ARCHITECTURE HOUSE

CENTRO บางนา-กิ่งแก้ว เชื่อมต่อสมดุลของการใช้ชีวิต ด้วยพื้นที่แห่งการพักอาศัย

แน่นอนว่าในช่วงจังหวะหนึ่งของชีวิตมนุษย์ ย่อมมีความคิดหรือความฝันที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหนึ่งหลัง ซึ่งถ้าพูดถึง ‘บ้าน’ แน่นอนว่าเป็นปัจจัยสี่ที่ทุกคนจำเป็นต้องมี เพราะบ้านถือเป็นพื้นที่ของความเป็นส่วนตัว เป็นสถานที่ที่ได้ใช้เวลาร่วมกับคนที่เรารัก และเป็นที่ที่ปลอดภัยและอบอุ่นใจมากที่สุด การเลือกที่อยู่อาศัยจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายๆ คนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆในชีวิต เพื่อให้สถาปัตยกรรมที่เรียกว่า ‘บ้าน’ นี้ ตอบโจทย์ต่อการอยู่อาศัยและสร้างสมดุลให้กับชีวิตได้มากที่สุด

ซึ่งโครงการ CENTRO บางนา-กิ่งแก้ว จาก บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้ ‘บ้าน’ ตอบโจทย์ต่อความต้องการของผู้อยู่อาศัย ซึ่งนอกจากจะเน้นที่ฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่แล้วยังคำนึงถึงฟังก์ชันเสริมอื่นๆ ที่จะมายกระดับการอยู่อาศัยให้มีความหมายมากขึ้น โดยวันนี้เราจะขอยกเหตุผลดีๆ มาบอกเล่าและอาจจะช่วยตอบคำถามได้ว่าทำไม CENTRO บางนา-กิ่งแก้วถึงตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ดี

เริ่มต้นการเชื่อมต่อที่ดีด้วยทำเลของโครงการ
ด้วยทำเลของโครงการที่ตั้งอยู่บน ถ.กิ่งแก้ว ที่สามารถเชื่อมต่อถนนบางนา-ตราดได้สะดวก ทำให้ย่านนี้คึกคักไปด้วยการสัญจรของแรงงาน รวมถึงเราจะเห็นการพัฒนาได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เริ่มเข้ามายังบริเวณพื้นที่ และรายล้อมไปด้วยแหล่งงานทั้งขนาดกลางและใหญ่ จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับหลายๆ ครอบครัวที่ใช้ชีวิตในย่านนี้ ซึ่งอาจกำลังมองหาที่พักอาศัยที่ใกล้กับที่ทำงาน เนื่องจากช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง ทำให้สามารถใช้เวลาอยู่กับครอบครัวได้เต็มที่ จึงเป็นที่มาของแนวคิดโครงการ “The gateway to life’s balance” โดยมองว่าพื้นที่โครงการบนทำเลศักยภาพแห่งนี้จะสามารถเป็นจุดเชื่อมต่อที่ช่วยสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้สมบูรณ์และมีความสุขมากขึ้น

มีแบบบ้านให้เลือกหลากหลาย ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย
นอกจากเรื่องของทำเลที่รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา ที่ถือว่าครบครันและตอบสนองต่อสมดุลของชีวิตของเราได้ดีแล้ว ปัจจัยต่อไปที่มักคำนึงถึงก็คงเป็นขนาดของพื้นที่ที่เหมาะสมกับกิจกรรมและการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย ซึ่งภายในโครงการ CENTRO บางนา-กิ่งแก้ว ก็สร้างทางเลือกให้กับผู้อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ โดยมีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ STELLA ,SELENA, MADDISON และ LAYTON ซึ่งถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิด ‘Modern Contemporary’  เราจึงเห็นรูปลักษณ์ของบ้านที่แสดงถึงความเรียบง่ายผสมผสานไปกับขนาดที่พอเหมาะ โดยถูกออกแบบมาภายใต้พื้นฐานความเข้าใจของการใช้ชีวิตและสามารถใช้งานได้จริง


STELLA แบบบ้านชนิดแรกที่ถือว่ามีขนาดเล็กที่สุดของโครงการ โดยมีพื้นที่ใช้สอย 154 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 2 ที่จอดรถ ถึงแม้จะเป็นแบบบ้านที่มีขนาดเริ่มต้น แต่ในแง่ของการออกแบบก็มีการออกแบบพื้นที่เพื่อให้ใช้งานได้จริง

แบบบ้าน STELLA

SELENA แบบบ้านแบบที่สอง ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันที่มากขึ้นเป็น 175 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 2 ที่จอดรถ และยังมีพื้นที่เอนกประสงค์ชั้นบน ซึ่งอาจจะเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นหรือกำลังขยับขยายนั่นเอง

แบบบ้าน SELENA

MADDISON บ้านที่ใหญ่ขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ และถือว่าเป็นแบบบ้านที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในโครงการ ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 2 ที่จอดรถและรวมถึงพื้นที่เอนกประสงค์ชั้นบนที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้

แบบบ้าน MADDISON

LAYTON มาถึงแบบบ้านหลังสุดท้ายที่ถือได้ว่าเป็นประเภทที่ทางโครงการนำเสนอเป็นพิเศษ ด้วยพื้นที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยถึง 225 ตร.ม. พร้อมด้วยฟังก์ชั่น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 2 ที่จอดรถ และพื้นที่เอนกประสงค์ชั้นบน ซึ่งบ้านหลังนี้จะมีฟังก์ชั่นห้องน้ำในตัวทุกห้องนอน และด้วยพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น ทำให้สามารถใช้งานฟังก์ชันของพื้นที่ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ซึ่งบริเวณห้อง Master Bedroom ที่ถือว่ามีขนาดใหญ่ พร้อมด้วยพื้นที่ Walk in closet รวมถึงพื้นที่เอนกประสงค์ชั้นบนที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับกิจกรรมภายในครอบครัวก่อนเข้านอนได้ ซึ่งด้วยความใส่ใจในการออกแบบ ทำให้ฟังก์ชั่นของแบบบ้านนี้ไม่เพียงแต่สามารถรองรับความเป็นส่วนตัวของสมาชิกภายในบ้าน แต่ยังมีพื้นที่ที่เชื่อมต่อความสัมพันธ์ของทุกคนในครอบครัวได้อย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว

แบบบ้าน LAYTON

แปลนบ้าน LAYTON ชั้น 1

แปลนบ้าน LAYTON ชั้น 2

รูปลักษณ์เรียบง่าย แต่เน้นพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง
จากบ้านตัวอย่างในรูปแบบบ้าน LAYTON ที่ทางเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมมา นอกจากรูปลักษณ์ที่จะมีความโมเดิร์นใช้สีสันที่เรียบง่าย ภายใต้แนวคิด ‘Modern Contemporary’ ที่ผสมผสานภาพจำอันอบอุ่นของบ้านลักษณะเดิมๆ ที่เราคุ้นตากัน อย่างเช่นฟาซาดด้านหน้าของบ้านที่เป็นระแนง กับโทนสีเทา ขาวที่ช่วยส่งเสริมให้บ้านดูเรียบง่ายในแบบโมเดิร์น โดยบริเวณพื้นที่ด้านในของตัวบ้านก็เน้นการออกแบบโดยใช้วัสดุเป็นกระจกสีเขียวตัดแสง เพื่อช่วยทำให้บ้านรู้สึกกว้าง โล่งและโปร่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยป้องกันความร้อนที่จะผ่านเข้ามาสู่บ้านของเราได้บ้าง

โดยจากบริเวณภายในของตัวบ้าน เราจะเห็นได้ว่าพื้นที่ฟังก์ชันจะถูกแบ่งสัดส่วนของการใช้งานได้ชัดเจน แต่ก็ยังคงความเชื่อมต่อของพื้นที่ ช่วยให้กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นภายในบ้านเชื่อมต่อและทำให้คนในครอบครัวเกิดปฏิสัมพันธ์กันได้ง่ายมากขึ้น และยังมีฟังก์ชันพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับใช้ให้เข้ากับกิจกรรมของครอบครัวนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี


ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมของการอยู่อาศัยด้วย FACILITIES ครบครัน
นอกจากกิจกรรมที่เราสามารถทำภายในบ้านได้แล้ว บ้านในฝันที่หลายๆ คนมองหาอาจรวมถึงพื้นที่ฟังก์ชันเสริมที่สามารถทำร่วมกับครอบครัวเพื่อช่วยให้ทุกกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในชีวิตนั้นมีคุณภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับที่โครงการ CENTRO บางนา-กิ่งแก้ว ที่มีส่วนของฟังก์ชันเสริมเพื่อช่วยตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัย โดยมีบริการในส่วนของพื้นที่ CLUBHOUSE ขนาดใหญ่ ที่ออกแบบโดยใช้รูปทรงสามเหลี่ยมเรขาคณิตมาดัดแปลงในส่วนของอาคารและฟาซาดด้านหน้าที่เป็นระแนงซึ่งล้อไปกับตัวบ้าน ทำให้เกิดรูปร่างและมิติของเงาที่น่าสนใจ



โดยภายใน CLUBHOUSE ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองการอยู่อาศัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อมด้วยสระเด็กที่ช่วยให้ครอบครัวที่มีลูกเล็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ พื้นที่ Co-working space ที่มีถึง 2 ห้อง โดยสามารถใช้นั่งอ่านหนังสือ หรือจะมีการจัด meeting เล็กๆ โดยออกแบบส่วนห้องหลักให้เป็นพื้นที่แบบ Double Volume เพื่อช่วยให้บรรยากาศในการทำกิจกรรม โปร่งและไม่อึดอัดอีกด้วย


นอกจากนี้ยังมีส่วนฟิตเนสที่ใช้เครื่องเล่นในรูปแบบ TRX  ซึ่งถือว่ากำลังเป็นนิยมในหมู่ของคนที่ชอบออกกำลังกาย และยังมีส่วน Kids room ที่รองรับกิจกรรมในการเล่นของเด็กๆ ได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว


บรรยากาศภายในโครงการที่โปร่ง โล่ง สงบและสบาย
อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาเมื่อเข้ามายังโครงการ CENTRO บางนา-กิ่งแก้ว แห่งนี้ก็คือความโล่ง สบาย และสงบภายในโครงการ ซึ่งถนนหลักและรองภายในโครงการก็กว้างถึง 16 ม.และ 9 ม. เลยทีเดียวทำให้บรรยากาศโดยรวมดูโปร่ง ไม่แคบและรู้สึกอึดอัดนอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนส่วนกลางกว่า 2 ไร่ซึ่งออกแบบให้มีเส้นทางวิ่ง เพื่ออำนวยความสะดวกต่อกิจกรรมที่จะทำให้ชีวิตสมบูรณ์มากขึ้นนั่นเอง


ยกระดับความสะดวกสบายอีกขั้นด้วย Home Automation
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่ทุกคนย่อมโหยหาโดยเฉพาะในยุคที่เกิดการพัฒนา ทุกสิ่งเกิดขึ้นและตอบสนองเราได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคงจะดีไม่น้อยถ้าหากที่อยู่อาศัยก็สามารถสร้างความสะดวกสบายให้เราได้ ซึ่งภายในโครงการ CENTRO บางนา-กิ่งแก้ว ก็มีฟังก์ชันเทคโนโลยี Home Automation ที่ตอบโจทย์ต่อคนยุคใหม่ โดยสามารถสั่งการและดูแลบ้านด้วยระบบปฏิบัติการผ่านมือถือ สามารถดูกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอมือถือ หรือสั่งการเปิดปิดไฟ และแอร์ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว


โครงการ CENTRO บางนา-กิ่งแก้วจึงถืออีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เนื่องจากเป็นโครงการบ้านพักอาศัยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์ต่อการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยทั้งภายในบ้านและฟังก์ชันที่เสริมเข้ามา รวมถึงทำเลของโครงการที่อยู่ใกล้กับเมกา บางนา ที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาที ทำให้การใช้ชีวิตภายในเมืองสะดวกสบาย และสร้างสมดุลให้กับชีวิตของเราให้สมบูรณ์มากขึ้น โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 7.5-12 ล้าน  โปรโมชั่น CENTRO บางนา-กิ่งแก้ว ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 200,000 บ.* พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษวัน PRESALE 22-23 ก.พ. นี้ ลงทะเบียนคลิก https://bit.ly/2ZQSEDF

Avatar

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

0 comments on “CENTRO บางนา-กิ่งแก้ว เชื่อมต่อสมดุลของการใช้ชีวิต ด้วยพื้นที่แห่งการพักอาศัย

Leave a Reply

%d bloggers like this: