OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

เฌอกะฌอ: แรงบันดาลใจจากโรงนา สู่คาเฟ่และฟาร์มสเตย์แสนเป็นมิตร

  • เฌอกะฌอ: แรงบันดาลใจจากโรงนา สู่คาเฟ่และฟาร์มสเตย์แสนเป็นมิตร

    เฌอกะฌอ: แรงบันดาลใจจากโรงนา สู่คาเฟ่และฟาร์มสเตย์แสนเป็นมิตร

    เฌอกะฌอ: แรงบันดาลใจจากโรงนา สู่คาเฟ่และฟาร์มสเตย์แสนเป็นมิตร เมื่อสวนมะขามเก่าขนาด 10 ไร่ ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ทั้งทางด้านหน้าและทางด้านหลังถูกนำมาแต่งเติมจินตนาการ โปรเจ็คต์ฟาร์มสเตย์เล็กๆที่เจ้าของมุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวซึ่งแวะเวียนมาหาได้ทดลองทำนา ปลูกผัก หรือพักผ่อนจึงถูกพัฒนาขึ้น ความอุดมสมบูรณ์ของท้องที่ถือเป็นที่มาที่ไปที่ทำให้ทาง owner หรือหากจะให้เรียกกันอย่างน่ารักๆในที่นี้ก็คือคุณพ่อคุณแม่ของน้องฌอและน้องเฌอ มีความต้องการที่จะสร้างอาณาจักรเล็กๆของครอบครัว และต้อนรับผู้แสวงหาความสงบให้เข้ามาทดลองอาศัยและใช้ชีวิตแบบพวกเขา หากมองกันจากภายนอกตัวอาคารแล้ว เชื่อว่าสำหรับใครที่คุ้นเคยกับชีวิตกลางท้องไร่ท้องนาก็คงเดาได้ไม่ยากว่าแรงบันดาลใจที่จุดประกายให้ Homesook Studio สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นมาก็คือ “โรงนา” นั่นเอง แต่หากท่านใดที่ไม่มักคุ้นกับโรงนานัก เราขอให้ข้อมูลสักนิดว่าแท้จริงมันก็คือโรงเรือนที่เหล่าชาวไร่ใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวระหว่างฤดูเพาะปลูกหรือฤดูเก็บเกี่ยว โดยพื้นที่ทางด้านล่างนั้นมีไว้สำหรับเก็บผลผลิต ในขณะที่พื้นที่ทางด้านบนก็ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการอยู่อาศัยระยะสั้น ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดนี้ก็ได้ถูกสถาปนิกผู้ออกแบบถอดความมาเป็น Sher Ga Shaw Farmstay หลังที่เราเห็นกันอยู่ได้อย่างสวยงามทีเดียว ลองเข้าไปดูสเปซทางด้านในกันบ้าง พื้นที่บริเวณชั้น 1 นั้นถูกจับจองไว้ด้วย Café & Restaurant รวมถึงส่วนต้อนรับลูกค้าและนักเดินทาง ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายคือสิ่งที่ใครๆน่าจะสัมผัสได้เมื่อเข้ามาถึงภายใน และหากมองกันจากภาพมุมสูงก็จะพบว่าตัวอาคารนั้นตั้งอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างนาข้าว สวนผัก สวนป่า รวมถึงภูเขาตระหง่านรอบๆ ซึ่งทิวทัศน์เขียวขจีที่สามารถมองเห็นได้เกือบ 360 องศาจากตำแหน่งตรงนี้คงทำให้เหล่า users รู้สึกว่าตัวเองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติภายนอกไม่มากก็น้อย แน่นอนว่าหลังเคาน์เตอร์บาร์เป็นต้นไปนั้นล้วนเป็นส่วนเซอร์วิส นอกจากห้องน้ำและห้องครัวแล้ว โปรแกรมที่ดูจะน่าตื่นตาตื่นใจกว่าแบ็ครูมทั่วๆไปอยู่สักหน่อยก็คือห้องทำขนมหรือที่ผู้ออกแบบเรียกว่าห้อง workshop นั่นเอง…

  • Rehabilitation Home for Children (whose Parents are in Institutions): Neuroarchitecture ที่ช่วยดูแลเด็กๆแทนพ่อแม่ในเรือนจำ

    Rehabilitation Home for Children (whose Parents are in Institutions): Neuroarchitecture ที่ช่วยดูแลเด็กๆแทนพ่อแม่ในเรือนจำ

    Rehabilitation Home for Children (whose Parents are in Institutions): Neuroarchitecture ที่ช่วยดูแลเด็กๆแทนพ่อแม่ในเรือนจำ แม้การดูแลลูกเล็กเด็กแดงจะเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นหลัก แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเราในสังคมเองก็มีส่วนสร้างผลกระทบทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย หากไม่ใช่ทางตรง อย่างน้อยก็มีส่วนในทางอ้อม เยาวชนกลุ่มเปราะบางในบ้านเรานั้นมีมากมายกระจัดกระจายที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่เชื่อว่าคงมีอยู่กลุ่มหนึ่งที่ผู้คนส่วนมากอาจมองข้ามไป ซึ่งก็คือกลุ่มเด็กๆที่ไม่สามารถได้รับการดูแลจากครอบครัวได้ เนื่องจากพ่อแม่ของพวกเขาอยู่ในเรือนจำนั่นเอง อัจฉรียา ธาราประเสริฐ หรือน้องเฟิส บัณฑิตจบใหม่จากคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรมีความสนใจในการออกแบบสถาปัตกรรมที่มีส่วนช่วยในการเยียวยาและฟื้นฟูเด็กกลุ่มที่เรากล่าวถึงเมื่อข้างต้น เมื่อมีโอกาสได้ลงมือทำโปรเจ็คต์วิทยานิพนธ์ก่อนจบของตัวเอง เธอจึงเลือกประเด็น Rehabilitation Home for Children (whose Parents are in Institutions) สถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็กที่ผู้ปกครองอยู่ในเรือนจำ มาเป็นหัวข้อในการออกแบบ หลังจากการศึกษาพฤติกรรมของ users ของเธอแล้ว เฟิสก็สามารถจำแนกกลุ่มผู้ใช้งานออกมาได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ ประเภทแรกคือกลุ่มเด็กที่พร้อมปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้อย่างไม่ฝืนใจนัก และอีกกลุ่มคือกลุ่มเด็กผู้ถูกกระทำที่ผ่านความรุนแรงมาก่อน ซึ่งอาจต้องได้รับการบำบัดที่โรงพยาบาลแล้วจึงจะสามารถย้ายเข้ามายังศูนย์แห่งนี้ได้ แน่นอนว่าเด็กกลุ่มหลังนี้คงยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมใหม่มากนัก ด้วยเหตุนี้เฟิสจึงตั้งธงให้แนวทางการบำบัด CBT หรือการปรับ core believe ของเด็กเป็นแนวทางหลักในการพัฒนาโปรเจ็คต์ การศึกษา users ทั้งหมดทั้งมวลนำทางเฟิสไปสู่การประยุกต์องค์ความรู้บางส่วนจากหลักการการออกแบบ Neuroarchitecture หรือสถาปัตกรรมสมองมาใช้ในวิทยานิพนธ์ของเธอ โดยหลักใหญ่ใจความแล้วเฟิสให้ความสำคัญกับเรื่องของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ความสุนทรีย์ของเสียง…

  • DTGO CampUs จากโฮมออฟฟิศสู่อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ของคนทำงานขนาด 20,000 ตารางเมตร

    DTGO CampUs จากโฮมออฟฟิศสู่อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ของคนทำงานขนาด 20,000 ตารางเมตร

    DTGO CampUs จากโฮมออฟฟิศสู่อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ของคนทำงานขนาด 20,000 ตารางเมตร วิสัยทัศน์ วัฒนธรรม และความเป็นมา คือสามองค์ประกอบสำคัญที่ก่อร่างตัวตนในเชิงนามธรรมให้องค์กรจนเป็นผลให้ภาพลักษณ์ตีตราเหนียวแน่นอยู่ในความรับรู้ของสาธารณชน การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาด้วยคำพูดผ่านสื่อโฆษณาไม่ได้เป็นเครื่องมือเพียงชิ้นเดียวที่พึ่งพาได้ การแปลความคีย์เวิร์ดทั้งสามให้กลายเป็นภาษาสถาปัตยกรรมที่แทรกซึมอยู่ในอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทก็สามารถทำหน้าที่ไม่ต่างจากสปีกเกอร์ที่เสียงดังฟังชัดให้กับตัวองค์กรได้อย่างดีเช่นเดียวกัน DTGO CampUs (ดีทีจีโอ แคมป์อัส) อาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทซึ่งโอบอุ้มกลุ่มธุรกิจอันหลากหลาย (ได้แก่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซูเปอร์แล็บ ศูนย์ค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่มธุรกิจการเงินและการลงทุน กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจนำเข้าส่งออกและจัดจำหน่าย กลุ่มธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค กลุ่มธุรกิจด้านการตลาดกับแผนงานสื่อสารโฆษณา) คือหนึ่งในตัวอย่างของอาคารเฮดควอเตอร์ที่สะท้อนตัวตนขององค์กรได้อย่างชัดเจน หากลองสอบถาม DTGO FAMZ (หรือ ดีทีจีโอ แฟม เป็นคำเรียกสมาชิกองค์กรกลุ่มบริษัทดีทีจีโอ) ที่เติบโตมากับองค์กรตั้งแต่ก่อนการย้ายบ้านครั้งใหญ่ พวกเขาคงคุ้นเคยกับโฮมออฟฟิศบนที่ดินผืนเล็กๆ ซึ่งถูกเรียกอย่างติดปากว่า “บ้านนก” กันเป็นอย่างดี แม้วันนี้บ้านนกจะไม่สามารถรองรับจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากหลักร้อยกลายเป็นหลักพันได้อีกต่อไป แต่บรรยากาศอบอุ่น ร่มรื่น ชวนผ่อนคลายที่เหล่า DTGO FAMZ คุ้นเคยกันมานาน ก็ถูกทีมออกแบบยกมาวางอยู่ใน DTGO CampUs ไว้จนครบถ้วนสมบูรณ์ ภายในโครงการ DTGO CampUs…

  • FA House บ้านสีขาวดำ ที่กระชับความสัมพันธ์ด้วย 3 double spaces

    FA House บ้านสีขาวดำ ที่กระชับความสัมพันธ์ด้วย 3 double spaces

    FA House บ้านสีขาวดำ ที่กระชับความสัมพันธ์ด้วย 3 double spaces สำหรับคนหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตครอบครัว บ้านแสนอบอุ่นถือเป็นปัจจัยลำดับแรกๆที่มักถูกแสวงหา และแน่นอนว่าเมื่อถึงวันที่มีอิสระในการเลือกสรรอย่างเต็มที่ รสนิยมและความชมชอบจึงปรากฏอยู่ในทุกอณูของตัวบ้านจนเกิดเป็นคาแรกเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ FA House ผลงานการออกแบบโดย Wardwai Architect and Design เป็นบ้านเดี่ยวที่รีโนเวทจากบ้านมือสองซึ่งทาง owner ซื้อต่อมาจากญาติ แม้รูปลักษณ์ดั้งเดิมจะห่างไกลกับภาพในอุดมคติ แต่ด้วยโลเคชั่นซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับบ้านของแม่ จึงทำให้บ้านหลังนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับก้าวแรกของครอบครัว โจทย์ที่ทางสถาปนิกได้รับจาก owner นั้นคือการปรับให้บ้านมี 2 ห้องนอน 1 ห้องทำงานเล็ก 1 ห้องทำงานใหญ่ รวมถึงที่จอดรถกว้างๆสำหรับรถอีก 3 คัน เนื่องจากคุณผู้ชายประจำบ้านนั้นเป็นวิศวกรที่รักในการดูแลรถยนต์ด้วยตัวเอง ปัญหาก่อนรีโนเวทของบ้านหลังนี้มีอยู่หลายประการด้วยกัน ตั้งแต่ความร้อนอบอ้าวไปจนถึงรูปลักษณ์ที่ดูหนาทึบ ทางผู้ออกแบบจึงลงมือจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างเป็นระบบโดยเริ่มจากการรวมเอาโปรแกรมที่ไม่แอคทีฟมากอย่างห้องเก็บของ ห้องน้ำ และห้องครัวมาจัดวางไว้ทางฝั่งตะวันตก เพื่อที่จะทำให้พื้นที่ตรงกลางนั้นเปิดโล่ง พร้อมรับลมพัดผ่านตลอดวัน “ด้วยความที่บ้านหลังนี้มันยาวมาก โซน living area มันยาว การที่จะทำให้ลมมันผ่านจากด้านหลังไปหน้าบ้านได้มันเป็นไปได้ยากมากเลย เราก็เลยมีการกระจายช่องเปิด double space สามจุด ก็คือจุดเดิมที่มีอยู่แล้วตรงครัว…

  • Quasi-liquid Architecture with the New Sea Level and Stability Boundary for Future Foresight Scenario in 2050-2100 โปรโตไทป์แห่งอนาคตสำหรับแนวชายฝั่งที่กำลังจะจมน้ำ

    Quasi-liquid Architecture with the New Sea Level and Stability Boundary for Future Foresight Scenario in 2050-2100 โปรโตไทป์แห่งอนาคตสำหรับแนวชายฝั่งที่กำลังจะจมน้ำ

    Quasi-liquid Architecture with the New Sea Level and Stability Boundary for Future Foresight Scenario in 2050-2100 โปรโตไทป์แห่งอนาคตสำหรับแนวชายฝั่งที่กำลังจะจมน้ำ ..เมื่อโลกเปลี่ยนไป รูปแบบของสิ่งปลูกสร้างจึงต้องเปลี่ยนตาม.. อ้างอิงตามข้อมูลจาก Climate Central องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านสิ่งแวดล้อมแห่งรัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา คาดว่าในอีกราว 30-80 ปีข้างหน้าตามแนวชายฝั่งแถบอาเซียนรวมถึงประเทศไทยของเรานั้นจะร่นเข้ามาเรื่อยๆ เนื่องจากระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนจนกินพื้นที่อยู่อาศัยไปเป็นวงกว้าง ด้วยชุดข้อมูลที่น่าสนใจนี้เอง ทำให้นภัสนันท์ กองสุข หรือน้องดัชมิลล์ บัณฑิตจบใหม่จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรเลือกที่จะปักหมุดวิทยานิพนธ์ไว้ที่หัวข้อ สถาปัตยกรรมริมน้ำกับระดับน้ำทะเลใหม่ภายใต้ทฤษฎีชายแดนเดิมในปี 2050-2100 (Quasi-liquid Architecture with the New Sea Level and Stability Boundary for Future Foresight Scenario in 2050-2100) หัวข้อว่าด้วยเรื่องการจัดการกับน้ำท่วมนำมาสู่สองทางเลือกสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการออกแบบให้ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยทางเลือกแรกนั้นคือการยอมให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่เมืองและสร้างสถาปัตยกรรมแบบ Liquid Architecture…

  • KTA House อาคารพาณิชย์รีโนเวทใหม่ ที่เป็นมิตรกับสายลมและแสงแดด

    KTA House อาคารพาณิชย์รีโนเวทใหม่ ที่เป็นมิตรกับสายลมและแสงแดด

    KTA House อาคารพาณิชย์รีโนเวทใหม่ ที่เป็นมิตรกับสายลมและแสงแดด หากพูดถึงการซื้อขายอาคารพาณิชย์มือสองเพื่อการอยู่อาศัยสำหรับคนหนุ่มสาวนั้น ลักษณะที่ทั้งแคบและยาวก็คงจะเป็นประเด็นที่สร้างความลังเลใจให้ผู้ซื้ออยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากจะเป็นการยากต่อการจัดวางห้องหับต่างๆแล้ว เรื่องของความสว่างและการระบายอากาศที่ไม่ทั่วถึงก็ยังเป็นปัญหาที่ชวนให้คนส่วนมากคิดไม่ตกเช่นเดียวกัน ..แต่ไม่ใช่กับ KTA House.. ตึกแถวรีโนเวทใหม่ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดข้างต้นไปได้อย่างสวยงามหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของ Happto Studio ซึ่งได้รับโจทย์จาก owner คู่รักหนุ่มสาวให้นำอาคารพาณิชย์มรดกตกทอดจากครอบครัวมาปรับปรุงใหม่เพื่อรองรับโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ของพวกเขานั่นเอง หากมองจากภายนอก รูปลักษณ์ที่เห็นนั้นโดดเด่นออกมาจากเพื่อนบ้านในซอยเดียวกันอย่างชัดเจน ฟาซาดโปร่งแสงสีขาวทำให้ตัวอาคารดูละมุนตาและยิ่งน่าค้นหามากขึ้นในยามค่ำคืน แต่ถึงแม้จะดูสะดุดตาเพียงใด ดีไซน์ที่เกิดขึ้นใหม่ก็ยังดูเป็นมิตรและไม่หลุดโลกจนเกินจำเป็น เดินเข้ามาที่บริเวณชั้นหนึ่ง สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาคงหนีไม่พ้น Pocket Garden ที่รอต้อนรับแขกไปใครมาอยู่ ณ บริเวณ double-spaced foyer หลังประตูทางเข้า บล็อกแก้วชนิดขุ่นถูกเลือกใช้แทนผนังคอนกรีตเพื่อให้แสงสว่างจากภายนอกสามารถหลั่งไหลเข้ามาในตัวอาคารได้ตลอดวัน สถาปนิกผู้ออกแบบบอกกับเราว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นส่วนที่เธอชื่นชอบที่สุดในโครงการเลยทีเดียว ถัดเข้ามาอีกนิดจะได้เจอกับ living area และ dining area รวมถึง mini bar สำหรับนั่งจิบเครื่องดื่ม เนื่องจาก owner นั้นเป็นคอกาแฟ โดยรวมแล้วดูสะอาดตาน่าใช้งานด้วยโทนสีขาวและไม้แสนอบอุ่น ขึ้นมาต่อที่บริเวณชั้นสอง อีกหนึ่ง living area ที่เต็มรูปแบบยิ่งกว่าถูกจัดวางไว้พร้อมใช้งาน แสงสว่างที่ส่องผ่านฟาซาดโปร่งแสงเข้ามาทำให้พื้นที่บริเวณนี้ดูไม่อึดอัดและมืดทึบอย่างที่ใครหลายคนน่าจะแอบคิดไว้กันบ้างในตอนแรก หน้าต่างทั้งฝั่งหน้าและฝั่งหลังของอาคารเองก็เป็นประโยชน์มากในเรื่องของการจัดการกับ…

  • Temporary Shelter for Sexual Violence Survivors สถาปัตยกรรมที่ปลอบโยนผู้ถูกกระทำด้วยความเข้าอกเข้าใจ

    Temporary Shelter for Sexual Violence Survivors สถาปัตยกรรมที่ปลอบโยนผู้ถูกกระทำด้วยความเข้าอกเข้าใจ

    Temporary Shelter for Sexual Violence Survivors สถาปัตยกรรมที่ปลอบโยนผู้ถูกกระทำด้วยความเข้าอกเข้าใจ กระบวนการเยียวยาผู้ถูกกระทำทางเพศนั้นคงไม่อาจพึ่งพาองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญได้เพียงด้านใดด้านหนึ่ง ประสิทธิภาพที่ดีมักเกิดขึ้นได้จากการร่วมมือกันของสหวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นนักสังคมสงเคราะห์ จิตแพทย์ สูตินรีแพทย์ หรือนักกฏหมายตามที่เราๆท่านๆคงเคยเห็นกันจากหน้าข่าวกันอยู่เป็นระยะ แต่ถึงอย่างนั้น หลายคนก็น่าจะยังคงแอบตั้งคำถามอยู่ในใจว่าองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทุกแขนงที่กล่าวมานั้นเพียงพอแล้วจริงหรือที่จะดูแลชีวิตจิตใจของคนๆหนึ่งในช่วงที่ดำดิ่งได้อย่างครอบคลุม หากมองกันในมุมของสถาปนิกที่ชำนาญการออกแบบอาคาร จะมีแง่ไหนที่เราสามารถช่วยโอบอุ้มผู้คนเหล่านี้ได้บ้างหรือไม่? น้องเพลง สุพิชชา แย้มยี่สุ่น บัณฑิตจบใหม่จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นคนหนึ่งที่มองเห็นช่องทางในการหยิบยื่นความช่วยเหลือแก่เหยื่อผู้ถูกกระทำผ่านงานออกแบบของเธอ ซึ่งโปรเจ็คต์วิทยานิพนธ์หัวข้อ สถานที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ได้รับความรุนแรงทางเพศ (Temporary Shelter for Sexual Violence Survivors) ก็คือผลผลิตจากเจตนาอันดีดังกล่าวนั่นเอง น้องเพลงบอกกับเราว่าจากการรีเสิร์ชข้อมูลทำให้เธอได้ทราบว่า ระยะทางของการช่วยเหลือเยียวยานั้นกินเวลาค่อนข้างยาวนาน ตั้งแต่หลักเดือนไปจนถึงหลักปี และมีหลากหลายขั้นตอนในการดูแล โดยตำแหน่งในไทม์ไลน์ที่เธอรู้สึกสนใจจนเป็นที่มาของโจทย์ในครั้งนี้ก็คือช่วงหนึ่งเดือนแรกหลังจากผู้ถูกกระทำเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ ในวิถีปฏิบัติที่ทำกันมาโดยตลอดนั้น เมื่อเกิดเหตุขึ้น เหยื่อจะไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตในที่อยู่อาศัยเดิมของตัวเองหรือย้ายเข้าบ้านพักถาวรได้ทันที อย่างน้อยในช่วงเวลาหนึ่งเดือนแรก พวกเขาจะถูกพาตัวมาที่บ้านพักฉุกเฉินเพื่อการฟื้นฟูเบื้องต้นเสียก่อน โดยไซต์ที่ถูกเลือกมาใช้พัฒนาในคราวนี้ก็เป็นไซต์จริงของบ้านพักฉุกเฉินเด็กและสตรีของกทม.ด้วยเช่นกัน โปรแกรมหลักๆที่เราสามารถพบได้ในโครงการประกอบด้วย คลีนิกสำหรับตรวจร่างกาย คลีนิกสำหรับดูแลสุขภาพจิต ห้องพักคนไข้ พื้นที่เวิร์คช็อป พื้นที่ปฏิสัมพันธ์อื่นๆ และส่วนของออฟฟิศ ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกจัดวางอย่างเฉพาะเจาะจงและล้วนมีความหมายต่อผู้ใช้งานทั้งสิ้น อาคารทั้งหลังถูกแบ่งออกเป็นสองโซนหลักๆ ได้แก่โซนผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) โดยลักษณะ circulation…

  • Social Interaction Space for Artist and Actor Fandoms จะมีอะไรดีไปกว่าคอนเสิร์ตฮอลที่ออกแบบโดยแฟนคลับ

    Social Interaction Space for Artist and Actor Fandoms จะมีอะไรดีไปกว่าคอนเสิร์ตฮอลที่ออกแบบโดยแฟนคลับ

    Social Interaction Space for Artist and Actor Fandoms จะมีอะไรดีไปกว่าคอนเสิร์ตฮอลที่ออกแบบโดยแฟนคลับ แม้ความเครียดและการอดนอนจะเป็นสององค์ประกอบที่เด่นชัดสำหรับช่วงชีวิตระหว่างทำธีสิส แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงความทรงจำแสนขื่นขมเท่านั้นที่แสตมป์อยู่ในใจเหล่าบัณฑิตจากรั้วถาปัด “การสร้างโปรเจ็คต์โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าจ้าง” ความดีงามข้อนี้ต่างหากที่เป็นสิ่งน่าจดจำ ก็จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตกันเชียวที่สถาปนิกคนหนึ่งจะได้ออกแบบอาคารอะไรก็ได้ตามใจเขาชอบ น้องไนน์ ศรุตา ลีโนทัย เป็นเจ้าของผลงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรีหัวข้อ พื้นที่ปฏิสัมพันธ์ของกลุ่มแฟนคลับศิลปินและนักแสดงเอเชีย (Social Interaction Space for Artist and Actor Fandoms) ซึ่งนอกจากจะเป็นบัณฑิตจบใหม่จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรแล้ว เธอยังอุทิศอีกตัวตนหนึ่งในวันว่างให้กับการติดตามผลงานของศิลปินที่ชื่นชอบด้วยเช่นกัน เพราะเหตุนี้ เมื่อถึงคราวต้องคิดหัวข้อธีสิส อาคารสำหรับศิลปินและกลุ่มแฟนคลับจึงป๊อปขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว และแม้ว่าตอนนำเสนอหัวข้อในคราวแรกนั้น อาจารย์ที่ปรึกษาจะยังมีความกังขาอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดน้องไนน์ก็เข็นจนงานออกมาเป็นอาคารที่มีฟังก์ชั่นแปลกใหม่และเต็มไปด้วยความไดนามิคอย่างที่เราได้เห็นกันจนได้ น้องไนน์เล่าให้เราฟังว่า pain point ของการ “ติ่ง” นั้นมียิบย่อยหลากหลาย สำหรับข้อที่เข้าใจง่ายที่สุดก็เห็นจะเป็นเรื่องโลเคชั่นของสถานที่จัดคอนเสิร์ตต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากประชากรชาวด้อมจำนวนมากนั้นยังเป็นน้องๆในวัยเรียน รวมถึงยังมีแฟนคลับต่างชาติที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาติดตามศิลปิน การเข้าถึงสถานที่ได้โดยระบบขนส่งมวลชนจึงเป็นปัจจัยข้อสำคัญ ด้วยเหตุนี้เมื่อต้องเลือกไซต์ น้องไนน์จึงปักหมุดไว้ที่สี่แยกปทุมวัน ฝั่งสยามสแควร์ ซึ่งเดิมเคยเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์สกาล่านั่นเอง นอกจากจะเอื้ออำนวยต่อการเดินทางแล้ว แน่นอนว่าเพื่อนบ้านโดยรอบก็ยังเป็นมิตรกับวัยรุ่นมากกว่าสถานที่แห่งไหนในเมืองกรุงฯ จุดเจ็บต่อมาของวงการแฟนคลับคือเรื่องของความกระจัดกระจายในพื้นที่ทำกิจกรรม คอนเสิร์ตฮอลอยู่ที่หนึ่ง ห้องจัดงานแฟนมีตติ้งอยู่อีกที่หนึ่ง ร้านขายของเมอร์แชนไดซ์ก็อีกที่หนึ่ง ยังไม่ต้องพูดถึงพื้นที่สำหรับซ้อมเต้นคัฟเวอร์ของน้องๆบางกลุ่มที่รักในการแสดงออกเช่นเดียวกับไอดอลของพวกเขา ซึ่งแน่นอนว่าโครงการของน้องไนน์นั้นรองรับกิจกรรมได้ทุกรูปแบบ…

  • Sans Studio สตูดิโอถ่ายภาพที่ทำหน้าที่เป็นทั้งสถาปัตยกรรม และ งานประติมากรรม

    Sans Studio สตูดิโอถ่ายภาพที่ทำหน้าที่เป็นทั้งสถาปัตยกรรม และ งานประติมากรรม

    Sans Studio สตูดิโอถ่ายภาพ ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งสถาปัตยกรรม และ งานประติมากรรม Sans Studio หรือซองส์ สตูดิโอแห่งนี้เกิดขึ้นจากความต้องการของทาง Owner ช่างภาพผู้ที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น และงานศิลปะ ที่ต้องการจะสร้างสตูดิโอถ่ายภาพของตัวเองขึ้นมาหลังจากที่ได้ไปเรียนถ่ายภาพมาจากที่ฝรั่งเศส โดยมีโจทย์ในการออกแบบโดยมีความต้องการให้สตูดิโอแห่งนี้มีความเป็นตัวของ Owner มากที่สุดซึ่งนำมาสู่การออกแบบ Sans Studio แห่งนี้โดยได้รับการออกแบบจาก PHTAA living ( Sans Studio ) ซองส์ สตูดิโอ ตั้งอยู่ในซอยจ่าโสด ของย่านบางนา กรุงเทพฯ ในบริบทพื้นที่ ๆ ค่อนข้างมีความ Exotic นิดหนึ่ง ด้วย Site ที่ค่อนข้างแคบและมีลักษณะแบนยาวทำให้เราคิดว่าจะทำยังไงให้เราสามารถ Utilize พื้นที่แบบนั้นให้เกิดขึ้นมาเป็นสตูดิโอที่มัน Proper ด้วย Shape ที่แตกต่างด้วยรวมถึงการที่อาคารจะสามารถรับแสงจากธรรมชาติเข้ามาสู่ตัว Architecture ให้มากที่สุดด้วย 3 เรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก ๆ เลยที่ทางทีมรู้สึกแบบนั้นเมื่อเห็น Site คุณวิทย์กล่าว สถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นจากสไตล์ และความชอบ ตัวอาคาร…

  • THE CITY & CENTRO ทวีวัฒนา บ้านของครอบครัวบนที่ดินผืนใหญ่ และความสุขที่มากกว่า

    THE CITY & CENTRO ทวีวัฒนา บ้านของครอบครัวบนที่ดินผืนใหญ่ และความสุขที่มากกว่า

    THE CITY & CENTRO ทวีวัฒนา บ้านของครอบครัวบนที่ดินผืนใหญ่ และความสุขที่มากกว่า THE CITY & CENTRO ทวีวัฒนา บ้านของครอบครัวบนที่ดินผืนใหญ่ และความสุขที่มากกว่า ข้อได้เปรียบของการใช้ชีวิตครอบครัวในทำเลย่านที่พักอาศัยคือความสงบเงียบและเป็นส่วนตัว ห่างไกลจากความแออัดวุ่นวายต่างจากในเมืองซึ่งเป็นพื้นที่ของธุรกิจ และยังเป็นการปรับสมดุลให้กับชีวิตประจำวันในช่วงเวลาพักผ่อนจากธรรมชาติที่อยู่รายล้อมบ้านของเรา คุณภาพชีวิตที่ดีของครอบครัวจึงมีคำตอบอยู่ที่ทำเลเป็นเรื่องสำคัญ​ และโซนทวีวัฒนาเองก็มีความน่าสนใจจน THE CITY ทวีวัฒนา และ CENTRO ทวีวัฒนา โครงการบ้านเดี่ยวจาก AP เลือกมาจัดตั้งที่นี่ เพราะนอกจากทำเลศักยภาพอย่างที่กล่าวมาแล้ว ยังเดินทางสะดวกสบายไม่ว่าจะเข้าเมืองหรือออกชานเมือง เชื่อมต่อกับถนนสายหลัก 3 สาย ‘บรมราชชนนี-เพชรเกษม-กาญจนาภิเษก’ หรือไปทางพุทธมณฑลสาย 2-3-4 และอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน อีกทั้งรายล้อมด้วยสาธารณูปโภคที่เหมาะกับการใช้ชีวิตครอบครัวของคนทุกวัย ข้อดีอีกประการในย่านที่อยู่อาศัย คือผืนที่ดินที่กว้างขวางมากกว่า พาคุณกลับไปสู่ธรรมชาติหลังจากความวุ่นวายในงานประจำวัน เรียกว่าเป็นการรีชาร์จในทุกวันให้กลับมาพร้อมเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างเต็มพลังกายและใจ หลังจากทำความรู้จักกับย่านทวีวัฒนาเป็นอย่างดีแล้ว เราชวนคุณมาลงลึกถึงบ้านของทั้งสองโครงการ ที่คงเอกลักษณ์ของแบรนด์ทั้ง THE CITY และ CENTRO เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ตามเข้าบ้านมาชมพร้อมกัน! THE CITY กับ CENTRO…