อีกหนึ่งความคิดเรื่อง “สถาปัตยกรรมบ้าน หลังโควิด-19 จะเปลี่ยนไปอย่างไร?” เราชวนคุณแก้ว คำรน สุทธิ แห่ง Eco Architect มาคุยเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา กับคำตอบของ “บ้าน” ในทิศทางใหม่ ซึ่งอาจเป็น New Normal ที่ทุกคนให้ความสำคัญในอนาคตอันใกล้

หลังจากเหตุการณ์โรคระบาดครั้งนี้ คุณแก้วคิดว่าจะส่งผลต่อคนอย่างไร?

ผมคิดว่าคนจะเริ่มใส่ใจสุขภาพและรักษาความสะอาดเพิ่มมากขึ้น ความสะอาดทั้งที่อยู่อาศัย และร่างกาย ที่ส่งผลต่อสุขอนามัย คนจะหันมาออกกำลังกายจากคอสออนไลน์มากกว่าไป fitness  รวมถึงคนจะเริ่มมองหาความมั่นคงทางอาหารมากขึ้น เพื่อที่จะอยู่ให้ได้ในสภาวะที่ไม่ปกติ เช่น เกิดโรคระบาด ภัยธรรมชาติที่นับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และยาวนานขึ้นเรื่อยๆ

จะส่งผลต่อเจ้าของบ้านหรือ owner อย่างไร?

บ้านจะกลายเป็นปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญมากๆ คนที่ไม่เคยมีบ้าน จะอยากมีบ้านมากขึ้น และจะให้ความสำคัญกับรายละเอียดการออกแบบบ้านมากขึ้น ทั้งในแง่ฟังก์ชั่น ประโยชน์ใข้สอยที่ตอบรับกับ  lifestyle  ปลอดภัยจากเชื้อโรค ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ และคนจะโหยหาธรรมชาติมากขึ้น  อยากมีสวนในบ้าน อยากมีพื้นทีผ่อนคลาย อยากมีมุมถ่ายรูปสวยๆในบ้านไว้อวดเพื่อนทาง facebook และอยากมีบ้านที่อยูสบายจริงๆ เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้คนต้องอยู่บ้านมากขึ้นกว่าเดิม

สุดท้ายส่งผลต่อสถาปัตยกรรมบ้านอย่างไร (อาจจะแบ่งเป็นในเชิงฟังก์ชั่น และ ความงาม)

ส่งผลต่อสถาปัตยกรรมที่เป็นบ้านแน่นอนครับ ทั้งในแง่ของฟังก์ชั่น และรูปแบบอาคาร เริ่มจากทางเข้าบ้านอาจจะต้องมีบ่อสำหรับล้างล้อรถ เพื่อล้างสิ่งสกปรกและเชื้อโรคที่อาจติดมาจากการเดินทาง  ก่อนเข้าพื้นที่บ้านอาจจะต้องมีพื้นที่ล้างมือล้างเท้า คล้ายบ้านไทยในอดีตที่มีบ่อล้างเท้าหรือตุ้มนำ้ที่หน้าบันได พอเดินเข้าบ้านอาจต้องไปที่ Changing Room ก่อนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและซักผ้าก่อนเดินเข้าตัวบ้าน ระบบอัตโนมัติในบ้าน จะถูกนำมาใช้มากขึ้น เพื่อลดการสัมผัสและการแพร่เชื้อโรค เช่น เปิดปิดประตูอัตโนมัติ เปิดปิดไฟแสงสว่างอัตโนมัติ เป็นต้น

รูปแบบบ้านต้องเป็นบ้านที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ และเอนกประสงค์มากๆ เช่น เรียนหนังสืออนไลน์ได้ work from home ได้ ต้องสามารถรองรับการการใช้ชีวิตในบ้านระยะเวลานานๆ ได้ ต้องมีความสุนทรีย์ เนื่องจากเวลาที่เราอยู่กับที่นานๆ เราจะเกิดความเครียด บ้านจึงควรจะ relax ประมาณหนึ่งเลยครับ มีพื้นที่ในการสร้างอาหารเองได้อย่างง่ายๆ เช่นพื้นที่ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงไก่ไข่ เป็นต้น

สุดท้าย บ้านต้องเป็นบ้านที่อยู่สบาย และหายใจร่วมกับธรรมชาติได้ เพราะในอนาคต คนจะใช้ชีวิตในบ้านมากกว่านอกบ้าน  บ้านที่อยู่สบายจะสร้างความสุข และเติมพลังชีวิตได้มากกว่า ธรรมชาติจะช่วยให้เราผ่อนคลาย หายใจได้เต็มปอด ส่งผลให้สุขภาพด้านร่างกายและจิตใจแข็งแรงขึ้น

ในเชิงวิชาชีพสถาปนิก ตอนนี้ได้รับผลกระทบอย่างไร

ตอนนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากเป็นสถาปนิกในสำนักงานออกแบบ เพราะสามารถทำงานออกแบบที่ไหนก็ได้  การส่งงานแบบออนไลน์ และการชุมออนไลน์ ก็เป็นเรื่องปกติที่ทำกันมานานพอสมควรแล้ว  แค่เปลี่ยนที่ทำงานจากเคยทำงานที่ออฟฟิศ เป็นทำงานที่บ้าน ซึ่งพอปรับตัวได้ก็จะเป็นเรื่องปกติ  ส่วนตัวคิดว่าสถาปนิกบริษัทรับเหมาก่อสร้าง และคอนซัลท์ก่อสร้าง ค่อนข้างจะมีผลกระทบเพราะต้องไปตรวจงานก่อสร้างและประชุมไซท์ก่อสร้าง ซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากพบปะผู้คนค่อนข้างเยอะ และไซท์งานก่อสร้างบางแห่งอาจต้องหยุดก่อสร้างมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาพเศรษฐกิจโดยรวมส่งผลให้ต้องหยุดหรือชะลอโครงการ หรือร้านขายวัสดุก่อสร้างไม่สามารถส่งของหรือเปิดหน้าร้านได้ เป็นต้น ทำให้สถาปนิกสายก่อสร้างได้รับผลกระทบสูงกว่าครับ

แต่ถ้าเหตุกาณ์ Covid-19 ไม่ดีขึ้น และระบาดต่อเนื่องยาวนานเป็นปี คิดว่าส่งผลต่อปริมาณงานออกแบบแน่นอนครับ อันนี้ต้องเตรียมตัวรับมือเอาไว้

หลังจากนี้ สถาปนิกหรือนักออกแบบ ควรปรับตัวอย่างไรไหม?

หลังจากนี้การทำงานออนไลน์ หรือทำงานที่บ้าน จะเป็นเรื่องปกติของนักออกแบบและสถาปนิก การนำเสนองานและหางานผ่านช่องทาง โซเชียลมีเดีย จะมีความเข้มข้นมากขึ้น เราจะได้รู้จักและเรียนรู้งานจากสถาปนิกจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นผลดี ทักษะการสื่อสารและความน่าสนใจในการนำเสนองานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และต้องมีแนวทางการทำงานออกแบบที่เป็นตัวของตัวเองมากๆ ไม่เช่นนั้นแล้วเราก็จะเหมือนนักออกแบบคนอื่น ไม่โดดเด่น และไม่เป็นที่เป็นที่จดจำ และต้องเตรียมพร้อมตัวเองให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกนี้ให้ได้  เช่นเดียวกับเหตุการณ์การเกิดโรคระบาดของไวรัส Covid-19 ครั้งนี้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 เป็นต้นแบบที่ดีในการเตรียมพร้อมตัวเอง และสามารถใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยทุกเหตุการณ์ และทุกสาขาอาชีพ เพียงแค่เราพยายามค้นหาตัวเองให้เจอว่าเราชอบอะไร ถนัดอะไร และนำความชอบและความถนัดมาสร้างงานออกแบบอย่างมีเหตุมีผล ให้งานมี “คุณค่า” (อันนี้สำคัญมาก) และส่งมอบคุณค่าให้ถึงมือลูกค้าให้ได้ ถ้างานเรามีคุณค่า ผู้คนจะรับรู้ได้และจะจดจำ

รวมถึงจะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้เรา ช่วยแนะนำและปกป้องเรา ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันให้เราได้ดีมาก เราควรหาความรู้อยู่ตลอดเวลาเพื่อพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง งานออกแบบก็ต้องทำให้ผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักออกแบบรุ่นน้องๆต่อไปครับ เมื่อเรามีความรู้เพียงพอ เราก็ควรที่จะแบ่งปันความรู้เหล่านั้น เพื่อให้วิชาชีพออกแบบของเราก้าวหน้าและเข้มแข็งไปด้วยกัน ในสายวิชาชีพเดียวกันเราจึงควรรัก สามัคคี และแบ่งปันกัน จะทำให้เราทุกคนอยู่รอดได้ในทุกๆสถานะการณ์

คิดว่าเทรนด์การออกแบบของโลก จะเปลี่ยนไปในทางไหน อย่างไร?

สืบเนื่องจากปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อม การบริโภคและการปล่อยของเสีย ของมนุษย์ ที่มากเกินความสมดุลย์ที่ธรรมชาติจะรับมือได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาโรคระบาด และภัยธรรมชาติที่นับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และยาวนานขึ้นเรื่อยๆ คนจึงเริ่มตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้มากขึ้น การออกแบบในแนวทาง Sustainable Architecture จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยฟื้นฟูและดูแลสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การก่อสร้าง และการบริหารการใช้งานอาคาร ทำอย่างไรที่จะใช้ประโยชน์จากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลธรรมชาติให้อยู่กับเราไปนานๆ ถ้าเรื่องเหล่านี้อยู่ในจิตใต้สำนึก หรือสายเลือดของสถาปนิกนักออกแบบทุกคน พี่ว่าจะทำให้ ชุมชน เมือง จังหวัด ประเทศ และโลกใบนี้มีสุขภาพที่แข็งแรง น่าอยู่แน่นอน แค่เราเริ่มจากจุดเล็กๆคือตัวเราเอง

Avatar
Posted by:ekkarach laksanasamrith

สถาปนิกที่เชื่อว่า "ตัวหนังสือ" มีพลังพอๆกับ "สเปซ" และ "การเขียนหนังสือ" ก็ใช้สกิลไม่ต่างจาก "การเขียนแบบ" ใน AUTO Cad

Leave a Reply