาพถ่ายรูปปั้นใน Villa Savoye จากฝีมือการถ่ายภาพของคุณเด๋ย ภิรักษ์ อนุรักษ์เยาวชน

เมื่อขึ้นมาสู่ชั้น 2 จะพบกับส่วนที่นั่งซึ่งแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ด้วยการเล่นระดับพื้นที่ โดยผนังฝั่งหนึ่งเป็นอิฐสีเทาเข้ม ส่วนอีกฝั่งเป็นกระจกบานใหญ่วางเต็มพื้นที่ เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติในช่วงกลางวัน และสร้างบรรยากาศโปร่ง โล่ง น่าใช้งาน

ในบริเวณชั้น 2 จะมีการเจาะช่อง Skylight และออกแบบช่องเปิดให้เว้าเข้าสู่อาคารเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าถึงพื้นที่ภายในอาคารมากขึ้น

Quote จากยอดมนุษย์ยุคโมเดิร์น

“Architecture is how to art of waste space ผมรู้สึกว่า Quote นี้ควรอยู่ตรงนี้ เพราะบางครั้งการทิ้งพื้นที่ว่าง ก็ทำให้เกิดคุณค่าบางอย่าง สำหรับผมพื้นที่ว่างส่งผลทางอารมณ์มากกว่าฟังก์ชัน หรือจะเรียกว่าเป็นการตอบกิเลสของดีไซน์เนอร์ก็ได้ครับ” คุณเป้กล่าว

ภายในร้านมีการนำ Quote จากสถาปนิกชื่อดังในยุคโมเดิร์น ติดไว้ตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าหน้าร้าน บันไดขึ้นสู่ชั้น 2 และในห้องน้ำ โดย Quote แต่ละประโยคที่คุณเป้เลือกนำมาตกแต่งร้านนั้น ล้วนเกี่ยวข้องหรือสื่อถึงสเปซที่ Quote นั้นอยู่ใกล้ๆ เช่น Build don’t talk จาก Mies van der Rohe ในห้องน้ำ หรือ A room is not room without natural light ซึ่งอยู่ใกล้กับหน้าต่าง ที่ได้รับแสงธรรมชาติตลอดวัน

“สถาปนิกในสมัยโมเดิร์นเปรียบได้กับยอดมนุษย์สำหรับผม สถาปนิกแต่ละท่าน ต่างก็มีจุดเด่นหรือท่าไม้ตายแต่ละอย่าง ผมเลยรู้สึกสนุกกับการออกแบบร้านนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในความทรงจำของผม การทำร้าน Modernism Cafe ก็เปรียบเสมือนการเล่นสนุกและเคารพครูไปพร้อมกัน” คุณเป้กล่าวถึงการออกแบบ Modernism Café เป็นการปิดท้ายกับเรา…

Modernism Café

Facebook: www.facebook.com/modernismcafe

Map:

0 comments on “Modernism Café … ความในใจถึงสถาปนิกยุคโมเดิร์น

Leave a Reply

%d bloggers like this: