OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
HRR House ฟื้นคืนชีวิตเรือนกลุ่ม ผ่านสถาปัตยกรรมร่วมสมัยริมน้ำ สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาพสะท้อนของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พัฒนาไปตามบริบทของธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่ ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านฟังก์ชันและสภาพอากาศ แต่ยังเป็นมรดกที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น รูปแบบที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และการออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ซับซ้อน การนำรูปแบบบ้านเรือนไทยแบบดั้งเดิมกลับมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตปัจจุบันกลายเป็นแนวทางที่น่าสนใจของ HRR House หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นจาก Studio Miti โดยมีคุณเติ้ล เผดิมเกียรติ สุขกันต์ เป็นผู้ออกแบบ บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม รวมถึงวิถีชีวิตของเจ้าของบ้านที่ต้องการความเรียบง่าย สงบ และอบอุ่นในรูปแบบที่ยังคงกลิ่นอายของบ้านเรือนไทย การตีความใหม่ของสถาปัตยกรรมไทยเพื่อการพักผ่อนร่วมสมัย คุณเติ้ล สถาปนิกผู้ออกแบบ เล่าให้เราฟังถึงความเป็นมาของบ้านหลังนี้ที่เดิมที เจ้าของบ้านเป็นผู้ที่หลงใหลในบ้านไม้และ ต้องการสร้างที่พักตากอากาศสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ บ้านไทยแบบดั้งเดิมจึงกลายเป็นจุดตั้งต้นของแนวคิด โดยได้รับการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการใช้งานและความสะดวกสบายของยุคปัจจุบัน ทีมผู้ออกแบบจึงเลือกออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของเจ้าของ พร้อมรับมือกับปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและการระบายอากาศ ฟื้นชีวิตเรือนไทยแบบกลุ่ม HRR House ได้รับการออกแบบโดยยึดถือแนวทาง “การฟื้นคืนชีวิตของเรือนกลุ่ม” โดยนำลักษณะของบ้านไทยมาพัฒนาใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย โจทย์สำคัญของบ้านหลังนี้คือการออกแบบบ้านที่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและเปิดรับธรรมชาติ แต่ไม่ย้อนยุคจนเกินไปผ่านการผสมผสานเสน่ห์ของเรือนไทยเข้ากับวัสดุและโครงสร้างที่ทันสมัย โดยบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนที่ดินติดแม่น้ำ มีพื้นที่โดยรอบเป็นทุ่งนาและชุมชนดั้งเดิม ทีมผู้ออกแบบจึงเลือกวางตำแหน่งบ้านให้สอดคล้องกับมุมมองที่ดีที่สุดของแม่น้ำ และออกแบบให้บ้านเปิดรับลมจากธรรมชาติ โครงสร้างทั้งหมดถูกยกสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วมและช่วยระบายความร้อน ทีมผู้ออกแบบเลือกวางตัวบ้านให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมปี 2554 เพื่อป้องกันปัญหาน้ำขัง…
Dew House บ้านพักที่โอบกอดธรรมชาติ และปลุกประสาทสัมผัสแห่งการใช้ชีวิต บ้านที่ตอบโจทย์การพักอาศัยอย่างแท้จริงคือบ้านที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย ฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น หรือบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างรื่นรมย์ สถาปัตยกรรมจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความงามเชิงรูปทรง แต่เป็นการออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมทั้งการพักผ่อนและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างลงตัว จะเป็นอย่างไรหากการออกแบบบ้านไม่ใช่แค่เพียงการสร้างพื้นที่ใช้สอย แต่เป็นการกำหนดประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัยผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแสง เงา วัสดุ หรือการเปิดรับธรรมชาติ Dew House ถูกออกแบบโดยสถาปนิกจาก AAd – Ayutt and Associates design ภายใต้แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ สตูดิโอออกแบบที่ทำให้เราทึ่งกับบ้านทุกหลังของพวกเขา ตัวบ้านเปิดรับแสงธรรมชาติและลมผ่านการออกแบบที่โปร่งโล่ง เชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกอย่างกลมกลืน โครงสร้างและวัสดุได้ถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างฟังก์ชันและบรรยากาศทั้งไม้ หิน และกระจก ถูกนำมาใช้เพื่อให้เกิดการรับรู้ที่ลึกซึ้งทั้งทางสายตา สัมผัส และการใช้งานจริง พื้นที่ถูกออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนตามการใช้งาน เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยอย่างยืดหยุ่นได้ในอนาคต บ้าน อุบลฯ และธรรมชาติ ตรงกันข้ามกับชีวิตในเมืองที่มีการแบ่งแยกพื้นที่ชัดเจน บ้านในชนบทมักมีความกลมกลืนกับชุมชนรอบข้าง Dew House ได้รับการออกแบบให้เปิดรับสายตาจากภายนอกในบางพื้นที่ แต่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวผ่านการใช้ระแนงและแผงบังสายตาที่ถูกออกแบบมาให้ควบคุมระดับความเป็นส่วนตัวได้ตามต้องการ โครงสร้างของบ้านถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ โซนพักอาศัยด้านหน้า และ โซนห้องนอนด้านหลัง ที่ได้รับการปกป้องด้วยห้องนั่งเล่น บ้านถูกออกแบบให้มีโครงสร้างแบบทับซ้อนกันเพื่อลดผลกระทบทางสายตาและช่วยลดความแข็งกระด้างของรูปทรงสถาปัตยกรรม…
สถาปัตยกรรม อาวุธลับของการสร้าง Soft Power ในยุคที่วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เป็นหัวใจสำคัญของอิทธิพลระดับโลก ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้าน Soft Power ผ่านเวทีสำคัญอย่าง “The New Rules of Soft Power” จัดขึ้นโดย THACCA (Thailand Creative Culture Agency) และ Melco Resorts & Entertainment งานเสวนาที่รวบรวมผู้นำทางความคิดระดับโลกจากสาขาต่าง ๆ ทั้งสถาปัตยกรรม การออกแบบ อาหาร ศิลปะการแสดง และภาพยนตร์ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้พลังของความคิดสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรม และสร้างอิทธิพลที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม “The New Rules of Soft Power” ได้รับเกียรติจากวิทยากรระดับนานาชาติ อาทิ Viviana Muscettola จาก Zaha Hadid Architects ที่กล่าวถึงบทบาทของสถาปัตยกรรมในการสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม, Mike White ผู้สร้าง The White…
Curvy Dining คาเฟ่ดอกเดซี่สีขาวที่เติบโตและงดงาม ตามแบบฉบับของธรรมชาติ “หากมีเงินสองบาท จงใช้หนึ่งบาทซื้อข้าว และอีกหนึ่งบาทซื้อดอกไม้”คำพูดสุดคลาสสิคที่สะท้อนถึงความสมดุลระหว่างความเป็นจริงและความสวยงามในชีวิต ซึ่งในงานสถาปัตยกรรมก็เช่นกัน ไม่เพียงแต่สร้างพื้นที่ใช้สอย แต่ยังควรสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ ซึ่งสถาปัตยกรรมที่สะท้อนแนวคิดนี้อย่าง Curvy Dining คาเฟ่สีขาวรูปทรงดอกเดซี่ ผลงานออกแบบจาก Unknown Surface Studio ที่ขอชวนทุกคนมาสัมผัสความงดงามของเดซี่ดอกนี้ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เริ่มปลูกจนเติบโตบานสะพรั่ง Curvy Dining ตั้งอยู่บนสนามหญ้าสีเขียวขนาด 1.5 ไร่ ในซอยกรุงเทพกรีฑาร่มเกล้า ด้วยลักษณะที่ดินเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสและเดิมทีเป็นพื้นที่รกร้าง เต็มไปด้วยวัชพืชและหมู่มวลดอกไม้ สถาปนิกได้เปลี่ยนพื้นที่รกร้างนี้ให้กลายเป็นคาเฟ่สีขาวรูปทรงดอกเดซี่ที่มีชีวิตชีวา โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการเติบโตของดอกไม้ในพื้นที่ แรงบันดาลใจจากดอกเดซี่ สู่สถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายและมีชีวิตชีวา ดอกเดซี่เป็นดอกไม้ที่มีความสวยงามและเรียบง่าย สื่อถึงความบริสุทธิ์ สดใส และความสมดุลในธรรมชาติ มีลักษณะทางกายภาพเป็นกลีบดอกสีขาวเรียงซ้อนทับกัน ซึ่งฟอร์มของอาคารถูกนำมาถ่ายทอดลงในโครงสร้างและพื้นที่อาคารของ Curvy Dining ผ่านการลดทอนเส้นสายที่ซับซ้อนของกลีบดอกเดซี่ให้ดูเรียบง่ายขึ้น แต่ยังคงสื่อความหมายชัดเจน ทำให้พื้นที่นี้ดูมีชีวิตชีวาและเติมเต็มด้วยความเป็นธรรมชาติ พื้นที่ Semi-Outdoor: ทางเดินโค้งที่เชื่อมโยงแสง ลม และประสบการณ์ ก่อนที่เข้าจะก้าวเข้าสู่ภายในตัวร้าน เราจะพบกับพื้นที่ Semi-outdoor เป็นทางเดินโค้งรอบอาคาร โดยมีซุ้มโค้งอยู่ห่างกันเป็นระยะๆ แต่ละซุ้มมีขนาดและฟังก์ชันแตกต่างกันไปอย่าง พื้นที่สำหรับนั่ง…
TOA Color Trends 2025 “Seamless Synchrony” สร้างสีสู่โลกแห่งความสร้างสรรค์ ผ่านแนวคิดสถาปัตยกรรมที่ไร้กรอบเกณฑ์และไร้รอยต่อ เพียงแค่คุณก้าวออกจากบ้าน โลกก็หมุนเร็วขึ้นทันที งานศิลปะ รถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัย ความเท่าเทียม แม้กระทั่งผู้คนที่พัฒนาไม่มีวันหยุดนิ่ง ในยุคที่เทรนด์โลกหมุนไปพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ไร้กรอบเดิม ๆ เชื่อมต่อผู้คนเข้าสู่โลกสถาปัตยกรรม ผ่านสีสันที่เปลี่ยนไป TOA แบรนด์ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์สีทาบ้าน และผู้เชี่ยวชาญเรื่องสีสันครบวงจรของประเทศไทย จึงได้เปิดตัวเทรนด์สีต้อนรับปี 2025 ภายใต้แนวคิด “Seamless Synchrony” สีสันไร้ขีดจำกัดที่ถูกเชื่อมต่อกับผู้คน ที่อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก 5 กลุ่มสถาปนิกนักออกแบบชั้นนำของไทย อย่าง DesireSynthesis M Space P.O.AR Studio Act of Kindness Whitespace มาร่วมกันถ่ายทอดสีสันใหม่แห่งยุค สู่ 2 กลุ่มเทรนด์สีอย่าง “ALWAYS” เฉดสีที่สื่อถึงความเรียบง่าย และ “ONCE…
Wedding Venue แห่งนิรันดร์ ที่ถักทอความรักผ่านงานสถาปัตยกรรม โดย I LIKE DESIGN STUDIO การเลือก Wedding Venue ไม่ใช่เพียงแค่หาสถานที่สำหรับจัดพิธีแต่งงาน แต่คือการเลือกฉากแห่งความทรงจำที่จะตราตรึงไปตลอดชีวิต สถานที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างอาคารหรือพื้นที่จัดงานเท่านั้น แต่ยังเป็น สัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตคู่ ที่เต็มไปด้วยความหมายด้วย สถานที่จัดงานแต่งที่ดี ต้องมีความลงตัวทั้งในแง่ของ บรรยากาศ พื้นที่ และการออกแบบ ไม่ว่าจะให้ความรู้สึกหรูหรา อบอุ่น หรือโรแมนติก แต่ละองค์ประกอบล้วนส่งผลต่ออารมณ์และประสบการณ์ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว รวมถึงแขกที่มาร่วมงานทั้งนั้น ทั้งหมดจึงเป็นเสมือนการสร้างนิยามใหม่ให้กับสถานที่จัดงานแต่งงาน ด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความหรูหรา ความอบอุ่น และความเป็นธรรมชาติไว้อย่างลงตัว วันนี้ DsignSomething จะพาไปชมงานออกแบบจาก I LIKE DESIGN STUDIO เพื่อเจาะลึกแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบ Wedding Venue อย่าง NIRHAN และทำความเข้าใจว่าทุกองค์ประกอบของที่นี่ล้วนถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ความรักของทุกคู่เป็นนิรันดร์ Reflection of Timeless Elegance NIRHAN ถ่ายทอดความงดงามผ่านสถาปัตยกรรมที่เรียบหรูและไร้กาลเวลา โครงสร้างโดดเด่นด้วย เส้นโค้ง (arches) ที่เรียงตัวกันเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ…
WDC เมื่อกระเบื้องเป็นเครื่องหมายสะท้อนตัวตน เมื่อคำว่า “บ้าน” ไม่ได้หมายถึงเพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นพื้นที่สะท้อนตัวตนและคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในทุกมิติ วัสดุที่เลือกใช้จึงเปรียบเสมือนหัวใจที่เติมเต็มและเชื่อมต่อทุกองค์ประกอบให้มีชีวิตชีวา โชว์รูม WDC ในสุราษฎร์ธานี จึงเป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวระหว่างดีไซน์ วัสดุ และวิถีชีวิต “Others see floor, We see more” แนวคิดของ WDC ซึ่งมองกระเบื้องเป็นศิลปะที่สร้างอัตลักษณ์ให้กับแต่ละบ้าน ไม่ว่าคุณจะเลือกกระเบื้องเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่น หรือสะท้อนสไตล์โมเดิร์น การเลือกใช้กระเบื้องจาก WDC จึงเป็นมากกว่าการเลือกวัสดุ แต่เป็นการสร้างสรรค์พื้นที่ที่สะท้อนวิถีชีวิต โชว์รูมแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เลือกซื้อวัสดุตกแต่ง แต่เป็นแหล่งแรงบันดาลใจให้นักออกแบบและเจ้าของบ้านควบคู่กับนวัตกรรมและดีไซน์สมัยใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและตอบโจทย์ทุกมิติของการอยู่อาศัย สิ่งแรกเมื่อก้าวเข้าสู่โถงทางเข้าของ WDC สาขาสุราษฎร์ธานี คือผนังสูงตระหง่านสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัด “เขื่อนรัชชประภา” ที่มีรูปทรงและมิติของผนัง ลวดลายและพื้นผิวสะท้อนความงามของธรรมชาติ กระเบื้องลายหิน วัสดุที่ถูกใช้ออกแบบพื้นที่โถงทางเข้าเพื่อสร้างความกลมกลืนกับบริบทท้องถิ่น เฉดสีเอิร์ธโทนอุ่นตา ขณะที่แสงและเงาที่ตกกระทบบนผนังเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ยิ่งเพิ่มมิติให้พื้นที่ดูมีชีวิต WDC สุราษฎร์ธานี จึงไม่ได้เป็นแค่โชว์รูม แต่เป็นสัญลักษณ์ของความงดงามและความยั่งยืน ที่หยั่งรากลึกในอัตลักษณ์ท้องถิ่น หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของโชว์รูมคือโซน “W-RERN” (ที่แปลว่า “เรือน” หรือ “บ้าน” ในภาษาใต้)…
ร้านหนังสือริมขอบฟ้า สถาปัตยกรรมที่เปรียบดั่งหนังสือเล่มเก่า ที่ถูกตีพิมพ์ใหม่ ผ่านการรีโนเวท ทุกอาคารเก่าล้วนเป็นหนังสือที่บันทึกเรื่องราวของกาลเวลาทั้งโครงสร้าง ผิวสัมผัส และร่องรอยที่หลงเหลือเปรียบเสมือนตัวอักษรที่บรรยายถึงยุคสมัย สภาพแวดล้อม และผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ภายใน ในงานออกแบบที่ดี การรีโนเวทไม่ใช่เพียงแค่การปรับโฉมใหม่ให้ดูร่วมสมัย แต่คือการรักษาแก่นแท้ของอาคาร ปรับปรุงให้ตอบโจทย์การใช้งานโดยไม่ลบเลือนเสน่ห์ของอดีต มันคือการทำให้ “หนังสือเล่มเก่า” ยังคงมีคุณค่าและถูกอ่านได้อย่างร่วมสมัย โดยยังคงหัวใจของเรื่องราวเดิมไว้ เมื่อหนังสือเล่มเก่าเปิดเล่มใหม่ผ่านงานรีโนเวท ประโยคที่กล่าวว่า “หนังสือที่ดีไม่มีวันเก่า” อาจเปรียบได้กับอาคาร ที่บรรจุเรื่องราวของเวลาเอาไว้ อย่างร้าน “ริมขอบฟ้า” อดีตร้านหนังสือขวัญใจนักอ่านที่เปิดบทใหม่ของตัวเองอีกครั้ง หลังจากย้ายจากถนนราชดำเนินมาสู่ย่านบางพลัด ตั้งอยู่ในอาคารเก่าสามชั้นที่ได้รับการรีโนเวทใหม่ให้สอดรับกับยุคสมัย ได้รับการออกแบบโดยคุณป้อง-บดินทร์ เมืองลือ และคุณว่าน-พิชชาภา โล่ห์ทอง จาก BodinChapa Architects ผู้ที่ตีความพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของทั้งนักอ่านและผู้หลงใหลในกลิ่นกาแฟ ในจุดเริ่มต้นของงานออกแบบ คุณว่าน-พิชชาภา โล่ห์ทอง หนึ่งในทีมผู้ออกแบบ เล่าให้เราฟังถึงอาคารหลังนี้ที่เดิมทีเคยเป็นสำนักงานที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งแต่เต็มไปด้วยข้อจำกัด ทั้งพื้นที่ที่ปิดทึบและระดับฝ้าเพดานที่ค่อนข้างต่ำ การรีโนเวทครั้งนี้จึงเริ่มต้นด้วยการเปิดพื้นที่ ให้แสงธรรมชาติเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างบรรยากาศ ลดความอึดอัดของพื้นที่ภายในโดยการเจาะพื้นบางส่วนของชั้นสอง เปิดโถงสูงแบบ Double Space เพื่อให้ชั้นล่างและชั้นบนมีความต่อเนื่องกัน เสริมความโปร่งโล่ง และดึงสายตาขึ้นไปยังชั้นหนังสือที่ไล่ระดับขึ้นไปตามแนวโครงสร้างเดิมของอาคาร ร้านกาแฟ ส่วนผสมที่ลงตัวของพื้นที่นักอ่าน พื้นที่ชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างสมดุล ด้านหนึ่งเป็นร้านหนังสือที่มีการจัดวางชั้นวางอย่างเป็นธรรมชาติ อีกด้านคือคาเฟ่ที่เชื้อเชิญให้คนเข้ามาพักผ่อน…
สำรวจสายลม ป่าเล็ก และอารมณ์ บน Pavilions กลางเมือง เมื่อพูดถึง Bangkok Design Week เราไม่ได้พูดถึงแค่เทศกาลของนักออกแบบ แต่หมายถึงช่วงเวลาที่ทั้งเมืองแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทดลองทางความคิด ที่ซึ่งศิลปะ สถาปัตยกรรม เทคโนโลยี และวัฒนธรรมถูกนำมาผสมผสานกันเพื่อสร้างบทสนทนาใหม่ ๆ ปีนี้ในงาน Bangkok Design Week 2025 Dsign Something ขอพามาสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างเมือง ธรรมชาติ และอารมณ์ของผู้คน ผ่านงานออกแบบที่หลากหลาย ทั้ง Pavilions , Installation Art นิทรรศการ , เวิร์กช็อป ไปจนถึงกิจกรรมเสวนา ที่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพฯ Bangkok Design Week 2025 เวทีสำคัญที่พาวิธีคิดสร้างสรรค์มาขับเคลื่อนเมือง ผ่านพาวิลเลียนที่ออกแบบให้เป็นมากกว่าสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว แต่เป็นบทสนทนาระหว่างวัสดุ ธรรมชาติ และความรู้สึกของผู้คน ปีนี้ เราจะได้สำรวจพื้นที่ที่ขับเคลื่อนด้วยสายลม เปลี่ยนเมืองให้เป็นหย่อมป่าขนาดย่อม และสร้างสรรค์บรรยากาศที่กระตุ้นอารมณ์ในแบบที่เราคาดไม่ถึง 500 Cubis Meters of…
Kaew Boutique อาคารที่ถูกออกแบบให้เหมือน ‘ไข่แดง’ เพื่อให้กลมกลืนไปกับบริบทภูเขากาญจนบุรี เมื่อนึกถึงร้านขายของฝาก ภาพที่หลายคนอาจคุ้นเคยคือร้านที่โดดเด่น เต็มไปด้วยสีสันที่ดึงดูดสายตา ให้ต้องหยุดและจอดรถซื้อของฝากก่อนออกจากจังหวัดนั้นๆ แต่ “Kaew Boutique” กลับนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างออกไป ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างร้านของฝากที่เป็นมากกว่าร้านขายของ นี่คือพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นจุดพักผ่อนสำหรับครอบครัว พร้อมทั้งเป็น Pet Friendly รองรับการมาเยือนของสัตว์เลี้ยงที่เป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัว โดยการออกแบบยังคงความเรียบง่ายและกลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้าง ไม่หวือหวาแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ทั้งหมดจึงเป็นเสมือนการรื้อภาพจำของร้านขายของฝากแบบดั้งเดิม พร้อมสร้างมิติใหม่ที่ผสมผสานความทันสมัย ความอบอุ่น และความเป็นธรรมชาติไว้อย่างลงตัว วันนี้ DsignSomething จึงมาคุยกับสถาปนิกจาก Mobius Studio – design creator ซึ่งก็คือคุณ บี – กิตติภณ สุดฉาย ที่จะมาเล่าถึงแนวคิดการออกแบบให้เราได้เข้าใจกันมากขึ้นนั่นเอง Begin Again การรีดีไซน์ให้แบรนด์มีเอกลักษณ์มากกว่าเดิม โครงการนี้เริ่มต้นจากร้านของฝากดั้งเดิมในจังหวัดกาญจนบุรีที่เปิดมานานกว่า 30 ปี ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนสายหลักที่นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ต้องผ่านในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น น้ำตกเอราวัณ สะพานข้ามแม่น้ำแคว และเขื่อนศรีนครินทร์ เจ้าของร้านได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยวที่มีลักษณะหลากหลายตามเจเนอเรชั่นที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มักจะมองหาประสบการณ์ที่แตกต่าง ไม่เพียงแค่การซื้อของฝากเท่านั้น แต่ยังมองหาสถานที่ที่มีการออกแบบที่สวยงามและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากการเปลี่ยนแปลงนี้…