DESIGN DVIEW HOTEL

U Jomtien Pattaya เมื่อทะเลกลายเป็นชิ้นงานศิลปะ และโรงแรมเป็นกรอบรูปสะท้อนบรรยากาศ

โรงแรมที่ถ่อมตนเพื่อสร้างความกลมกลืน และชูจุดเด่นให้กับท้องทะเล

Location: Pattaya, Thailand

Architect & Interior: makeAscene

Landscape: VVdesine

Photograph: Jinnawat Borihankijanan

ทะเลเปรียบเสมือนงานศิลปะขนาดใหญ่ที่มีชีวิต ที่แต่งแต้มสีสันความมีชีวิตชีวาและความเพลิดเพลินให้กับเรา

U Jomtien Pattaya โรงแรมเปิดใหม่ริมหาดจอมเทียน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด เมื่อทะเลเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง และโรงแรมคือกรอบรูปภาพที่กลมกลืนและสะท้อนภาพทิวทัศน์จากทะเล โดยออกแบบภายใต้แนวคิด Art Gallery

U Jomtien Pattaya ตั้งอยู่บนถนนจอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี เป็นโรงแรมขนาดปานกลาง 9 ชั้น โดยชั้น 1 จะเป็นโถงต้อนรับและห้องพัก ชั้น 2 – ชั้น 8 เป็นส่วนห้องพัก ส่วนชั้น 9 จะมี Infinity Pool Fitness และ Rooftop Bar นอกจากนั้นยังมีโถงกึ่งภายใน-ภายนอก เป็น Court อยู่กลางอาคาร และยังมีร้านอาหาร Salt ที่รวมพื้นที่กับ Reception แยกส่วนจากอาคารที่พัก ตั้งติดริมถนนจอมเทียนอีกด้วย

เมื่อท้องทะเลคือแนวคิดอาคาร

จากแนวคิด Art Gallery ทีมงานสถาปนิกและอินทีเรียจากบริษัท makeAscene ผู้ออกแบบ U Jomtien Pattaya จึงตีความหมายของ Art Gallery ให้อยู่ในลักษณะของกรอบรูปที่สามารถสะท้อนทิวทัศน์ของทะเลและชายหาด แต่ในขณะเดียวกันก็กลมกลืนไปกับบริบทของท้องทะเล เพื่อสร้างรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เข้ากัน

ซึ่งในการตีความหมาย Art Gallery ของทางสถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมภายในจะมีความแตกต่างกัน ทางสถาปัตยกรรมได้นำคำว่า Art Gallery มาศึกษาต่อ จนได้แนวคิดจากรูปทรงคลื่นในทะเล นำมาลดทอนเส้นสายให้เข้ากับงานสถาปัตยกรรมมากขึ้น ส่วนทางสถาปัตยกรรมภายในจะเป็นแนวคิดที่ได้มาจากการเล่นสีของภาพวาดนั่นเอง

ระเบียงรูปทรงสามเหลี่ยม

จากรูปทรงคลื่นในทะเล ได้ถูกลดทอนเส้นสายเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมที่ยื่นออกมาจากระเบียงของห้องพัก ทั้งนี้จะมีการผสมผสานกันระหว่างระเบียงรูปทรงสี่เหลี่ยมแบบปกติ และรูปทรงสามเหลี่ยม เพื่อไม่ให้เกิดรูปแบบที่ซับซ้อนจนเกินไป คงไว้ซึ่งความเรียบง่ายเพื่อสะท้อนถึงความคิดหลักของตัวอาคาร ส่วนวัสดุระเบียงที่สถาปนิกเลือกใช้จะเป็นกระจกทั้งหมด เพื่อสร้างสร้างภาพสะท้อนจากทะเลที่อยู่ด้านหน้าอาคาร ให้เกิดความกลมกลืนและต่อเนื่องกัน

สีที่เลือกใช้ทั้งภายในและภายนอกอาคารจะเป็นสีโทนเรียบเช่น สีขาว เทา และดำ เป็นสีที่ไม่ฉูดฉาดและกลมกลืนไปกับบริบทนั่นเอง

จากเกลือ สู่ร้านอาหาร Salt

อาคารด้านหน้าที่พักคือส่วนต้อนรับและร้านอาหารที่ใช้สเปซร่วมกัน ช่วงกลางวันถึงตอนกลางคืน พื้นที่ในส่วนนี้จะเป็นพื้นที่ต้อนรับสำหรับแขกที่มา Check-in และ Check-out ส่วนช่วงเช้าเคาน์เตอร์นี้จะปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำหรับวางถาดอาหารและเครื่องดื่ม เมื่อลูกค้ามาใช้รับประทานอาหารมื้อเช้าที่โรงแรม เป็นการใช้พื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ เพราะพื้นที่นี้สามารถใช้ได้ในทุกช่วงเวลาของแต่ละวัน

ส่วน Reception ที่ถูกปรับการใช้งานเป็นที่วางถาดอาหารและเครื่องดื่มในตอนเช้า

ส่วนร้านอาหาร

ร้านอาหารแห่งนี้มีชื่อว่า Salt หรือก็คือเกลือนั่นเอง แน่นอนว่าแนวคิดก็มาจากทะเลเช่นกัน ตัวร้านอาหารมีการตกแต่งที่ดูสะดุดตาและเป็นธรรมชาติ เพราะเป็นส่วนที่อยู่หน้าสุดของพื้นที่โรงแรม จึงต้องสร้างแรงดึงดูดเชิญชวนให้ผู้สัญจรไปมาลองแวะเวียนเข้ามาใช้บริการนั่นเอง

รูปทรงของอาคารเกิดจากการลดทอนเส้นสายของคลื่น โดยในส่วนของที่พักจะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมในแนวนอน แต่ส่วนร้านอาหารจะเป็นสามเหลี่ยมแนวตั้ง เพื่อเป็นโครงสร้างและรูปทรงหลังคาจั่วของอาคาร

มีการนำองค์ประกอบของเกลือมาตกแต่งร้านบางส่วน เช่น บริเวณฝ้าเพดานมีการนำแท่งพลาสติกรูปทรงเรียวยาว ซึ่งลดทอนมาจากรูปทรงของเกล็ดเกลือมาตกแต่ง อีกทั้งยังมีเกลือหลากหลายชนิดวางซ่อนไว้ในที่ต่างๆภายในร้านอีกด้วย

Asphalt Shingle

มีการใช้ Asphalt Shingle เป็นวัสดุห่อหุ้มอาคารมอบความรู้สึกที่เรียบง่าย สวยงาม และเลือกใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก ช่วยสร้างบรรยากาศร้านให้อบอุ่นเหมาะกับการรับประทานอาหาร

Mood & Tone ของส่วนร้านอาหาร จะเป็นบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่อบอุ่น

พื้นที่ด้านหน้าอาคารที่พัก มีรูปแบบและลักษณะจากการลดทอนเส้นสายจากคลื่นเช่นเดียวกับในบริเวณอื่นๆ

พื้นที่ส่วนกลางเปิดรับวิวและแสงสว่าง

ภายในอาคารที่พักจะมีคอร์ท Semi-outdoor อยู่ตรงกลาง เป็นพื้นที่ ที่เปิดโล่งรับลมและแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวอาคาร เพราะเป็นพื้นที่กลางอาคารจึงไม่สามารถเปิดรับทิวทัศน์ทะเลจากภายนอกได้ สถาปนิกจึงตกแต่งพื้นที่ด้วยกระจกเงาและหันมุมเปิดรับวิวจากท้องฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเย็นหรือตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ณ พื้นที่แห่งนี้จะสะท้อนแสงแดดยามเย็นเข้าสู่โถงพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างแปลกตาและสวยงามไม่ซ้ำใคร

นอกจากนั้นยังมีเส้นสายที่พาดผ่านบริเวณระเบียงในแต่ละชั้นอีกด้วย เป็นการจัดวางเพื่อสร้างลูกเล่นให้ภายในอาคารดูน่าค้นหามากขึ้น และเส้นสายที่เกิดขึ้นนั้นก็เกิดจากการลดทอนเส้นสายจากคลื่นเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆในอาคาร

แท่งกระจกในส่วนพื้นที่กลางอาคารที่หันองศาสะท้อนแสงแดดและทิวทัศน์จากภายนอก

สีสันในห้องพัก

แนวคิด Art Gallery ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งภายในด้วยแนวคิดภาพวาดศิลปะ เช่น พื้นที่ในห้องทั้งหมดจะเป็นสีโทนเข้มคล้ายกับภาพวาดขาวดำ แต่ส่วนสำคัญอย่างโซฟาและที่นั่งพักผ่อนจะมีการใส่สีสันสดใสเพิ่มเข้ามา เสมือนการหยดสีบางส่วนลงในภาพวาด ที่เป็นเช่นนี้เพราะสีสามารถแต่งแต้มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้ใช้บริการได้นั่นเอง

ห้องพัก Deluxe และ Deluxe Seaview

ห้องพัก Superior

โดยการออกแบบภายในห้องพักจะเน้นที่ความโปร่งและโล่ง จากการใช้กระจกบานใหญ่เต็มพื้นที่ และเตียงนอนทุกห้องจะหันหน้าเข้าสู่ทิวทัศน์ทะเลเบื้องหน้า โดยห้องพักของโรงแรมมีทั้งหมด 64 ห้อง แบ่งเป็นห้อง Superior 5 ห้อง Deluxe 20 ห้อง Deluxe Seaview 34 ห้อง และห้อง Suite 5 ห้อง

ทุกห้องพักจะมีระเบียงและที่นั่งชิลล์ยื่นสู่ทะเล

ส่วนบริเวณ Rooftop ที่ชั้น 9 จะเป็นส่วน Infinity Pool สระว่ายน้ำที่ขนานไปกับเส้นขอบฟ้า และ Rooftop Bar บาร์สุดชิลล์ที่สามารถนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกได้อย่างเพลิดเพลิน

Infinity Pool

Tarte Flambee, Tuna Salad

เพราะสภาพแวดล้อมนั้นสำคัญ สถาปัตยกรรมจึงกลายเป็นเรื่องรองที่จะช่วยให้สภาพแวดล้อมนั้นโดดเด่นยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ออกแบบก็ไม่ลืมการออกแบบสเปซ สร้างความสะดวกสบายให้กับแขกผู้เข้าพักได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ณ U Jomtien Pattaya โรงแรมที่เป็นดั่งแกลเลอรี่งานศิลปะขนาดใหญ่แห่งนี้

 

SomethingMore

– U Jomtien Pattaya เพิ่งทำการเปิดตัวเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

– จุดเด่นของโรงแรมในเครือ U คือไม่ว่าคุณจะ Check-in ในช่วงเวลาไหนก็ตาม เวลา Check-out จะบวกเพิ่มไปอีก 24 ชั่วโมงทันที

– จุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในการถ่ายภาพคือสระว่ายน้ำที่อยู่บน Roof top โดยเฉพาะช่วงเวลาอาทิตย์ตกจะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด

0 comments on “U Jomtien Pattaya เมื่อทะเลกลายเป็นชิ้นงานศิลปะ และโรงแรมเป็นกรอบรูปสะท้อนบรรยากาศ

Leave a Reply

%d bloggers like this: