OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

สัมผัสทุกมุมสถาปัตย์ กับสารพัดหมุดหมายภายในงานสถาปนิก’67

  • สัมผัสทุกมุมสถาปัตย์ กับสารพัดหมุดหมายภายในงานสถาปนิก’67

    สัมผัสทุกมุมสถาปัตย์ กับสารพัดหมุดหมายภายในงานสถาปนิก’67

    สัมผัสทุกมุมสถาปัตย์ กับสารพัดหมุดหมายภายในงานสถาปนิก’67 ในที่สุดงานสถาปนิก’67 ที่ชาวนักออกแบบรอคอยกันมาร่วมปีก็กลับมาอีกครั้งจนได้ รอบนี้พวกเราทีมงาน DsignSomething เดินทางมาชมงานก่อนใครตั้งแต่วันแรกเพราะกลัวตกขบวนตามเขาไม่ทัน บรรยากาศภายในงานคึกคักยิ่งกว่าที่เราคาดไว้ และยิ่งได้ลัดเลาะสืบเสาะไปทั่วงานเราก็ยิ่งเข้าใจความหมายของธีม Collective Language : สัมผัส สถาปัตย์ มากขึ้น สำหรับการเรียกน้ำย่อยในวันนี้ เราจะขอพาไปชม 5 บูธไฮไลท์ที่ควรค่าแก่การไปเยือนสักหน่อย เริ่มกันจากแบรนด์ KENZAI ผู้ผลิตและส่งออกกระเบื้องหินเลียนแบบธรรมชาติ หากกล่าวกันถึงบริษัทผลิตและส่งออกกระเบื้องหินเลียนแบบธรรมชาติ เชื่อว่าชื่อของ Kenzai คงเป็นชื่อแรกๆที่เหล่าสถาปนิกและมัณฑนากรนึกถึง ประสบการณ์กว่า 40 ปีได้การันตีทั้งคุณภาพ ความทนทานและดีไซน์เฉพาะตัวของ Kenzai ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าดีเยี่ยมจนทำให้อยู่ยงคงกระพันมาได้จนถึงทุกวันนี้ สำหรับในงาน สถาปนิก’67 ครั้งนี้ Kenzai ได้จัดเตรียมนวัตกรรมกระเบื้องเพื่อตอบทุกโจทย์งานออกแบบอย่างน่าตื่นตาตื่นใจไว้ให้ชาวเราเข้าเยี่ยมชม ดีไซเนอร์ท่านใดมองหากระเบื้องท็อปฟอร์มกันอยู่ หมุดหมายที่ควรแวะไปคือบูธเลขที่ S203/4 ของ Kenzai นี่แหละ! ต่อด้วยแบรนด์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายประตูหน้าต่างครบวงจร BATHIC Bath + Plastic = BATHIC คือที่มาของชื่อเก๋ๆของผู้ผลิตและจัดจำหน่ายประตูแบบครบวงจรที่ชาวเราคุ้นหูคุ้นตากันค่อนวงการ แต่แม้ว่า PVC จะเคยเป็นวัสดุพระเอกของแบรนด์ที่สามารถทดแทนไม้ได้เป็นอย่างดี แต่มาถึงยุคนี้…

  • สะท้อนตัวตนของแบรนด์ ผ่านพื้นที่แสดงไอเดีย Thematic Pavilion

    สะท้อนตัวตนของแบรนด์ ผ่านพื้นที่แสดงไอเดีย Thematic Pavilion

    สะท้อนตัวตนของแบรนด์ ผ่านพื้นที่แสดงไอเดีย Thematic Pavilion เมื่องานออกแบบสามารถสะท้อนตัวตนของแบรนด์ออกมาในรูปแบบของสเปซ ที่พร้อมจะสร้างประสบการณ์การรับรู้ใหม่ ๆ ให้แก้ผู้ใช้งาน พื้นที่ Thematic Pavilion หนึ่งในพื้นที่ไฮไลท์ของงาน สถาปนิก’67 ที่จัดขึ้นในธีม Collective Language : สัมผัส สถาปัตย์ พื้นที่ที่จัดแสดงศักยภาพร่วมกันของเหล่าแบรนด์ซัพพลายเออร์วัสดุก่อสร้าง และสถาปนิกผู้ออกแบบทั้ง 3 ซึ่งประกอบไปด้วย  S-ONE (S-ONE Aluminum Grotto) ที่ได้รับออกแบบโดย HAS design and research Wilsonart (Laminates and Engineered Surface) ที่ได้รับออกแบบโดย pbm SKI (Tools and home improvement online store) ที่ได้รับออกแบบโดย anonym studio   สำหรับงาน สถาปนิก’67 ที่จัดขึ้นในธีม Collective Language…

  • Villa Arpel การถ่ายทอดอารมณ์ขันอันยอดเยี่ยมสู่แมนชั่นสุดโมเดิร์นของ Jacques Tati

    Villa Arpel การถ่ายทอดอารมณ์ขันอันยอดเยี่ยมสู่แมนชั่นสุดโมเดิร์นของ Jacques Tati

    Villa Arpel การถ่ายทอดอารมณ์ขันอันยอดเยี่ยม สู่แมนชั่นสุดโมเดิร์นของ Jacques Tati จากคำกล่าวของ Le Corbusier ในยุค 1927  ที่ว่า “A House is a machine for living in” ที่แสดงให้เห็นถึงการที่บ้านเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่สามารถอยู่อาศัยได้ ที่ภายในมีฟังก์ชั่นที่รองรับการดำรงชีวิตของมนุษย์คล้ายการอาศัยอยู่ในหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ในภาพยนต์แฟนตาซี สิ่งเหล่านี้แม้เป็นคำกล่าวในอดีตแต่สามารถใช้กับแนวคิดการออกแบบที่พักอาศัยได้ทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นอดีตจนถึงปัจจุบัน มนุษย์ยังต้องการความทันสมัย ความสะดวกสบาย และจินตนาการถึงวิถีชีวิตอันโมเดิร์นอยู่เสมอ ผลงานการออกแบบแมนชั่นพักอาศัยสุดล้ำ (ล้ำแบบมีความเรทโทรนิดๆในยุค 1960 ) ที่จะนำมาพูดคุยกันในวันนี้ เป็นบ้านพักที่ไม่ได้สร้างเพื่ออยู่อาศัยจริง แต่เป็นบ้านพักอาศัยที่อยู่ในฉากหลังของภาพยนต์เรื่อง Mon Uncle (หรือ My Uncle) ในปี 1958 โดยผู้กำกับชาวฝรั่งเศษระดับตำนาน Jacques Tati โดยแมนชั่นหลังดังกล่าวมีชื่อว่า Villa Arpel ที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมราวกับหุ่นยนต์ที่หลุดมาจากการ์ตูนในโลกอนาคต ซึ่งภายในเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสุดไฮเทค โดยสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของแมนชั่นดังกล่าวจากภายนอกก็คือ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมทรงลูกบาศก์ที่มีช่องเปิดของอาคารคล้ายกับดวงตาทรงกลมขนาดใหญ่คอยสอดส่องผู้เยี่ยมชมไปมา Jacques Tati คือผู้กำกับภาพยนต์ชาวฝรั่งเศษที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล งานภาพยนต์ของเขาเปรียบเสมือนงานศิลปะ…

  • The Architecture of Branding สะท้อนตัวตนของแบรนด์ ผ่านการออกแบบในงานสถาปัตยกรรม

    The Architecture of Branding สะท้อนตัวตนของแบรนด์ ผ่านการออกแบบในงานสถาปัตยกรรม

    The Architecture of Branding สะท้อนตัวตนของแบรนด์ ผ่านการออกแบบในงานสถาปัตยกรรม เมื่ออัตลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ถูกสะท้อนผ่านรูปแบบของสถาปัตยกรรม เพราะตัวอาคารภายนอกนั้น สามารถสร้างความน่าสนใจและความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นได้ไม่น้อย เจ้าของอาคารและสถาปนิกจึงให้ความสำคัญ เพราะเปลือกของอาคาร หรือ Facade เป็นอย่างแรกที่สะท้อนไปยังตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ผ่านตัวอย่างของ 4 ผลงานการออกแบบที่มีแนวคิด และไอเดียการออกแบบของอาคาร ประเภท Office Buliding และอาคารโรงงานที่มีความโดดเด่น จากเวที BlueScope Design Award 2023 ที่สะท้อนตัวตนผ่านแนวคิดในการออกแบบอาคารที่เป็นมากกว่าโรงงาน สถาปัตยกรรมที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ หรือผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่พนักงานอีกด้วย VITTORIA TYRES FACTORY ออฟฟิศและโรงงานผลิตยางชื่อดัง น่าจะคุ้นเคยในแวดวงของนักปั่นจักรยานทั่วโลก ภายนอกของอาคารเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมราวกับกล่องกระจกขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากผนังทึบแสง ซึ่งเป็นความตั้งใจของสถาปนิกเพื่อให้เกิดจุดตัดระหว่างพื้นที่ขององค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม และสร้างจุดโฟกัสได้ดีมากขึ้นอาศัยความโปร่งใสของกระจกและความสวยงามตัดกับสีของแผ่นเมทัลชีทอย่างลงตัว นอกจากนั้นได้ออกแบบระแนงด้านหน้าด้วยการใช้ลายเส้นตรงที่สะดุดตาทำให้นึกถึงโครงล้อเหล็กของจักรยาน และเพิ่ม Detail ให้ซี่ระแนงตรงนี้ชัดเจนมากขึ้น ด้วยการเลือกใช้เมทัลชีทของ Colorbond จัดวางในแนวทแยงให้ดูมีการเคลื่อนไหว เพื่อสื่อถึงคาแรคเตอร์ของแบรนด์ถึงความชัดเจน แม่นยำ และมีความน่าเชื่อถือ และการพัฒนานวัตกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว PROJECT: VITTORIA TYRES FACTORY ARCHITECT:…

  • Pitisuksa School Montessori Chiangrai โรงเรียนทางเลือกที่ดูแลเด็กๆในวันที่อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นร้าย

    Pitisuksa School Montessori Chiangrai โรงเรียนทางเลือกที่ดูแลเด็กๆในวันที่อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นร้าย

    Pitisuksa School Montessori Chiangrai โรงเรียนทางเลือกที่ดูแลเด็กๆในวันที่อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นร้าย สถานศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสังคม เด็กน้อยคนหนึ่งจะเติบโตมาได้ ไม่ได้มีเพียงครอบครัวเท่านั้นที่ช่วยดูแล ช่วงเวลากว่าหนึ่งในสี่ของวันถูกเทไปที่โรงเรียนซึ่งรายล้อมไปด้วยเพื่อนๆและคุณครู ด้วยเหตุนี้โรงเรียนจึงกลายเป็นอาคารหลังสำคัญที่ต้องคอยดูแลเด็กๆไปควบคู่กับหลักสูตรการเรียนการสอน Pitisuksa School Montessori Chiangrai โรงเรียนทางเลือกเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้จากธรรมชาติเป็นผลงานการออกแบบโดย 1922ARCHITECTS ซึ่งคุณนุ๊ก ทรงธรรม ศรีนัครินทร์ สถาปนิกผู้รับผิดชอบโครงการเองก็ส่งลูกของเขามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับท่านใดที่ยังไม่เคยได้ยินการเรียนการสอนแบบ Montessori เราขอขยายความให้ฟังแบบสั้นๆกันสักหน่อยว่าเป็นการเรียนการสอนที่เน้นเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมให้กับนักเรียนโดยมุ่งเน้นให้เรียนรู้จากธรรมชาติเป็นหลัก และเป็นการเรียนคละกันให้รุ่นน้องได้เรียนรู้จากรุ่นพี่ และให้รุ่นพี่ฝึกเป็นผู้นำจากการดูแลรุ่นน้อง นอกจากอาคารหลังใหม่ของโรงเรียนจะถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กๆโดยการมีธรรมชาติรายล้อมและบรรยากาศภายในชวนผ่อนคลายคล้ายอยู่บ้านแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นที่คงไม่กล่าวถึงไม่ได้คือการจัดการกับความยั่งยืนของสถาปัตยกรรมนั่นเอง “จังหวัดเชียงรายเนี่ย นอกจากที่จะมีอากาศที่เย็นสภาพแล้ว ก็ยังมีฝุ่น PM2.5 ด้วย เพราะฉะนั้นตัวอาคารของเราก็จะต้องปรับตัวกับสภาพอากาศที่นี่ให้ เพื่อให้เด็กมีสุขภาวะที่ดี ซึ่งมันก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนที่ดีด้วย เพราะฉะนั้นเราจะออกแบบอาคารให้มันเป็น Hybrid-system ก็คือสามารถอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนมากได้ แล้วก็ในช่วงอากาศที่ดี เราก็สามารถเปิดหมดได้ แล้วก็ช่วงที่มีฝุ่น PM2.5 เราก็สามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็กได้ด้วยนะครับ” คุณนุ๊กเล่าให้เราฟังท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของสนามหญ้าภายในบริเวณโรงเรียน การจัดวางอาคารให้ทิศทางสัมพันธ์กับแดดและลมเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กๆสามารถเอ็นจอยกับการเรียนรู้ได้ในทุกๆวัน “การที่เราจะยืมพลังงานธรรมชาติมาใช้อย่างถูกต้องเนี่ย เราก็ต้องวาง sizing ให้ถูกด้วย ก็คือด้านทิศใต้หน้าต่างจะเล็กกว่าฝั่งทิศเหนือ เพราะฉะนั้นลมที่เข้าจากหน้าต่างที่เล็กกว่า แล้วก็ทางออกที่ใหญ่กว่าจะทำให้ลมแรงขึ้นโดยที่เราไม่ต้องทำอะไร มันก็เป็นจุดที่ทำไมเราต้องใช้หน้าต่างที่มันเล็ก แล้วอีกอย่างนึงก็คือว่าด้านทิศใต้เนี่ยแดดมันจะอ้อมทางทิศใต้ เพราะฉะนั้นการเปิดช่องเปิดเยอะเกินมันก็ทำให้มันร้อน…

  • Thingamajiggy Coffee Roaster ร้านกาแฟขนาด 3×7 ที่เกิดขึ้นตามรอยภูมิปัญญาแห่งการสร้างยุ้งข้าว

    Thingamajiggy Coffee Roaster ร้านกาแฟขนาด 3×7 ที่เกิดขึ้นตามรอยภูมิปัญญาแห่งการสร้างยุ้งข้าว

    Thingamajiggy Coffee Roaster ร้านกาแฟขนาด 3×7 ที่เกิดขึ้นตามรอยภูมิปัญญาแห่งการสร้างยุ้งข้าว เพียงได้ปราดมองไปเห็นสถาปัตยกรรมจากไม้หลังน้อยๆที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของทุ่งนา ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจก็น่าจะเกิดขึ้นกับใครหลายคนไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นกับเรา Thingamajiggy Coffee Roaster เป็นร้านกาแฟเล็กๆที่ตั้งอยู่ ณ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกสายภาคเหนืออันโด่งดังอย่าง Yangnar Studio นั่นเอง คุณเท่ง เดโชพล รัตนสัจธรรม หนึ่งใน co-founder ของสตูดิโอเริ่มเล่าเรื่องราวของโปรเจ็คต์ให้เราฟังเป็นการเปิดบทสนทนา “เราได้รับโจทย์มาให้ออกแบบร้านกาแฟ โดยที่เจ้าของก็มีความชื่นชอบผลงานยางนาที่ได้ออกสื่อที่ผ่านๆมา ก็เป็นโอกาสดีครับที่ได้ไปออกแบบให้ทางเจ้าของ ทีนี้มันมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ เราก็นำเอาจุดด้อยตรงนั้น พยายามพลิกและกลับมัน ให้มันเกิดเป็นจุดเด่นขึ้นมา” คำว่า ‘ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่’ ของคุณเท่งในที่นี้ถือว่าเป็นข้อจำกัดที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนผ่านตัวเลข 3×7 ซึ่งเป็นความกว้างความยาวของตัวอาคารหลัก ทว่าเมื่อไล่สายตามองไปข้างๆกัน พื้นที่เอ้าท์ดอร์ที่คั่นกลางระหว่างอาคารทั้งสองหลังซึ่งเกิดขึ้นจากโครงสร้างไม้ไผ่ก็ช่วยสร้างความรู้สึกโล่งโปร่งขึ้นมาทดแทนให้แก่ผู้ใช้งานได้ “เรานำเอาภูมิปัญญาของหลองข้าวหรือว่ายุ้งข้าวทางเหนือตอนบนมาปรับประยุกต์ใช้ ให้เกิดฟังก์ชั่นที่มันเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นที่เก็บข้าวก็ปรับมาเป็นอาคารที่รองรับการใช้งานที่มันหลากหลายมากขึ้น” คุณเท่งขยายความให้เราฟังเช่นนั้น การใช้ภาษาสถาปัตยกรรมท้องถิ่นมาเป็นตัวกลางการสื่อสารหลักนั้นได้กลายเป็นข้ออธิบายอย่างดีเยี่ยมว่าเหตุใด Thingamajiggy Coffee Roaster จึงสามารถกลมกลืนกับบริบทโดยรอบได้มากถึงเพียงนี้ ศาลาจากโครงสร้างไม้ไผ่ที่ทางสตูดิโอนิยามว่าเป็นพื้นที่ ‘in-between’ นั้นก็มีความน่าสนใจไม่แพ้ตัวอาคาร และเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ได้รับความเห็นพ้องต้องกันจากสถาปนิกและโอนเนอร์ว่าเหมาะสม ทีมดีไซเนอร์คำนึงถึงคุณสมบัติที่แท้จริงของวัสดุและออกแบบลักษณะโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อนนักโดยยึดไม้ไผ่แต่ละต้นเข้าด้วยกันด้วยเชือกซึ่งเป็นเทคนิคตามภูมิปัญญาท้องถิ่น แม้ไม่สามารถใช้บังแดดบังลมในช่วงเวลาที่สภาพอากาศอยู่ในสถานะสุดโต่งได้ แต่ศาลาไม้ไผ่แห่งนี้ก็สามารถช่วยสร้างร่มเงาให้ผู้ใช้งานที่มานั่งดื่มด่ำกับกาแฟหอมๆในบางช่วงเวลาได้เป็นอย่างดี…

  • CAPA Dance Studio แสดงตัวตนของนักเต้น ด้วยพื้นที่ Performance Indoor Space ที่แสงธรรมชาติส่องถึงทุกพื้นที่

    CAPA Dance Studio แสดงตัวตนของนักเต้น ด้วยพื้นที่ Performance Indoor Space ที่แสงธรรมชาติส่องถึงทุกพื้นที่

    CAPA Dance Studio แสดงตัวตนของนักเต้น ด้วยพื้นที่ Performance Indoor Space ที่แสงธรรมชาติส่องถึงทุกพื้นที่ เมื่อสถาปนิกเปรียบดั่งนักแสดงตัวเอก ผู้สร้างผลงานการออกแบบที่จับปากกาวาดลวดลายลงบนพื้นที่เปล่า สร้างสรรค์ก่อรูปอาคารขึ้นมา เตรียมพร้อมรอให้ผู้ใช้งานเข้ามาเติมเต็มชีวิตชีวาให้แก่อาคาร  “ถ้าฉันให้พื้นที่เธอ เธอจะแสดงตัวตนของเธอไหม ” คุณโน๊ต สถาปนิกผู้ออกแบบจาก Mitr Architects นิยามพื้นที่แห่งนี้  CAPA Dance Studio สตูดิโอสอนเต้นในตำบลสันผีเสื้อ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับการออกแบบโดย Mitr Architects ผู้ตีความโจทย์ของการออกแบบพื้นที่การแสดงแห่งนี้ จากความต้องการของทาง Owner ที่มีความต้องการสร้างรูปแบบสไตล์ของพื้นที่การเรียนการสอนแห่งนี้ให้มีความหลากหลาย แก่สตูดิโอแห่งนี้ เนื่องด้วยความต้องการที่จะให้บรรยากาศพื้นที่การเรียนสามารถเข้าถึงกลุ่มนักเรียนทุกกลุ่มที่มีช่วงอายุแตกต่างกันไปตามช่วงวัย  คุณโน๊ต ทีมสถาปนิกผู้ออกแบบเล่าให้เราฟังถึงแนวคิดในการเริ่มต้นการดีไซน์  “ในการเริ่มต้นจากที่ได้รับโจทย์มาเราได้มองหารูปแบบของการสื่อสาร ที่จะถูกแสดงออกมาผ่านตัวอาคาร ที่เป็นโรงเรียนสอนเต้นผ่านการตีความของประเภทโรงเรียน บวกกับภาพจำของผมที่คิดว่าพื้นที่เต้นจะต้องประกอบไปด้วยสเปซที่กว้าง และช่องเปิดที่แสงสว่างสามารถส่องลงมาได้” ทั้งหมดจึงถูกแสดงออกมาในคาแรคเตอร์ของอาคารที่มีความนุ่มนวลจากสีโทนสว่าง และแสงธรรมชาติที่สามารถเข้ามาได้จากช่องเปิดโดยรอบของพื้นที่   กิจกรรมที่สำคัญที่สุดของอาคารแห่งนี้ คือการเต้น  เมื่อผู้ใช้งานอาคารแห่งนี้มาเพื่อเต้น ทีมสถาปนิกผู้ออกแบบได้เล่าถึงแนวคิดในการออกแบบรูปทรงอาคารที่มีที่ลิงค์มาจาก Metaphor ของการเต้นของหัวใจด้วยรูปลักษณ์ของลักษณะเส้นชีพจรที่เกิดขึ้นระหว่างการเต้น หรือการเคลื่อนไหวร่างกาย และนำมาสู่การถอดความของรูปลักษณ์อาคารที่มีลักษณะเป็นจั่ว หรือลักษณะของการยกระดับหลังคาขึ้นเป็นจังหวะ หรือการดึง Mass ของอาคารขึ้นเป็นจังหวะ…

  • Surat Diamond Bourse ศูนย์กลางค้าเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายใต้แนวคิดอาคารเขียว

    Surat Diamond Bourse ศูนย์กลางค้าเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายใต้แนวคิดอาคารเขียว

    Surat Diamond Bourse ศูนย์กลางค้าเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายใต้แนวคิดอาคารเขียว เรามักมีภาพจำเกี่ยวกับอาคารขนาดใหญ่ว่าเป็นตัวการสำคัญในการทำลายสิ่งแวดล้อมมากกว่าอาคารขนาดย่อม แต่ด้วยเทคโนโลยีและความรู้ที่ก้าวหน้ามากขึ้นในปัจจุบัน การสร้างอาคารขนาดต่างๆโดยยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและบริบทโดยรอบจึงไม่ใช่เรื่องสุดวิสัยอีกต่อไป อีกทั้งโครงการพัฒนาพื้นที่ในเสกลขนาดใหญ่ที่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดีโดยได้รับความร่วมมือจากผู้คนในพื้นที่มียังช่วยพัฒนาธุรกิจในระดับภูมิภาคอย่างมีนัยยะสำคัญด้วย เช่นเดียวกับอาคาร Surat Diamond Bourse ที่เมืองสุรัต รัฐคุชราต ประเทศอินเดีย ที่เพิ่งทำลายสถิติอาคารสำนักงานใหญ่ที่สุดในโลก แซงหน้าอาคารเพนตากอนของสหรัฐอเมริกา โดยนอกจากจะเด่นในด้านขนาดและฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นอาคารเขียวที่น่าศึกษาอย่างมากเลยทีเดียว รูป 1 Surat Diamond Bourse เมืองสุรัต รัฐคุชราต ประเทศอินเดีย ผลงานออกแบบบริษัท Morphogenesis ถ่ายโดย Edmund Summer ภาพจาก https://www.archdaily.com/1010709/surat-diamond-bourse-morphogenesis ศูนย์กลางค้าเพชร ครบ จบ ในที่เดียว เดือนพฤศจิกายน 2023 ที่ผ่านมา สถิติอาคารสำนักงานใหญ่ที่สุดในโลกเดิมของอาคารเพนตากอนในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ถูกทำลายลงด้วยขนาดอันมหึมาของอาคารค้าเพชรแห่งใหม่ของอินเดียในชื่อ สุรัตไดมอนด์โบส (Surat Diamond Bourse หรืออาคาร SDB) ผลงานออกแบบของบริษัท Morphogenesis อาคาร SDB ลักษณะเป็นอาคารเก้าหลังสูง 15 ชั้นเชื่อมกันด้วยอาคารกลางยาวสี่ร้อยเมตร…

  • การออกแบบที่หยิบยก Pain Point อาคารเดิมมาปรับปรุง อาคารหล่อหลอมและไม้แบบกรมช่างทหารเรือ

    การออกแบบที่หยิบยก Pain Point อาคารเดิมมาปรับปรุง อาคารหล่อหลอมและไม้แบบกรมช่างทหารเรือ

    การออกแบบที่หยิบยก Pain Point อาคารเดิมมาปรับปรุง อาคารหล่อหลอมและไม้แบบกรมช่างทหารเรือ (อาคารโรงงานขนาดใหญ่ภายในพื้นที่อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ) ภาพจำใหม่ของอาคารราชการ ในรูปแบบของอาคารประเภทโรงงานที่นำเอาแนวคิดการออกแบบมาลดปัญหาที่เคยเจอจากอาคารโรงงานเก่า ทั้งเรื่องของอากาศ แสง และลม ออกมาเป็นอาคารรูปทรงใหม่ที่ไม่ใช่แค่กล่องสี่เหลี่ยม ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ได้หยิบยกประสบการณ์และปัญหาที่เคยพบเจอ เข้ามาปรับใช้เพื่อแก้ไขและพัฒนาขึ้นใหม่ กลายเป็นอาคารหล่อหลอมที่เป็นมิตรแก่ผู้ใช้งานอาคารด้วยผนัง และหลังคาที่สามารถระบายความร้อน พร้อมเปิดรับแสงสว่างแก่พื้นที่อาคาร FOUNDRY, ROYAL THAI NAVAL DOCKYARD อาคารหล่อหลอมและไม้แบบเพื่อผลิตอุปกรณ์ทางเรือ ที่ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่จาก นาวาโทนักษิต วิเศษโมรา นายช่างแผนกอาคาร และผังหลัก กองออกแบบ กรมช่างโยธาทหารเรือ บนพื้นที่โซนนิ่งของโรงงาน ในอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ (มุมมองจากด้านข้างของโรงงานที่ไม่เหมือนอาคารโรงงานทั่วไป) (ช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่เสริมเรื่องช่องแสงด้านข้าง และสถาปนิกผู้ออกแบบ) จุดเริ่มต้นโครงการอาคารใหม่ ที่พัฒนาจาก Pain point อาคารเดิม สถาปนิกผู้ออกแบบ เล่าให้เราฟังว่า เดิมที โรงงานแห่งนี้เคยตั้งอยู่ที่ กรมอู่ทหารเรือ ฝั่งธนบุรี โดยตั้งอยู่ภายในพื้นที่ชุมชนพักอาศัย และได้สร้างผลกระทบแก่ชุมชนรอบข้าง เนื่องมาจากฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่โรงงานในอดีต เลยมีนโยบายใหม่จากผู้บังคับบัญชาที่ได้เห็นถึงความสำคัญของผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยรอบของพื้นที่ จึงได้ทำการย้ายโรงงานแห่งนี้ไปตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ พื้นที่สำหรับงานอาคารประเภทโรงงาน…

  • Harmony with Nature House: จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สู่พื้นที่สำหรับเสียงดนตรีและศิลปะ

    Harmony with Nature House: จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สู่พื้นที่สำหรับเสียงดนตรีและศิลปะ

    Harmony with Nature House: จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สู่พื้นที่สำหรับเสียงดนตรีและศิลปะ ท่ามกลางการโอบล้อมของภูเขาและท้องทะเล สิ่งปลูกสร้างหลังหนึ่งยืนตระหง่านเป็นส่วนเดียวกับธรรมชาติรอบข้างอย่างถ่อมตัว Harmony with Nature House เป็นบ้านหลังใหญ่ที่ได้รับการรีโนเวทมาจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเก่าๆหลังหนึ่งภายในเขต Hualien ประเทศไต้หวัน โดยฝีมือการออกแบบของสถาปนิกสัญชาติเดียวกันนามว่า Yuan Architects เนื่องจากสภาพภูมิประเทศอันสวยงามของสถานที่ตั้ง แรงบันดาลใจในการรีโนเวทโครงการนี้จึงยืนพื้นอยู่บนการสร้างฟอร์มให้ล้อไปกับความโค้งมนของขุนเขา และมีการเปิดวิวรับทิวทัศน์ท้องทะเลด้วยหน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศสบานใหญ่ที่สูงตั้งแต่พื้นจรดฝ้า ความสัมพันธ์ของสเปซภายในอาคารถูกจัดวางให้เกิด flow ที่นุ่มนวล ไร้ซึ่ง partition หนาทึบที่ตัดขาดแต่ละช่วงตอนออกจากกันโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้เอง เส้นขีดแบ่งระหว่างการอยู่นอกอาคารและในอาคารจึงถูกเบลอได้อย่างพอเหมาะ จากด้านในสามารถมองเห็นด้านนอกจนธรรมชาติและอินทีเรียร์นั้นแทบกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วก็ด้วยรูปทรงโค้งมนรอบๆบริเวณอีกเช่นเดียวกันที่เอื้ออำนวยให้การเล็ดลอดเข้ามาของแสงนั้นงดงามนุ่มนวล มีจังหวะชั้นเชิงแตกต่างกันไปในแต่ละเลเยอร์ นอกจากนี้ลำแสงที่ส่องเข้ามายังสามารถเป็นเส้นนำสายตาให้มองเห็นแกนหลักของบ้านอยู่กลายๆอีกด้วย ในแง่ของบรรยากาศการอยู่อาศัยนั้น บ้านหลังนี้ก็สร้างความผ่อนคลายได้มากเช่นเดียวกัน ด้วย elements ต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นจากไม้หรือคัฟเวอร์ด้วยสีเอิร์ธโทน ความเป็นมิตรจึงเกิดขึ้นกับ users ทันทีที่เข้ามาสัมผัสสเปซภายใน สำหรับเราแล้ว ทันทีที่ได้เห็นภาพโครงการ เราแอบคาดเดาว่าบ้านหลังนี้คงมีลักษณะที่ตรงจริตกับคนไทยอยู่ไม่น้อย ทั้งลักษณะของการจัดการกับแสงและสเปซของ Yuan Architects อาจสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครที่นึกอยากมีบ้านใหม่ได้ไม่มากก็น้อย Project Name: Harmony with Nature HouseArchitect: Yuan…