DVIEW

เขียวไข่กา + Artisan Cafe เท่ ดิบ ผ่อนคลายสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์

ถ้าจะบอกว่าการออกแบบตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ในปัจจุบัน เป็นสไตล์ที่คนไทยคุ้นเคยที่สุดตอนนี้ ก็น่าจะพูดได้ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน เราก็จะพบการตกแต่งสไตล์นี้อยู่มากมาย

แต่สถานที่แห่งนี้ที่เราจะพาไปชมนั้น ไม่ได้เริ่มจากเรื่องของสไตล์ แต่เริ่มจากเรื่องของวัตถุประสงค์ของการออกแบบหรือก่อสร้างสถานที่แห่งนี้ และเมื่อได้พูดคุยกับเจ้าของร้าน ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่า บางครั้งความงามที่ตาเห็นนั้น จะทวีความงามและคุณค่ามากขึ้น เมื่อเรารู้ถึงที่มาและระหว่างทางของมัน

สถานที่แห่งนี้ประกอบด้วยร้านที่เกิดจากเจ้าของคือคุณตุลย์-จิรเศรษฐ์ ยกดี เริ่มต้นไอเดียจากความต้องการมีพื้นที่เป็นสังคมหรือ Community เล็กๆ ที่เชื่อมต่อผู้คน ได้พบปะเพื่อนฝูง และคนในครอบครัว บวกกับเดิมนั้นในพื้นที่ดินที่สร้างร้านนี้ เป็นที่ตั้งของบริษัทออกแบบและก่อสร้างงานสวนชื่อ Green4rest Landscape Design เป็นการประยุกต์บ้านเก่าให้เป็นสำนักงาน และยังคงมีพื้นที่ด้านหน้าเหลือ จึงทำการเพิ่มเติมร้านกาแฟและร้านอาหารเข้าไปนั่นเอง

โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ปากซอยนาคนิวาส 3 โดยส่วนแรกที่เราจะพูดถึงคือส่วนร้านอาหารที่มีชื่อว่า “เขียวไข่กา” เกิดขึ้นโดยความบังเอิญก็ว่าได้ โดยคุณตุลผู้เป็นเจ้าของ ได้ลองชักชวนเชฟปอย-ณัฐวุฒิ นันต๊ะแขม เพื่อนของภรรยาเพราะติดใจในฝีมือการทำอาหารของเชฟปอยมาร่วมกันเปิดร้าน ในครั้งแรกนั้นอาจเป็นการชักชวนแบบไม่จริงจัง แต่ผลคือเชฟปอยกลับสนใจ จึงเริ่มคุยกัน วางแผน จนสุดท้ายเกิดร้านเขียวไข่กาแห่งนี้ขึ้น

 

Glass House ที่มาจากความใฝ่ฝัน

ส่วนที่มาของชื่อนั้นมาจากชื่อบริษัท Green4Rest ที่มีคำว่า Green หรือ สีเขียว อยู่แล้ว คำว่า และเมื่อมาดูเมนูอาหารที่เป็นอาหารไทยแล้ว จึงนำไปคล้องจองกับคำว่าสีเขียว นำไปสู่คำว่า เขียวไข่กา ซึ่งเป็นคำที่น่าสนใจ ดูน่ารัก อีกทั้งคำว่ากา ในคำว่าเขียวไข่กา ยังหมายถึงกาแฟอีกด้วย

“ผมมีความใฝ่ฝันว่าอยากออกแบบร้านที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “โรงนา” เป็นรูปแบบอาคารที่ชอบมานาน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำสักที พอได้มาออกแบบร้านของตนเอง ก็ไม่ลืมที่จะหยิบรูปแบบนี้มาใช้อีกครั้ง” คุณตุลบอกกับเรา ถึงความชอบส่วนตัวเกี่ยวกับรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ปรากฏ

คุณตุลย์ชักชวนรุ่นพี่สถาปนิกอย่างคุณภู-ภูริทัต คุณุรัตน์ สถาปนิกจาก Proud Design ที่เคยฝากผลงานการออกแบบร้านสวยที่เชียงใหม่อย่าง Artisan Cafe และโฮสเทลสุดเท่ Oxotel มาร่วมออกแบบอีกครั้งที่ เขียวไข่กา แห่งนี้

คิดถึงวัสดุที่เหมาะสม

เนื่องจากพื้นที่ดินนี้เป็นที่ดินที่เช่าอยู่ เจ้าของจึงคิดเรื่องของวัสดุที่ใช้อย่างละเอียด โดยการเลือกใช้โครงสร้างหลักเป็นเหล็กทั้งหมด ข้อดีแรกคือเหล็กนั้นมีกระบวนการก่อสร้างที่รวดเร็วกว่างานคอนกรีต เมื่อสร้างเสร็จเร็ว ก็เปิดให้บริการได้เร็ว รวมไปถึงการคืนทุนที่เร็วกว่าด้วย แถมเหล็กยังสามารถขายคืนได้เงินทุนกลับมา เมื่อในอนาคตที่ไม่ต้องการอาคารเหล่านี้แล้ว

อีกข้อดีหนึ่งคือการที่สามารถตอบสนองรูปแบบ สไตล์ ที่เจ้าของต้องการได้มากที่สุด คือการอยากได้สไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ ที่ดูร่วมสมัยในรูปแบบของโรงนาในจินตนาการ ครั้นจะใช้ไม้จริงทั้งหมดก็จะเป็นการสิ้นเปลืองเกินไป เหล็กจึงเป็นวัสดุที่สื่อถึงความทันสมัย ดูโมเดิร์น และเข้ากับสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์มากที่สุด

ร้านที่มีต้นไม้เป็นพระเอก

ด้วยความที่เจ้าของร้านนั้นมีพื้นฐานอาชีพเกี่ยวกับต้นไม้อยู่แล้ว (บริการออกแบบและจัดสวน) จึงตั้งใจเป็นต้นไม้เดิมที่เป็นต้นไม้ใหญ่ไว้ทั้งหมด โดยพื้นที่เดิมนั้นมีต้นไม้ใหญ่อยู่ 3 ต้น จึงเลือกที่จะวางอาคารหลบ และเว้นที่ให้ต้นไม้เดิมมีความโดดเด่น และยังสามารถใช้ประโยชน์จากต้นไม้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็ การเว้นระยะอาคารกับต้นไม้ ก็มีการเว้นห่างพอสมควร เพื่อให้การก่อสร้างนั้นไม่ส่งผลกระทบและทำให้ต้นไม้บาดเจ็บได้

 

นุ่มละมุนผสานความดิบเท่

ส่วนการตกแต่งภายในนั้นเป็นการผสานกันระหว่างวัสดุที่ดูดิบเท่อย่างเหล็ก กับผิวสัมผัสที่ดูนุ่มนวลอย่างผนังวาดลายกราฟฟิค ที่ใช้เทคนิคการกัดกรดสีที่ผนัง ทำให้สีเขียว (เขียวไข่กา) ที่ได้นั้น มีความไม่สม่ำเสมอ ความด่าง เพิ่มความน่าสนใจ เพิ่มมิติให้ผนังได้เป็นอย่างดี เมื่อได้ผนังในโทนสีที่ต้องการแล้ว จึงวาดลายลงไปตามแบบที่ต้องการ โดยเจ้าของเลือกใช้ภาพวาดรูปต้นไม้ และสัตว์ต่างๆมากมาย เรียกได้ว่าใครที่มาร้านนี้ ต้องถ่ายภาพคู่กับเจ้าผนังสวยนี้ทุกรายไป

เจ้าของร้านยังใช้สกิลในการจัดสวนมาใช้ในร้านของตนเองอย่างเต็มที่ เห็นได้จากต้นไม้ที่เลือกใช้ตกแต่งภายในร้าน เป็นต้นไม้ที่ดูเข้ากับบรรยากาศโดยรวม โดยเลือกใช้ไม้ใบเสียส่วนใหญ่ เช่น เฟิร์น เป็นต้น

คาเฟ่สุดชิค กับความดิบสุดละมุน

อีกฝั่งของร้าน คือคาเฟ่ชื่อ Artisan Cafe อีกหนึ่งสาขาที่มีบรรยากาศน่านั่งไม่แพ้ที่เชียงใหม่ โดยโซนคาเฟ่นี้ออกแบบเป็นอาคารสูง 2 ชั้น โดยมีชั้นลอยเป็นส่วนนั่งของร้านที่สามารถมองเห็นบรรยากาศโดยรวมของร้านได้ ที่ด้านหน้าบริเวณต้อนรับ ออกแบบให้ฝ้าสูง 2 ชั้น เปิดให้พื้นที่นั้นเชื่อมถึงกัน อีกทั้งยังทำให้พื้นที่โดยรวมดูน่าสนใจ ไม่อึดอัดอีกด้วย

โครงสร้างเหล็กทั้งหมดนี้ ตั้งอยู่บนเข็มแผ่แบบปูพรม และทำการตั้งเสาเหล็กขึ้นไปเลย เพราะด้วยพื้นที่ดินที่สามารถทำงานได้ โดยที่ไม่ต้องตอกเข็มยาว และการใช้โครงสร้างเหล็กนั้น นำหนักโดยรวมจะเบากว่าโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก จึงสามารถทำวิธีนี้ได้ ซึ่งวิธีนี้เป็นการช่วยประหยัดน่าเสาเข็มได้มากทีเดียว

Dtip

โครงสร้างเหล็กนั้นมีข้อดีเรื่องการเป็นโครงสร้าง และทำให้อาคารดูบาง ดูเบา และไม่หนาหนัก แต่เมื่ออาคารนั้นๆ ต้องมีการติดตั้งประตู หน้าต่าง ด้วยแล้ว การใช้วงกบประตูหน้าต่างเหล็กด้วย อาจไม่สามารถกันฝนได้ 100% เมื่อเปรียบเทียบกับบานอลูมิเนียม ที่มีหน้าตัด (Profile) ที่สามารถกันน้ำได้เป็นอย่างดี จึงมีข้อแนะนำว่าหากทำวงกบและบานประตูหน้าต่างด้วยเหล็กจริงๆ ให้บริเวณนั้นๆมีการยื่นของชายคา หรืออะไรก็ตามที่สามารถดันฝนได้ เพื่อลดการสาดของฝนก็จะช่วยได้เยอะครับ

 

ส่วนคาเฟ่ มีการตกแต่งที่แตกต่างจากฝั่งร้านอาหาร โดยมีส่วนของผนังอิฐเข้ามาช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย และสร้างผิวสัมผัสไม่ให้ภาพรวมดูน่าเบื่อเกินไป บวกกับการเลือกของตกแต่งที่เจ้าของนั้นลงมือเลือกด้วยตนเอง เป็นเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจและลอฟท์ ยิ่งเสริมให้บรรยากาศน่านั่งมากยิ่งขึ้น

(บันไดเหล็กแผ่นนำมาพับเป็นขั้น ติดตั้งบนแม่บันไดเหล็ก H beam)

เชื่อมต่อพื้นที่เก่าและใหม่อย่างลงตัว

บริเวณห้องน้ำ เป็นส่วนที่ต่อเติมติดกับตัวอาคารเก่า (อาคารสำนักงานของ Green4rest Landscape Design) สถาปนิกเลือกเก็บต้นไม้ใหญ่ที่ตรงกับบริเวณที่จะทำห้องน้ำนี้ไว้ทุกต้น และออกแบบห้องน้ำให้โอบล้อมต้นไม้ไว้ อาจเป็นห้องน้ำที่รักธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาก็ว่าได้ 🙂 

โดยโครงสร้างเหล็กที่ต่อเติมนี้ ออกแบบและก่อสร้างไม่ให้ติดกับตัวโครงสร้างบ้านเดิมเลย เพื่อป้องกันการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน โดยหากมีการทรุด โครงสร้างใหม่ก็จะไม่ก่อความเสียหายกับบ้านเก่านั่นเอง

อาหารไทยดั่งเดิม ในรูปแบบที่น่าตื่นเต้น

ส่วนอาหารนั้นขอบอกว่าต้องไม่พลาดกับเมนูเหล่านี้ที่นำมาเสนอครับ เป็นความถนัดและชื่นชอบของเชฟ ที่เน้นเรื่องการทำอาหารไทย ที่มีความเป็นไทยดั้งเดิมมากที่สุด

หมูทอดมะแขว่น

มะแขว่น หรือ พริกหอม จัดเป็นไม้ยืนต้นที่ชาวเหนือนิยมนำผล และเมล็ดแห้งมาประกอบอาหาร รวมถึงใช้ทำเป็นยาสมุนไพร เนื่องจากผลแห้งมีกลิ่นหอมแรง และมีรสเผ็ดร้อน ทำให้ช่วยดับกลิ่นคาว บวกกับหมูทอดสุกกำลังดี รสชาติที่ได้จึงนุ่มละมุน แถมได้ประโยชน์จากสมุนไพรด้วย

 

ขาหมูชะมวง

ชะมวง พืชผักพื้นเมืองของคนจันท์ บัดนี้ได้มารวมตัวกับขาหมูคุณภาพเยี่ยม ต้มจนเนื้อเปื่อยกำลังดี สร้างการรับรู้ทางรสสัมผัสที่แปลกใหม่

 

หลงปลากุเลา

หลนปลาที่มีรสชาติดั่งเดิม คนที่เคยทางหลนจะต้องแปลกใจที่ปลากุเลานั้นก็สามารถทำหลนได้อร่อยขนาดนี้

อัฐชันมะนาว

มะตูม

กระเจี้ยบ

เสาวรสโซดา

เพจร้านเขียวไข่กา >>> https://www.facebook.com/kiewkaika/

Comments

comments

0 comments on “เขียวไข่กา + Artisan Cafe เท่ ดิบ ผ่อนคลายสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์

Leave a Reply

%d bloggers like this: