ARCHITECTURE

ชีวิตหลังความเต็ค : เมื่อการเอ็นทรานซ์สถาปัตย์ คือการแก้แค้น

เมื่อปี พ.ศ. 2535 มีเด็กชายม.ปลายคนหนึ่ง ผู้ซึ่งหลงรักในการวาดรูปและใฝ่ฝันที่จะเป็นสถาปนิกให้จงได้ เขาพร่ำเรียนกวดวิชา ทั้งวิชาทั่วไปและความถนัดทางสถาปัตย์ เพื่อให้ได้สอบเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สูงสุดคือที่จุฬาฯ ให้จงได้

ช่วงเวลาแห่งความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเตรียมสอบผ่านพ้นไป เหลือเพียงนับวันรอให้ผลสอบออก… สมัยนั้น ไม่มีการเก็บคะแนนที่เรียกว่า GAT PAT อะไรนั่น เป็นการวัดผลทีเดียว ครั้งเดียว รู้กัน…

ยังดีที่มีการให้เลือกคณะได้ถึง 4 ที่ เมื่อคะแนนถึงมากที่สุดที่ไหนก็จะได้ที่นั่น… เขาเลือกสถาปัตย์ทั้งหมด มีที่จุฬา ศิลปากร ลาดกระบัง และเกษตรศาสตร์… เขาเป็นคนขยัน ตั้งใจดี แต่คงยังดีไม่พอ เขาสอบไม่ติดเลยสักที่ เหมือนท้องฟ้าดับมืด ทุกสรรพสิ่งหยุดเคลื่อนไหว “และเราจะทำยังไง” เด็กชายคนนั้นคิดในหัวตลอดเวลา

วันเวลาผ่านไป เด็กชายตั้งสติบนความเป็นจริงได้สำเร็จ เขาเลือกเรียนในคณะที่ชอบน้อยกว่าสถาปัตย์ แต่เรียกได้ว่าอยู่กับมันได้ นั่นก็คือวิศวกรรมศาสตร์ โดยเข้าเลือกเรียนสาขาโยธา โดยหวังว่าจะได้เข้าใกล้การก่อสร้าง สิ่งที่เขารักมาตั้งแต่เด็ก เขาไม่ชอบวิศวกรรม… แต่เขาก็ทนเรียน

ขณะที่เขาเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 น้องชายของเขาก็กำลังจะสอบเอ็นทรานซ์เช่นกัน และไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือร้าย น้องของเขา ตั้งใจจะเอ็นสถาปัตย์เหมือนกัน… เหมือนเป็นโรคติดต่อ เป็นอุปทานหมู่ หรือเป็นการซึมซับความรู้สึกและความชอบมาจากคนใกล้ตัว

พี่น้อง 2 คนนี้สนิทกันมาก วัยเด็กเวลาเล่นอะไรก็เล่นด้วยกัน ทำอะไรก็มักที่จะชักชวนกันเสมอ ความชอบเรื่องการวาดรูป ติดตัวทั้งสองคนมาตั้งแต่เด็ก จนวันที่ต้องเลือกเรียน… ชายผู้น้องเลือกที่จะเดินตามรอยของพี่ชาย โดยตั้งหวังไว้ว่าจะต้องแก้แค้นให้พี่ชายให้ได้

เหตุการณ์คล้ายกัน แต่ต่างกันที่เด็กผู้น้อง… เอ็นติด

พี่ชายยินดีกับน้องชายอย่างสุดซึ้ง ในนั้น… อาจมีความอิจฉา ทั้งคู่ดำเนินชีวิตไปตามปกติ มีก็เพียงผู้พี่ ที่ต้องอดทน เรียนในสิ่งที่ตนไม่ได้ชอบนัก ส่วนน้องชายนั้น ได้เรียนอย่างที่ตั้งใจ และท้ายสุดก็ได้สำเร็จการศึกษามาพร้อมกัน… ใช่ครับ วิศวะเรียน 4 ปี สถาปัตย์เรียน 5 ปี

ทั้งคู่จบมาและเข้าทำงานในบริษัทในสายงานของตนเพื่อเก็บประสบการณ์ หลังจากนั้นเพียง 4 ปี ทั้งคู่ตัดสินใจออกจากบริษัท และมาร่วมกับเปิดบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมเล็กๆ ที่มีพี่ชายเป็นวิศวะ น้องชายเป็นสถาปนิก… ทั้งคู่แชร์ความรู้กันอย่างไม่มีข้อจำกัด งานต่างๆเริ่มหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ทั้งคู่ เดินหน้า ไปพร้อมๆกัน

ผมคิดว่า “พลัง” มันติดต่อกันได้ เหมือนพี่น้องคู่นี้… คนหนึ่งอาจไม่ได้เรียนสิ่งที่ชอบ แต่มีความอดทน อีกคนได้ทำสิ่งที่ชอบ โดยได้แรงบันดาลใจจากอีกคน เป็นพลังที่มองไม่เห็น แต่ผมว่ามีให้เห็นมากมายในโลกใบนี้

การแก้แค้น อาจดูไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหา… แต่กับบางเรื่อง การแก้แค้นก็จำเป็นนะ

ขอบคุณเรื่องบันดาลใจจากพี่น้อง เอก – อู๋

 

Comments

comments

0 comments on “ชีวิตหลังความเต็ค : เมื่อการเอ็นทรานซ์สถาปัตย์ คือการแก้แค้น

Leave a Reply

%d bloggers like this: