DESIGN

Rem Koolhaas นักคิด นักเขียน และผู้สร้างสถาปัตยกรรมไร้รูปแบบ

สถาปนิกที่ให้ความสำคัญกับโปรแกรม และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างฟังก์ชันกับที่ว่าง มากกว่ารูปแบบและสไตล์

Rem Koolhaas สถาปนิกนักคิดและนักปฏิบัติ ผู้ก่อตั้งบริษัท OMA และ AMO เส้นทางของเขาเริ่มต้นจากการเป็นนักเขียนบทละครและนักข่าวก่อนเป็นสถาปนิกเฉกเช่นปัจจุบัน เขาคร่ำหวอดในวงการออกแบบมามากกว่า 40 ปี เปรียบดั่งผู้มีอิทธิพลการออกแบบในยุค Contemporary คนหนึ่ง มาทำความรู้จักกับเขากันค่ะ

Rem Koolhaas เกิดที่เมือง Rotterdam, Netherlands ในวัยเด็กเมื่ออายุ 8 ปี เขาต้องย้ายบ้านไปยังเมือง Jakarta ประเทศ Indonesia เป็นระยะเวลา 3 ปี ตามพ่อของเขาที่ไปก่อตั้งสถาบันและสอนเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่นั่น ซึ่งการย้ายถิ่นฐานครั้งนี้ส่งผลให้เขามีความชอบและหลงใหลในวัฒนธรรมเอเชียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

De Rotterdam

เมื่อ Rem Koolhaas เติบโต จากประสบการณ์และการอยู่ใกล้ชิดกับพ่อของเขา Anton Koolhaas ผู้เป็นทั้งนักเขียนและผู้ผลิตภาพยนตร์ เขาจึงเจริญรอยตามพ่อด้วยการเป็นนักเขียนบทภาพยนตร์ต้นทุนต่ำ และเริ่มเขียนบทให้วงการ Hollywood กับเพื่อนๆ ในเวลาต่อมา ซึ่งการเป็นนักเขียนนี้ นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้เขามีวิสัยทัศน์การออกแบบที่แตกต่างและลงลึกในทุกรายละเอียด

The Interlace

สถาปนิกยอดนักเขียน

จนกระทั่งในปี 1968 เขาเริ่มสนใจทางด้านสถาปัตยกรรม จึงเข้าศึกษาที่ Architectural Association School of Architecture ใน London และเรียนแลกเปลี่ยนที่ Cornell University and the Institute สาขาสถาปัตยกรรมและวางผังเมืองใน New York  มากไปกว่านั้นเขายังได้เข้าโปรแกรมฝึกงานของ Harkness Fellowship สำหรับวิจัยงานใน New York เป็นระยะเวลา 2 ปีอีกด้วย ซึ่งตลอดระยะเวลาใน New York เขาได้เขียนหนังสือ Delirious New York’  ซึ่งเกี่ยวกับผังเมืองและการขยายเมืองของอเมริกา โดยหนังสือเล่มนี้ถูกจัดเป็นหนังสือที่ควรอ่านสำหรับการศึกษาสถาปัตยกรรมและสังคมยุคโมเดิร์น พร้อมกับสร้างชื่อเสียงให้กับ Rem Koolhaas ก่อนที่เขาจะกลายเป็นสถาปนิกเต็มตัวเสียอีก

Rem Koolhaas ยังเป็นหนึ่งในผู้เขียนและรวบรวมผลงานในหนังสือชุด S,M,L,XL’ ที่บอกเล่าเรื่องสถาปัตยกรรมที่เขากับ OMA คิดและออกแบบ จากการรวบรวมรูปภาพ แปลน บทความ และภาพวาด เพื่ออธิบายแนวความคิดสถาปัตยกรรมแต่ละแบบโดยอิงจากขนาดและสัดส่วนตามชื่อหนังสือ

Fondaco dei Tedesch

The Office for Metropolitan Architecture = OMA

หลังจากทำงานใน New York เขาได้กลับมาเปิดบริษัทที่ London ในชื่อ Office for Metropolitan Architecture (OMA) โดยมี Madelon Vriesendorp ภรรยาของเขา และ Elia, Zoe Zenghelis เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง โดยวิสัยทัศน์หลักของออฟฟิศคือการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมและสังคมในรูปแบบร่วมสมัย และในปี 1999 เขาได้ก่อตั้ง AMO สตูดิโอเพื่อการออกแบบและวิจัยในเมือง Rotterdam, Netherlands

Netherlands Dance Theatre

โปรเจคของ OMA ที่โด่งดังมากในยุคเริ่มแรกคือ Netherlands Dance Theatre ซึ่งสร้างเสร็จในปี 1987 เป็นสถาปัตยกรรมที่ได้แนวคิดมาจากหนังสือ Delirious New York’ ด้วยการออกแบบสเปซ ฟังก์ชัน และวัสดุที่โดดเด่น แปลกใหม่ ซึ่งอาคารนี้ติด 1 ใน 9 ที่ถูกยกย่องว่าอยู่ในสถาปัตยกรรมที่ดีสุดในศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว

Villa Dall’Ava และ Maison á Bordeaux

นอกจากอาคารขนาดใหญ่แล้ว Rem Koolhaas ยังออกแบบอาคารอีกหลากหลายขนาด ไม่ว่าจะเป็นอาคารขนาดเล็กอย่างบ้านพักอาศัย เช่น Villa Dall’Ava ใน Paris เป็นบ้านกระจกที่มีสระว่ายน้ำบน Rooftop พร้อมกับสามารถรับชมวิวพาโนรามาจากหอไอเฟล หรือ Maison á Bordeaux บ้านที่ออกแบบมาสำหรับเจ้าของที่ใช้รถวีลแชร์ โดยสามารถเคลื่อนวีลแชร์ไปมาได้อย่างอิสระและมีลิฟท์อำนวยความสะดวกอยู่ใจกลางบ้าน

Euralille

และโปรเจคขนาดใหญ่ที่สุดของ OMA คือ การวางผังเมืองของ Euralille ซึ่งเป็นสถานีรถไฟความเร็วสูงที่สำคัญทางภาคเหนือของประเทศฝรั่งเศส โดยมีสถาปนิกชื่อดังหลายท่านช่วยกันออกแบบอาคารสำคัญในย่านนั้น เช่น Jeun Nouvel, Shinohara, Laureate และ Christian de Portzamparc โดยอาคารกลาง Lille Grand Palais นั้นออกแบบโดย Rem Koolhaas ประกอบด้วยศูนย์การประชุม โถงนิทรรศการ ภายใต้หลังคาทรงครึ่งวงกลมที่โดดเด่นสะดุดตา

Garage Museum of Contemporary Art

สถาปนิกยอดนักคิด

แนวคิดที่โดดเด่นของของ Rem Koolhaas คือการออกแบบโดยอิงจากการสอบถาม การหาข้อมูล การวิจัยในแต่ละอาคาร เพื่อหาแนวความคิดรูปแบบใหม่ที่สามารถ “ตอบสนองการกระทำต่อการใช้งานและกิจกรรมของมนุษย์” (an act to edit function and human activities) โดยได้แรงบันดาลใจจาก Louis Sullivan และอีกหนึ่งความพิเศษของ Rem Koolhaas คือการที่เขามีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการออกแบบแต่ละโปรเจค เราเชื่อว่านั้นเป็นผลมาจากการที่เขาเป็นนักเขียน นักวิเคราะห์ จึงส่งผลให้สถาปัตยกรรมของเขาเป็นดั่งการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรม การวางผังเมือง และงานเขียน ที่แปลกใหม่และมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

CCTV Headquarters

มากไปกว่านั้นเขายังไม่มีสไตล์การออกแบบที่ตายตัว ผลงานของเขาในแต่ละโปรเจคนั้นค่อนข้างแตกต่างกัน เพราะเขาเชื่อว่าการทำงานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง หรือภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน ผลลัพธ์หรือสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นก็ย่อมแตกต่างกันนั่นเอง

Fondazione Prada

Location: Milan, Italy

Fondazione Prada ตั้งอยู่ที่เมือง Milan, Italy เป็นอาคารเพื่องานศิลปะและวัฒนธรรมของ Miuccia Prada และ Patrizio Bertelli สองผู้บริหารแบรนด์ Prada โดยพวกเขาให้ Rem Koolhaas และ OMA เป็นผู้ออกแบบ สิ่งที่น่าสนใจของ Fondazione Prada คือเป็นอาคารเก่าที่ถูกใช้เป็นโรงกลั่นเหล้าจินตั้งแต่ปี 1910 แต่ในปัจจุบันกลับถูกทิ้งร้าง จน Rem Koolhaas ได้เข้ามาปรับปรุงอาคารใหม่ทั้งหมด

เขาได้เปลี่ยนตึกร้างให้กลายเป็นอาคารที่มีฟาซาดสีทองโดดเด่นสะดุดตา และสร้างอาคารขึ้นมาใหม่ 3 อาคาร ประกอบด้วยแกลเลอรี ส่วนแสดงงานศิลปะ โรงภาพยนตร์ และห้องทดลอง โดยมีคอร์ทยาร์ดขนาดใหญ่กลางอาคารที่เชื่อมต่อพื้นที่ไปยังแต่ละส่วน

Fondazione Prada

BLOX

Location: Copenhagen, Denmark

BLOX หรือ Danish Architecture Center (DAC) ตั้งอยู่ที่เมือง Copenhagen, Denmark ประกอบด้วยสถานที่จัดนิทรรศการ ออฟฟิศ Co-working Space ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ฟิตเนส และอพาร์ทเม้นท์จำนวน 22 ห้อง ในตอนแรกสุดอาคารแห่งนี้ไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นอาคาร Mix – use แต่จากการศึกษาการดำเนินชีวิตของผู้คน โปรแกรม และความน่าสนใจของสถานที่ตั้ง จึงกลายเป็น BLOX ในปัจจุบัน

ไดอะแกรมแสดงแนวคิดอาคาร

ด้วยความที่อาคารตั้งติดริมแม่น้ำและสถานที่สำคัญหลายแห่งของ Copenhagen BLOX จึงกลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและพบปะสังสรรค์ของผู้คนในเมืองและนักท่องเที่ยว อีกทั้งรูปแบบอาคารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทรงกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้ามาเรียงตัวแตกต่างกัน ก็ยิ่งทำให้ BLOX เป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือน Copenhagen เลยทีเดียว

Qatar national library (QNL)

Location: Doha, Qatar

หอสมุดแห่งชาติในเมือง Doha, Qatar เป็นทั้งห้องสมุดประชาชนและห้องสมุดของมหาวิทยาลัย ที่รวบรวมหนังสือจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมทั้งเก็บรักษาหนังสือหายาก หนังสือมีคุณค่า และต้นฉบับภาษาและอารยธรรมอาหรับ – อิสลาม ซึ่งถือเป็นมรดกของประเทศ หอสมุดนี้มีหนังสือมากกว่าล้านเล่ม รองรับผู้อ่านได้มากกว่าพันคน และมีพื้นที่ถึง 42,000 ตารางเมตร

ภายในหอสมุดมีทั้งห้องอ่านหนังสือหลากหลายขนาด เช่น ห้องขนาดเล็กเป็นส่วนตัว ห้องขนาดใหญ่รองรับกิจกรรมแบบกลุ่ม และมีพื้นที่สำหรับการนั่งอ่านหนังสือกระจายตามตัวอาคารอีกด้วย

โถงกลางอาคารเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมมีทางเดินล้อมรอบ การออกแบบเช่นนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนั่งอ่านหนังสือหรือเดินหาหนังสือได้ง่ายและสะดวกกว่าห้องสมุดแบบปกตินั่นเอง

ชั้นวางหนังสือเปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของวัสดุและโครงสร้างอาคาร ด้วยการคุมโทนสีและใช้พื้นผิววัสดุชนิดเดียวกันกับพื้นและผนัง

การเป็นสถาปนิก นักวางผังเมือง และนักเขียนบทละครส่งผลให้ Rem Koolhaas มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สถาปัตยกรรมของเขาเกิดจากการผสมผสานกระบวนการคิดในรูปแบบต่างๆ จนยากที่จะหาคำจัดกัดความให้งานของเขา เรียกได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่มีตัวตนทั้งรูปแบบและสไตล์ และในปัจจุบัน Rem Koolhaas ก็ยังคงเป็นสถาปนิกผู้ก้าวผ่านข้อจำกัดต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่แปลกใหม่และเข้าถึงผู้คนมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก Archdaily, Pritzker prize, OMA, Worldarchitecture, Harvard[:en]

สถาปนิกที่ให้ความสำคัญกับโปรแกรม และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างฟังก์ชันกับที่ว่าง มากกว่ารูปแบบและสไตล์

Rem Koolhaas สถาปนิกนักคิดและนักปฏิบัติ ผู้ก่อตั้งบริษัท OMA และ AMO เส้นทางของเขาเริ่มต้นจากการเป็นนักเขียนบทละครและนักข่าวก่อนเป็นสถาปนิกเฉกเช่นปัจจุบัน เขาคร่ำหวอดในวงการออกแบบมามากกว่า 40 ปี เปรียบดั่งผู้มีอิทธิพลการออกแบบในยุค Contemporary คนหนึ่ง มาทำความรู้จักกับเขากันค่ะ

Rem Koolhaas เกิดที่เมือง Rotterdam, Netherlands ในวัยเด็กเมื่ออายุ 8 ปี เขาต้องย้ายบ้านไปยังเมือง Jakarta ประเทศ Indonesia เป็นระยะเวลา 3 ปี ตามพ่อของเขาที่ไปก่อตั้งสถาบันและสอนเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่นั่น ซึ่งการย้ายถิ่นฐานครั้งนี้ส่งผลให้เขามีความชอบและหลงใหลในวัฒนธรรมเอเชียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

De Rotterdam

เมื่อ Rem Koolhaas เติบโต จากประสบการณ์และการอยู่ใกล้ชิดกับพ่อของเขา Anton Koolhaas ผู้เป็นทั้งนักเขียนและผู้ผลิตภาพยนตร์ เขาจึงเจริญรอยตามพ่อด้วยการเป็นนักเขียนบทภาพยนตร์ต้นทุนต่ำ และเริ่มเขียนบทให้วงการ Hollywood กับเพื่อนๆ ในเวลาต่อมา ซึ่งการเป็นนักเขียนนี้ นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้เขามีวิสัยทัศน์การออกแบบที่แตกต่างและลงลึกในทุกรายละเอียด

The Interlace

สถาปนิกยอดนักเขียน

จนกระทั่งในปี 1968 เขาเริ่มสนใจทางด้านสถาปัตยกรรม จึงเข้าศึกษาที่ Architectural Association School of Architecture ใน London และเรียนแลกเปลี่ยนที่ Cornell University and the Institute สาขาสถาปัตยกรรมและวางผังเมืองใน New York  มากไปกว่านั้นเขายังได้เข้าโปรแกรมฝึกงานของ Harkness Fellowship สำหรับวิจัยงานใน New York เป็นระยะเวลา 2 ปีอีกด้วย ซึ่งตลอดระยะเวลาใน New York เขาได้เขียนหนังสือ Delirious New York’  ซึ่งเกี่ยวกับผังเมืองและการขยายเมืองของอเมริกา โดยหนังสือเล่มนี้ถูกจัดเป็นหนังสือที่ควรอ่านสำหรับการศึกษาสถาปัตยกรรมและสังคมยุคโมเดิร์น พร้อมกับสร้างชื่อเสียงให้กับ Rem Koolhaas ก่อนที่เขาจะกลายเป็นสถาปนิกเต็มตัวเสียอีก

Rem Koolhaas ยังเป็นหนึ่งในผู้เขียนและรวบรวมผลงานในหนังสือชุด S,M,L,XL’ ที่บอกเล่าเรื่องสถาปัตยกรรมที่เขากับ OMA คิดและออกแบบ จากการรวบรวมรูปภาพ แปลน บทความ และภาพวาด เพื่ออธิบายแนวความคิดสถาปัตยกรรมแต่ละแบบโดยอิงจากขนาดและสัดส่วนตามชื่อหนังสือ

Fondaco dei Tedesch

The Office for Metropolitan Architecture = OMA

หลังจากทำงานใน New York เขาได้กลับมาเปิดบริษัทที่ London ในชื่อ Office for Metropolitan Architecture (OMA) โดยมี Madelon Vriesendorp ภรรยาของเขา และ Elia, Zoe Zenghelis เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง โดยวิสัยทัศน์หลักของออฟฟิศคือการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมและสังคมในรูปแบบร่วมสมัย และในปี 1999 เขาได้ก่อตั้ง AMO สตูดิโอเพื่อการออกแบบและวิจัยในเมือง Rotterdam, Netherlands

Netherlands Dance Theatre

โปรเจคของ OMA ที่โด่งดังมากในยุคเริ่มแรกคือ Netherlands Dance Theatre ซึ่งสร้างเสร็จในปี 1987 เป็นสถาปัตยกรรมที่ได้แนวคิดมาจากหนังสือ Delirious New York’ ด้วยการออกแบบสเปซ ฟังก์ชัน และวัสดุที่โดดเด่น แปลกใหม่ ซึ่งอาคารนี้ติด 1 ใน 9 ที่ถูกยกย่องว่าอยู่ในสถาปัตยกรรมที่ดีสุดในศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว

Villa Dall’Ava และ Maison á Bordeaux

นอกจากอาคารขนาดใหญ่แล้ว Rem Koolhaas ยังออกแบบอาคารอีกหลากหลายขนาด ไม่ว่าจะเป็นอาคารขนาดเล็กอย่างบ้านพักอาศัย เช่น Villa Dall’Ava ใน Paris เป็นบ้านกระจกที่มีสระว่ายน้ำบน Rooftop พร้อมกับสามารถรับชมวิวพาโนรามาจากหอไอเฟล หรือ Maison á Bordeaux บ้านที่ออกแบบมาสำหรับเจ้าของที่ใช้รถวีลแชร์ โดยสามารถเคลื่อนวีลแชร์ไปมาได้อย่างอิสระและมีลิฟท์อำนวยความสะดวกอยู่ใจกลางบ้าน

Euralille

และโปรเจคขนาดใหญ่ที่สุดของ OMA คือ การวางผังเมืองของ Euralille ซึ่งเป็นสถานีรถไฟความเร็วสูงที่สำคัญทางภาคเหนือของประเทศฝรั่งเศส โดยมีสถาปนิกชื่อดังหลายท่านช่วยกันออกแบบอาคารสำคัญในย่านนั้น เช่น Jeun Nouvel, Shinohara, Laureate และ Christian de Portzamparc โดยอาคารกลาง Lille Grand Palais นั้นออกแบบโดย Rem Koolhaas ประกอบด้วยศูนย์การประชุม โถงนิทรรศการ ภายใต้หลังคาทรงครึ่งวงกลมที่โดดเด่นสะดุดตา

Garage Museum of Contemporary Art

สถาปนิกยอดนักคิด

แนวคิดที่โดดเด่นของของ Rem Koolhaas คือการออกแบบโดยอิงจากการสอบถาม การหาข้อมูล การวิจัยในแต่ละอาคาร เพื่อหาแนวความคิดรูปแบบใหม่ที่สามารถ “ตอบสนองการกระทำต่อการใช้งานและกิจกรรมของมนุษย์” (an act to edit function and human activities) โดยได้แรงบันดาลใจจาก Louis Sullivan และอีกหนึ่งความพิเศษของ Rem Koolhaas คือการที่เขามีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการออกแบบแต่ละโปรเจค เราเชื่อว่านั้นเป็นผลมาจากการที่เขาเป็นนักเขียน นักวิเคราะห์ จึงส่งผลให้สถาปัตยกรรมของเขาเป็นดั่งการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรม การวางผังเมือง และงานเขียน ที่แปลกใหม่และมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

CCTV Headquarters

มากไปกว่านั้นเขายังไม่มีสไตล์การออกแบบที่ตายตัว ผลงานของเขาในแต่ละโปรเจคนั้นค่อนข้างแตกต่างกัน เพราะเขาเชื่อว่าการทำงานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง หรือภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน ผลลัพธ์หรือสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นก็ย่อมแตกต่างกันนั่นเอง

Fondazione Prada

Location: Milan, Italy

Fondazione Prada ตั้งอยู่ที่เมือง Milan, Italy เป็นอาคารเพื่องานศิลปะและวัฒนธรรมของ Miuccia Prada และ Patrizio Bertelli สองผู้บริหารแบรนด์ Prada โดยพวกเขาให้ Rem Koolhaas และ OMA เป็นผู้ออกแบบ สิ่งที่น่าสนใจของ Fondazione Prada คือเป็นอาคารเก่าที่ถูกใช้เป็นโรงกลั่นเหล้าจินตั้งแต่ปี 1910 แต่ในปัจจุบันกลับถูกทิ้งร้าง จน Rem Koolhaas ได้เข้ามาปรับปรุงอาคารใหม่ทั้งหมด

เขาได้เปลี่ยนตึกร้างให้กลายเป็นอาคารที่มีฟาซาดสีทองโดดเด่นสะดุดตา และสร้างอาคารขึ้นมาใหม่ 3 อาคาร ประกอบด้วยแกลเลอรี ส่วนแสดงงานศิลปะ โรงภาพยนตร์ และห้องทดลอง โดยมีคอร์ทยาร์ดขนาดใหญ่กลางอาคารที่เชื่อมต่อพื้นที่ไปยังแต่ละส่วน

Fondazione Prada

BLOX

Location: Copenhagen, Denmark

BLOX หรือ Danish Architecture Center (DAC) ตั้งอยู่ที่เมือง Copenhagen, Denmark ประกอบด้วยสถานที่จัดนิทรรศการ ออฟฟิศ Co-working Space ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ฟิตเนส และอพาร์ทเม้นท์จำนวน 22 ห้อง ในตอนแรกสุดอาคารแห่งนี้ไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นอาคาร Mix – use แต่จากการศึกษาการดำเนินชีวิตของผู้คน โปรแกรม และความน่าสนใจของสถานที่ตั้ง จึงกลายเป็น BLOX ในปัจจุบัน

ไดอะแกรมแสดงแนวคิดอาคาร

ด้วยความที่อาคารตั้งติดริมแม่น้ำและสถานที่สำคัญหลายแห่งของ Copenhagen BLOX จึงกลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและพบปะสังสรรค์ของผู้คนในเมืองและนักท่องเที่ยว อีกทั้งรูปแบบอาคารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทรงกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้ามาเรียงตัวแตกต่างกัน ก็ยิ่งทำให้ BLOX เป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือน Copenhagen เลยทีเดียว

Qatar national library (QNL)

Location: Doha, Qatar

หอสมุดแห่งชาติในเมือง Doha, Qatar เป็นทั้งห้องสมุดประชาชนและห้องสมุดของมหาวิทยาลัย ที่รวบรวมหนังสือจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมทั้งเก็บรักษาหนังสือหายาก หนังสือมีคุณค่า และต้นฉบับภาษาและอารยธรรมอาหรับ – อิสลาม ซึ่งถือเป็นมรดกของประเทศ หอสมุดนี้มีหนังสือมากกว่าล้านเล่ม รองรับผู้อ่านได้มากกว่าพันคน และมีพื้นที่ถึง 42,000 ตารางเมตร

ภายในหอสมุดมีทั้งห้องอ่านหนังสือหลากหลายขนาด เช่น ห้องขนาดเล็กเป็นส่วนตัว ห้องขนาดใหญ่รองรับกิจกรรมแบบกลุ่ม และมีพื้นที่สำหรับการนั่งอ่านหนังสือกระจายตามตัวอาคารอีกด้วย

โถงกลางอาคารเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมมีทางเดินล้อมรอบ การออกแบบเช่นนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนั่งอ่านหนังสือหรือเดินหาหนังสือได้ง่ายและสะดวกกว่าห้องสมุดแบบปกตินั่นเอง

ชั้นวางหนังสือเปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของวัสดุและโครงสร้างอาคาร ด้วยการคุมโทนสีและใช้พื้นผิววัสดุชนิดเดียวกันกับพื้นและผนัง

การเป็นสถาปนิก นักวางผังเมือง และนักเขียนบทละครส่งผลให้ Rem Koolhaas มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สถาปัตยกรรมของเขาเกิดจากการผสมผสานกระบวนการคิดในรูปแบบต่างๆ จนยากที่จะหาคำจัดกัดความให้งานของเขา เรียกได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่มีตัวตนทั้งรูปแบบและสไตล์ และในปัจจุบัน Rem Koolhaas ก็ยังคงเป็นสถาปนิกผู้ก้าวผ่านข้อจำกัดต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่แปลกใหม่และเข้าถึงผู้คนมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก Archdaily, Pritzker prize, OMA, Worldarchitecture, Harvard[:]

0 comments on “Rem Koolhaas นักคิด นักเขียน และผู้สร้างสถาปัตยกรรมไร้รูปแบบ

Leave a Reply

%d bloggers like this: