ว่ากันว่า ‘ฐานราก เสา คาน’ เปรียบเสมือนโครงกระดูกของอาคาร เพราะเป็นโครงสร้างหลักที่จะช่วยพยุงและรองรับน้ำหนักของอาคารทั้งหลังไว้ ความแข็งแรงของโครงสร้างเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงอันดับต้นๆสำหรับการรีโนเวทอาคารเก่า โดยเฉพาะกับอาคารประเภทตึกแถวหรือทาวน์เฮาส์ที่ส่วนใหญ่มีการใช้โครงสร้างร่วมกัน หากตรวจสอบแล้วโครงสร้างไม่แข็งแรง ก็ควรรีบทำการแก้ไขในส่วนของโครงสร้างนั้นๆก่อนทำการรีโนเวท ซึ่งอาคาร ‘HD1 Building’ สำนักงานโฉมใหม่ของบริษัท ‘TRI-EN SOLUTION’ ก็เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์รีโนเวทที่แก้ปัญหาเรื่องความไม่แข็งแรงของโครงสร้างบ้านทาวน์เฮาส์ 4 คูหาติดกัน ด้วยฝีมือการออกแบบของ ‘คุณณรงค์ โอถาวร’ สถาปนิกจาก SO ที่ทำให้บรรยากาศภายใต้อาคารหลังนี้ดูอบอุ่นและทำให้ทุกๆวันของการทำงานมีความสุขเหมือนวันแรกที่มาทำงาน

‘HD1 Building’ คือบ้านหลังใหม่ย่านโชคชัยสี่ ของ ‘TRI-EN SOLUTION’ บริษัทให้คำปรึกษา ออกแบบ และติดตั้งด้านวิศวกรรมระบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบประปา ซึ่งก่อนรีโนเวทได้มีการสำรวจโครงสร้างแล้วพบว่า โครงสร้างค่อนข้างผิดรูปแบบและไม่ได้มาตรฐาน อย่างเสาไม่ตรงจุดกึ่งกลาง คานเล็ก พื้นบาง พูดง่ายๆว่า นอกจากห้ามเติมน้ำหนักเข้าไปเพิ่มแล้ว การรับน้ำหนักของเดิมจริงๆก็ไม่แข็งแรงนัก สถาปนิกจึงออกแบบโดยเริ่มต้นจากการรื้อผนังปูนด้านในของทาวน์เฮาส์ ทั้ง 4 คูหาออก แล้วแทนที่ด้วยผนังเบาเพื่อให้น้ำหนักอาคารน้อยลง รวมถึงออกแบบโครงสร้างเสริมความแข็งแรงของอาคารใหม่ด้วยโครงTruss ขนาดใหญ่ภายนอกอาคาร ซึ่งได้กลายมาเป็นแนวคิดหลักและเส้นสายของFacade ที่สะท้อนตัวตนของ TRI-EN SOLUTION ได้เป็นอย่างดี

“แทนที่จะปล่อยให้น้ำหนักทั้งหมดมาลงที่โครงสร้างหลักอย่างเสาและคานเพียงอย่างเดียว เราทำองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมเป็นตัวรับน้ำหนักเลยได้ไหม? ให้มองว่า ภายในหนึ่งชั้นของอาคาร คือคานหนึ่งเส้น การทำให้กรอบนอกทั้งอาคารกลายเป็นโครงtrussรับน้ำหนักในแต่ละชั้น เหมือน space truss ขนาดใหญ่ที่คนสามารถเข้าไปใช้งานได้ มันทำให้แต่ละชั้นช่วยกันรับน้ำหนักซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างทั้งหมดไปในตัว” สถาปนิกอธิบายแนวคิดของการแก้ไขปัญหาเรื่องโครงสร้างโดยการเลือกออกแบบโครงสร้างTruss ที่เป็นโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา แต่สามารถรับน้ำหนักได้มากและมีช่วงวางพาดได้กว้าง รวมถึงสามารถออกแบบรูปทรงให้สวยงามได้ตามต้องการ

โครงTrussทั้งหมดที่กล่าวไปนี้ สถาปนิกออกแบบให้ล้อมรอบบ้านหลังที่ 1-3 เท่านั้น ส่วนหลังที่ 4 ยังคงรูปแบบของบ้านทาวน์เฮาส์แบบเดิมไว้ เพราะเจ้าของบริษัทต้องการให้บ้านหลังที่4 ถูกรีโนเวทน้อยที่สุด เพื่อเป็นบับเฟอร์ป้องกันเสียงขณะก่อสร้างไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้านหลังที่อยู่ติดกันนั่นเอง

เบื้องหลังของโครง Truss ยังมีดับเบิ้ลสกิน หรือผนังโดยรอบของตัวอาคารอีกหนึ่งชั้นที่ถูกออกแบบให้เป็นผนังกระจกใสในโซนทำงานและพื้นที่ส่วนกลาง นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักของตัวอาคารลงแล้ว ยังช่วยเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับธรรมชาติภายนอก เปิดรับแสงแดด ทำให้ตัวอาคารดูมีความโปร่งมากขึ้นกว่าเดิม โดยสถาปนิกออกแบบผนังด้านที่ติดถนนใหญ่ให้มีระยะล่นเข้าไป 70 เซนติเมตร (ต่างจากอีกสองด้านที่เหลือที่มีระยะล่นเพียง 25 เซนติเมตร) เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวที่มอบความร่มรื่นให้แก่ผู้ใช้งานภายในอาคารต่อไปในอนาคตด้วย

นอกจากนี้ยังมีการออกแบบช่องแสงด้านบนหรือสกายไลท์อยู่ตรงกลางอาคารเพิ่มเติม ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อในทุกๆชั้น ตั้งแต่ชั้น 4 ลงมาจนถึงชั้น 1

การวางผังภายในเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและสามารถใช้งานได้จริงตามแบบฉบับสำนักงานทั่วไป เช่นเดียวกับการตกแต่งภายในที่ใช้องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมเป็นเครื่องปรุงแต่งความสวยงามไปในตัว โทนสีขาวและสีดำถูกเลือกมาเป็นตัวแทนของความเรียบง่าย บวกกับความโปร่งใสของกระจกที่เป็นตัวแบ่งสัดส่วนต่างๆภายใน เพื่อลดน้ำหนักให้กับอาคารและเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆทางการมองเห็น เพิ่มบรรยากาศภายในให้น่าทำงานมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้สิ่งที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาเป็นพิเศษคือ พื้นที่อำนวยความสะดวกและพักผ่อน อย่างแคนทีน ฟิตเนส ระเบียงภายนอกในชั้น 4 ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของบริษัทตั้งโจทย์ไว้ตั้งแต่ต้นว่าอยากให้พนักงานทุกคนรู้สึกว่าที่นี่เป็นเหมือนบ้านอีกหลัง ที่เขาสามารถมาใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่ใช่มาทำงานเพียงอย่างเดียว

“ในแง่ของเจ้าของและพนักงานเขาแฮปปี้กันมาก เพราะเขารู้สึกว่านี่คือบ้านอีกหลังหนึ่งของพวกเขา ที่ไม่เพียงแค่มาทำงานเท่านั้น แต่หากยังใช้เวลาพูดคุย จิบกาแฟ พักผ่อน ออกกำลังกายได้ เลยตั้งชื่ออาคารนี้ว่า HD 1 Building มาจาก Home day one ที่สร้างบรรยากาศทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ทุกๆวันที่มาทำงานที่นี่เหมือนวันแรกที่ได้เข้ามาทำงานกับบริษัทนี้อย่างมีความสุข” สถาปนิกกล่าวมาถึงตอนสุดท้ายเกี่ยวกับมุมมองของเจ้าของบริษัทที่มอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงาน ผ่านการออกแบบที่ตรงไปตรงมา ให้สถานที่แห่งนี้มีแต่ความอบอุ่น และเป็นบ้านหลังที่สองของทุกคนอย่างสมบูรณ์แบบ

Location: โชคชัย 4
Architect: SO Architect
Photographer: จิณณวัตร บริหารกิจอนันต์

Avatar
Posted by:Janjitra Horwongsakul

สถาปนิก ผู้หลงใหลในการเดินทางและสเปซคลีนๆบนภาพฟิล์ม อดีต'นักคิดคำถาม'ของปริศนาฟ้าแลบ ที่ผันตัวเองมาเป็น'นักเล่าความรู้(สึก)'ผ่านตัวหนังสือ

Leave a Reply