DESIGN

เมื่อธรรมชาติและการอยู่ร่วม คือที่สุดของการใช้ชีวิต THE LINE Phahonyothin Park

THE LINE Phahonyothin Park คอนโดมิเนียมพร้อมสวน 8 ไร่ กับการออกแบบที่ใส่ใจถึงธรรมชาติและการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

ในปัจจุบันพื้นที่สีเขียวหายากขึ้นทุกวัน ยิ่งในเมืองที่มีพื้นที่จำกัด การมีพื้นที่สีเขียวในบ้านจึงเหมือนจะเกิดขึ้นยากและน้อยลงทุกที ทั้งที่จริงๆ แล้วการมีพื้นที่สีเขียวนั้นจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น สบายตาทุกครั้งเมื่อได้เห็นและยังช่วยสร้างความผ่อนคลาย ทำให้มีชีวิตมีชีวาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

Imagination is Everything

เป็นไปได้ทุกจินตนาการที่นี่

โครงการ THE LINE Phahonyothin Park ได้นำแรงบรรดาลใจจากสวนเขียวกว่า 8 ไร่ภายในโครงการมาเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบ ปลดปล่อยทุกจินตนาการมาเป็นพลังในการสร้างสรรค์ เชื่อมต่อพื้นที่ภายนอกสู่ภายในได้อย่างแตกต่างและน่าสนใจ ผ่านแนวคิด ‘Magical Tree’ เส้นสายจากธรรมชาติ เหมือนรากไม้ที่เลื้อยนำสายตาไปสู่พื้นที่ต้อนรับที่เปิดมุมมองสวนกว้าง แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสงบ หนักแน่นและมั่นคง ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้นั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ ต่อมาเป็นส่วนที่พักอาศัยซึ่งเปรียบเสมือนลำต้น จากนั้นจึงออกแบบตัวอาคารให้คล้ายกับโครงร่างของต้นไม้ เกิดเป็นแสงและเงาที่ปรับเปลี่ยนไปตามแสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลา ตามด้วยพื้นที่ส่วนกลางชั้น 22 ที่นำแนวคิด ‘Animal Habitat’ มาใช้ในการออกแบบ เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่แตกต่างน่าสนใจและรวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้อย่างครบครัน ตามแบบฉบับ Co-Living Facilities และส่วนบนสุดของอาคารได้จำลองบรรยากาศสูงเหมือนยืนอยู่บนยอดไม้ใหญ่ เต็มที่กับพื้นที่พักผ่อน ที่มีทั้ง Active และ Passive ช่วยให้ผู้พักอาศัยผ่อนคลายกับกิจกรรมอันหลากหลาย ปลดปล่อยทุกจินตนาการ เปรียบเสมือนต้นไม้มหัศจรรย์ขนาดใหญ่ตั้งสูงสง่า 32 ชั้นบนสวนกว้างสุดสายตา ให้คุณพบกับความร่มรื่นและอากาศบริสุทธิ์ได้ทุกๆ วัน

Landscapeสัมผัสสวนสวยในทุกมุมมอง

เพราะต้นไม้และธรรมชาติคือสิ่งที่ดีที่สุด โครงการ THE LINE Phahonyothin Park จึงมีพื้นที่สวนส่วนกลางกว่า 8 ไร่ เพื่อให้ผู้พักอาศัยสามารถปล่อยวางความวุ่นวายจากภายนอก และเข้ามาสัมผัสบรรยากาศการพักผ่อนกลางสวนได้อย่างแท้จริง ท่ามกลางสเปซต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานแตกต่างกัน เช่น Tree Exhibition Court เป็น Sculpture ที่นำต้นไม้ที่เป็นแนวคิดหลักของสถาปัตยกรรม โดยออกแบบ Scuplture เป็น Invisible Trunk ให้ผู้คนสามารถเข้าไปยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของลำต้นต้นไม้ ซึ่งเป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่งในโครงการที่ถูกซ่อนเร้นระหว่างล็อบบี้กับโถงลิฟท์ และ Fox Sculpture เป็นประติมากรรมรูปสุนัขจิ้งจอก โดยสุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์ที่มีความน่าค้นหาและมักจะอยู่ในนิยายเวทมนตร์ต่างๆ ทางโครงการได้นำสัตว์ชนิดนี้มาออกแบบ โดยทำเป็น Sculpture ลดทอนการใช้วัสดุ เพื่อให้เกิดภาพสุนัขจิ้งจกที่แตกต่างกันในแต่ละมุมมอง

Lobby … พื้นที่ต้อนรับใกล้ชิดธรรมชาติ

พื้นที่ของโถงต้อนรับออกแบบให้เชื่อมต่อกับพื้นที่แลนด์สเคปภายนอก ทำให้สามารถเปิดรับวิวสวนส่วนกลาง 8 ไร่ ได้อย่างสุดสายตา ส่วนกลาง Lobby นี้ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายปากถ้ำ จากรูปแบบของฝ้าเพดานที่มีลักษณะลาดเอียงจากการลดทอนเส้นสายของถ้ำ และใช้วัสดุสีอ่อนช่วยให้เกิดความเป็นธรรมชาติและเพิ่มความอบอุ่น มีการจัดวางพื้นที่นั่งพักคอยให้หันออกสู่ด้านนอก เพื่อเปิดรับทิวทัศน์จากวิวสวนด้านหน้าอาคาร ออกแบบโดยมุ่งเน้นถึงความสวยงามและความแตกต่าง ที่พิเศษกว่าโครงการอื่นๆ จึงได้น้า Slab หินหลากหลายรูปแบบมาตัด และจัดเรียงให้เกิดองค์ประกอบที่สวยงาม

ห้องพักใส่ใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ส่วนของห้องพักมีทั้งหมด 880 ยูนิต โดยมีขนาดตั้งแต่ 31 – 82 ตารางเมตร แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน และ 2 ห้องนอนแบบดูเพล็กซ์  ภายในห้องพักออกแบบด้วยฟังก์ชันที่ลงตัว แบ่งการใช้งานได้อย่างเป็นสัดส่วน นอกจากนั้นพื้นที่ระเบียงในบางยูนิตยังเป็น Double Skin ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการใช้ประโยชน์ภายในห้องสูงสุด และใช้กระจกป้องกันความร้อน Hard Coat LOW-E เสมือนฉนวนกันความร้อน ให้ค่าในการสะท้อนความร้อนที่ต่ำรวมถึงค่าในการถ่ายเทความร้อนที่ต่ำอีกด้วย พร้อมทั้งยังใช้ Well Air เครื่องตรวจวัดควบคุมคุณภาพอากาศภายในห้อง และมี In-room Recycle Bin ถังขยะภายในห้องพักที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยแยกขยะได้ภายในห้องของตนเองอีกด้วย นับได้ว่าเป็นการออกแบบห้องพักอาศัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบมีคุณภาพได้อย่างแท้จริง

Common space … พื้นที่ส่วนกลาง เชื่อมต่อทุกความสัมพันธ์

ชั้น 22 เป็นส่วน Common Space เปรียบเสมือนโพรงต้นไม้ที่เป็นแหล่งรวมตัวของสิ่งมีชีวิต ประกอบด้วย Co-cooking studio, Co-working space และ Co-playing space แต่ละสเปซจะมีความอบอุ่น ผ่อนคลาย และมีฟังก์ชันให้เลือกใช้งานได้อย่างหลากหลาย

Co-cooking studio มีการใส่ Green Innovation เช่น หน้าบานของวัสดุชุดครัวเป็น Stone-veneer Cupboard เป็นวัสดุที่ทำลายธรรมชาติน้อยที่สุด โดยการลอกเฉพาะหน้าหินในส่วนที่บางที่สุด แต่ได้ผิวสัมผัสเหมือนเดิม และตู้เย็น Instaview หรือตู้เย็นอัจฉริยะช่วยประหยัดพลังงาน สามารถมองเห็นของที่อยู่ในตู้เย็นได้โดยไม่ต้องเปิดบานตู้ เพียงเคาะบานตู้เย็น และจากบานตู้เย็นจะเปลี่ยนเป็นกระจกโปร่งแสง มากไปกว่านั้นยังมี Smart Food Recycler เครื่องกำจัดเศษอาหาร เมื่อผู้ใช้งานใส่เศษอาหารที่เหลือจากการทำอาหารและใส่ลงไปในถังขยะแล้ว ถังขยะใบนี้จะย่อยเศษสารอาหารเป็นสารอินทรีย์ สามารถนำไปผสมกับปุ๋ยเพื่อใช้ปลูกต้นไม้ได้อีกด้วย

Co-working space ประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วนด้วยกัน ดังนี้ Photo Studio สตูดิโอถ่ายภาพนิ่งพร้อมอุปกรณ์ สร้างสรรค์ผลงานแบบไร้ขีดจำกัด ส่วนพื้นที่นั่งทำงานส่วนกลาง เหมาะกับการทำงานแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดวางรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ได้ตามความต้องการ โดยใช้ Aluminium Chains Art ดีไซน์พิเศษเพื่อกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนส่วนตัว แต่ยังรู้สึกโล่งสบาย ส่วนสุดท้ายคือโซนห้องประชุม และห้อง Workshop พื้นที่สำหรับรองรับการประชุมในทุกรูปแบบ

Co-playing space ที่ออกแบบร่วมกันกับโรงพยาบาลสมิติเวช เป็นพื้นที่สำหรับเด็กๆ โดยออกแบบให้บรรยากาศของห้องเป็นเหมือนโลกของแมลงตัวน้อย ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็ถูกออกแบบมาให้พัฒนาการเติบโตของเด็กแตกต่างกัน

Landscape ใช้วัสดุรีไซเคิลด้วยการนำเศษไม้มาอัดแข็งในส่วนของชองฝ้าและผนัง และมีการเลือกใช้พืชที่ช่วยในการกรองก๊าซเสียจากมนุษย์ ลดปริมาณสารพิษจากวัสดุสังเคราะห์และเชื้อโรคในอากาศบางชนิด

Rooftop … ผสานทุกกิจกรรม ด้วยพื้นที่ดาดฟ้าอันไร้ข้อจำกัด

พื้นที่ชั้นบนสุดหรือชั้น 32 เป็นส่วนของ Facilities ต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ และฟิตเนส ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง โปร่ง สบาย ในพื้นที่แห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 โซนได้แก่ Ozone Park พื้นที่ผักผ่อนภายนอกเพื่อเปิดรับทิวทัศน์ตึกสูง และสร้างวิวธรรมชาติ จากสวนภายในโครงการ ส่วน Active Well Being หรือสระว่ายน้ำที่สามารถชมวิวได้ถึง 180 องศา โดยมีทั้งจากุซซี่และสระเด็ก และยังมีฟิตเนสที่เป็นแนวยาวขนานไปกับตัวอาคาร พร้อมทั้งบานกระจกขนาดใหญ่เปิดสู่บรรยากาศด้านนอก โดยมีแผง Solar Cell ติดตั้งบนหลังคาเหนือพื้นที่ฟิตเนส ทางโครงการจะนำไฟฟ้าที่ได้มาใช้ภายเป็นไฟส่วนกลางของคอนโดมิเนียม ช่วยในการประหยัดพลังงานมากขึ้น

โซน ฟิตเนส จะแบ่งออกเป็น 3 โซน เพื่อตอบสนองไฟล์สไตล์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น โซน Smart technology equipment ที่มีเครื่องเล่นใหม่ๆ อย่าง Reax Board, Reax Light และ Smart mirror, โซน Exercise Machine ประกอบด้วย treadmills และจักรยานพร้อมจอส่วนตัวเสมือนปั่นอยู่บนพื้นที่จริง ให้การออกกำลังกายของคุณสนุกกว่าเคย และโซน Weight Training พร้อมอุปกรณ์ครบครัน

ส่วน Fitness ในโครงการ

THE LINE Phahonyothin Park มีแนวคิดที่โดดเด่นในเรื่องการเชื่อมโยงธรรมชาติและงานออกแบบ ภายใต้แนวคิด Magical Tree การออกแบบอาคารโดยใช้สภาพแวดล้อมมาช่วยเติมเต็มให้อาคารสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งการใส่ใจถึงการเลือกใช้วัสดุ เช่น การใช้วัสดุรีไซเคิล วัสดุจากธรรมชาติ และวัสดุประหยัดพลังงาน ยิ่งทำให้คอนโดมิเนียมแห่งนี้เติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักอาศัยได้อย่างสมบูรณ์

เป็นไปได้ทุกจินตนาการที่ เดอะ ไลน์ พหลโยธิน พาร์ค
พิเศษ! ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 30,000 บ. คลิก http://bit.ly/2vNsMKY

0 comments on “เมื่อธรรมชาติและการอยู่ร่วม คือที่สุดของการใช้ชีวิต THE LINE Phahonyothin Park

Leave a Reply

%d bloggers like this: