รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสุขของสมาชิกในครอบครัว คือหัวใจสำคัญของครอบครัวขยาย รากฐานของสังคมไทยที่มีมายาวนาน และเป็นเหมือนกับสังคมอุดมคติที่สร้างคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนในครอบครัว หากแต่สังคมเมืองและกาลเวลาทำให้นิยามความเป็นครอบครัวแตกต่างไปจากแต่ก่อน – ความสุขลดลง คุณภาพชีวิตแย่ลง สังคมผู้สูงอายุ

ทั้งหมดคือโจทย์ที่ MULBERRY GROVE Sukhumvit ต้องการจะสร้างโมเดลเพื่อการอยู่อาศัยที่เป็นของคนทุกวัยผ่านแนวความคิด “DESIGN FOR THE FINEST INTERGENERATION LIVING คอนโดที่ออกแบบเพื่อทุกเจเนอเรชั่น” โดยใช้งานดีไซน์เข้ามาสร้างพื้นที่แห่งความสุขอย่างยั่งยืน

“เพราะจุดหมายสูงสุดของเราคือ เราอยากให้ทุกเจนเนเรชั่น กลับมามีความสุขกันเหมือนสมัยก่อนที่ครอบครัวไทยอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ แล้วเราเชื่อว่าการที่พอมีความสุขอย่างแท้จริงจากพื้นฐานของครอบครัว มันจะทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรง ทำให้ประเทศชาติพัฒนาได้ดีขึ้น”

ปฏิสัมพันธ์คือสารตั้งต้นของความสุข

จากงานวิจัยโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่บอกว่ากลุ่มตัวอย่างไทย 70.8% อยากอยู่ด้วยกัน งานออกแบบโมเดลของอสังหาริมทรัพย์และสถาปัตยกรรมเพื่อครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น โดยจุดประสงค์สำคัญที่ต้องการตอบความต้องการของผู้อยู่อาศัยหลายรุ่น โดยเริ่มจากการศึกษาพฤติกรรมการใช้ชีวิตจริงตลอดทั้งวันของผู้คนแต่ละรุ่น เพื่อแปลออกมาเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกและการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบรูปแบบการใช้ชีวิตไม่เพียงกับคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่กับทุกคนในครอบครัว

บ้านที่ดีย่อมเป็นความสุขของคนทั้งครอบครัวถูกแปลความหมายผ่านงานดีไซน์ด้วยการคิดแบบ Inside Out โดยเริ่มจากพื้นที่ใช้สอยภายในที่จะต้องครบถ้วนอย่างที่สมาชิกทุกคนต้องการ ในส่วนการใช้ชีวิตกับหลากหลายช่วงวัย ได้นำหลักการของ Universal Design เข้ามาเพื่อจัดการระยะของพื้นที่ให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย และสุดท้ายกับพื้นที่พิเศษ NOOK MULTI-PURPOSE SPACE พื้นที่ยืดหยุ่นสำหรับกิจกรรมทั้งกึ่งเอาต์ดอร์และอินดอร์ที่แต่ละครอบครัวเลือกได้เองว่าอยากให้พื้นที่นี้ใช้ทำอะไร โดยเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลางส่วนห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร เพื่อให้บรรยากาศของครอบครัวยังคงอบอวลอยู่ในบ้านเสมอ

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและเทคโนโลยี

พื้นที่ภายในทั้งหมดถูกออกแบบด้วยหลักสำคัญคือ การสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้อาศัยทุกช่วงวัย และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทั้งสะดวกในระยะที่สบาย ผังพื้นภายในจึงมองเห็นกันได้ทั้งหมด และถูกจัดสรรอย่างชาญฉลาดเพื่อการทำกิจกรรมได้แบบเต็มที่ ยกตัวอย่างครัวปิด เป็นพื้นที่สำหรับทำครัวที่มีขนาดพอเหมาะพอดี เคลื่อนย้ายตัวได้สะดวก หรือจะทำครัวครั้งละหลายคนก็ได้เพื่อสร้างให้ครัวเป็นพื้นที่กิจกรรมอีกแห่ง เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนอื่นๆ หรือ NOOK MULTI-PURPOSE SPACE พื้นที่อเนกประสงค์ที่เกิดจากการเวิร์คช็อปเพื่อค้นหาพื้นที่พิเศษแบบที่สมาชิกทุกคนในบ้านต้องการ

งานดีไซน์ในพื้นที่ห้องยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยี อย่างการใช้ระบบ ERV System เพื่อเติมออกซิเจนให้มีระดับที่เหมาะสมกับการนอน เพื่อเพิ่มคุณภาพการนอนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งก็เป็นโจทย์หนักของดีไซเนอร์ที่ว่า จะออกแบบอย่างไรให้ทุกอย่างต้องอยู่ร่วมกันได้ โดยที่ทั้งสวยงามและฟังก์ชั่นดี ความงามที่เกิดขึ้นจึงเป็นผลสะท้อนที่ว่างานดีไซน์ที่ดีสามารถเกิดขึ้นได้พร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

สถาปัตยกรรมสร้างพื้นที่เพื่อคนทุกวัย

“เราออกแบบบ้านเพื่อให้สมาชิกทุกคนรู้สึกว่าที่นี่แหละ เป็นที่ของเรา” งานสถาปัตยกรรมอาคารภายนอกจึงนำคำสำคัญนั่นคือ Timeless-เป็นอมตะ และ Memorable-มีค่าน่าจดจำ ด้วยตัวโครงการที่ตอบสนองกับคนหลายช่วงวัย หลากหลายความชอบที่แตกต่างกัน สถาปนิกเลือกเอาแรงบันดาลใจจากยุค Art Deco มาใช้ โดยเลือกนำกลิ่นอายและคาแร็กเตอร์หลัก อย่างการใช้เส้นตั้งนำสายตา ดีเทลเล็กน้อยในการออกแบบ และการเลือกวัสดุสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานกลายเป็นสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัยจากเส้นสายของอาคารที่เป็นแบบเส้นตั้ง มีการใช้วัสดุตกแต่งคู่ตรงข้ามระหว่างวัสดุสีเข้มอย่าง Antique Bronze ตัดกับหินสีสว่าง ใช้การพับของฟาซาดกับวัสดุโลหะหรือกระจกแวววาว รวมทั้งการใช้ฟินแนวตั้งร่วมกับกระจกแบบ Full-Height Glass ซึ่งมีฟังก์ชันทั้งในเรื่องการตัดแสงสะท้อนจากแดดไปพร้อมกับการสร้างเท็กซ์เจอร์ให้กับอาคาร

ตัวอาคารลดหลั่นเล่นระดับตั้งแต่ส่วน Podium ล่างสุดไล่จนถึงส่วนยอดอาคาร กลายเป็นสวนเอาต์ดอร์ที่ลิ้งค์เข้ากับกิจกรรมภายในอาคาร และที่สำคัญคือ อาคารแห่งนี้ไม่มี Dead Space หรือพื้นที่ปิดตายเลยสักแห่งเดียว จากเหตุผลทั้งเรื่องความปลอดภัยและการใช้งานพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

พื้นที่ปฏิสัมพันธ์ กับกิจกรรมสำหรับทุกคน

ความท้าทายของงานออกแบบในครั้งนี้ คือการดึงเอาใจความสำคัญจากพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนทุกช่วงวัยมาประสานเพื่อสร้างพื้นที่ที่ตอบความต้องการอย่างแท้จริง จึงเกิดเป็นเรื่องราวของการใช้ชีวิตที่บอกเล่าผ่านงานดีไซน์ของ “เขียวยั่งยืน”

เริ่มต้นจากพื้นดินชั้นล่างสุดที่ให้คนเมืองได้สัมผัสดินกับต้นหญ้าและธรรมชาติที่เคยขาดหายไปจากชีวิต แบ่งเป็นสวนหลักๆ ได้แก่ GOURMET COURTYARD สวนปลูกพืชผักสวนครัวที่ลูกบ้านสามารถมาร่วมกันปลูกผักไว้รับประทานเองได้, ENGLISH COURTYARD สวนรับแขก นั่งเล่นในวันสบายๆ สไตล์อังกฤษ และ INTERGENERATION COURTYARD สวนที่พร้อมทั้งบ้านต้นไม้ อุปกรณ์ออกกำลังกาย สำหรับคนทุกวัย

ในส่วนงานสถาปัตยกรรม พื้นที่เอาท์ดอร์ยังคงเป็นส่วนสำคัญเพื่อสร้างคุณภาพชีวิต โดยรูปฟอร์มของอาคารเกิดขึ้นจากโปรแกรมการใช้งานที่มีความหลากหลาย ตัวอาคารที่ลดหลั่นกันจึงเป็นส่วนสร้างพื้นที่ ไฮไลท์สำหรับกิจกรรมตามความเหมาะสมของระดับในแนวดิ่งที่มีความต่อเนื่องจากพื้นที่ภายในห้องออกสู่เอาท์ดอร์

เริ่มจากอาคารระดับล่างที่อยู่ในระดับเดียวกับถนนและรถไฟฟ้า BTS คาแร็กเตอร์จึงเป็นเรื่องความแอ็คทีฟ จึงจัดสรรเป็นพื้นที่ THE MULBERRY’S LIBRARY เป็นห้องสมุดสำหรับนั่งทำการบ้าน ทำงาน ถัดขึ้นไปในระดับกลางเป็นพื้นที่ INTERGENERATION WELL-BEING กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพทั้งกิจกรรมแอ๊คทีฟแบบกีฬา และส่วน Wellness ที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมไปถึงพื้นที่ RESIDENCE LOUNGE สำหรับสร้างกิจกรรมปฏิสัมพันธ์ในวันพักผ่อนของคนแต่ละช่วงวัย และส่วนดาดฟ้าชั้นบนสุดที่เป็นพื้นที่เอาท์ดอร์ ซึ่งเปิดสายตาออกสู่เมืองที่รายรอบ

ก้าวแรก เพื่อก้าวต่อไปที่ดีกว่า

MULBERRY GROVE Sukhumvit เหมือนกับเป็นโปรโตไทป์ให้กับการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยสำหรับคนต่างช่วงวัยให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและเกิดคุณภาพชีวิตสูงสุดผ่านงานดีไซน์ ที่ได้รับการศึกษาอย่างละเอียดทั้งในแง่โจทย์ตั้งต้น และการแปลความหมายออกมาเป็นงานดีไซน์ หากแต่การพัฒนายังคงไม่หยุดนิ่ง

ตอนนี้ปัญหาที่พบอาจเป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง มันยังมีดีเทลอีกเยอะที่ยังต้องคงศึกษาต่อไป หาความต้องการที่ซ่อนไว้ของผู้บริโภค แล้วตีความออกมาเป็นโปรดักต์ที่สร้างสังคมแบบ Intergeneration ให้เกิดขึ้นได้จริงในเมืองไทย และโมเดลเช่นนี้ที่จะช่วยสร้างส่วนผสมใหม่ๆ ให้กับงานสถาปัตยกรรม เพื่อให้มีคำตอบใหม่ๆ ที่ขยายความได้กว้างออกไป และใช้งานออกแบบเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับครอบครัวไทย

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ http://bit.ly/2RKyQhz

หรือโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 084 -2442456

Avatar
Posted by:skiixy

อดีตนักเรียนสัตวแพทย์ผู้หลงใหลในเส้นสายสถาปัตยกรรม ก่อนผันตัวเองมาเรียน'ถาปัตย์ และเลือกเดินบนถนนสายนักเขียนหลังเรียนจบ สามสิ่งในชีวิตที่ชอบตอนนี้คือ การได้ติ่ง ไปญี่ปุ่น และทำสีผม

Leave a Reply