หากมองในฐานะผู้ใช้งานสักอาคารหนึ่ง นอกจากความสวยงามที่เราเห็นในงานสถาปัตยกรรม มีสิ่งใดที่เราสัมผัสได้อีกบ้าง? สเปซที่ถูกออกแบบตั้งใจพาเราไปในทิศทางที่ต้องการให้เป็น สเปซที่เอื้อให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น สเปซที่สร้างความรู้สึกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิ่ง สงบ สนุก ผ่อนคลาย หรือแม้แต่บรรยากาศที่ออกแบบให้เราดื่มด่ำกับธรรมชาติ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ที่คุณอาร์ต-อยุทธ์ มหาโสม แห่ง Ayutt and Associates design (AAd) ตั้งใจเสาะหาความหมายของสถาปัตยกรรมบนเส้นทางของการเป็นสถาปนิก
หลังจากเราเข้าไปยังออฟฟิศ AAGroup จึงถือโอกาสพูดคุยกับคุณอาร์ตถึงเส้นทางการออกแบบ กว่าจะออกมาเป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่มักจะสร้างคำถามให้ใครหลายคนๆ บทสนทนายามสายเริ่มต้นด้วยการที่คุณอาร์ตเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของ AAd ด้วยท่าทางผ่อนคลาย สบายๆ อย่างเป็นกันเอง

01 : เริ่มต้นจากจุดอิ่มตัว
“ตอนเรียนจบมาใหม่ๆ ผมมีโอกาสทำงานที่ WOHA สิงคโปร์ ซึ่งเติบโตมาจากการทำบ้านส่วนบุคคลเป็นหลัก หลังจากนั้นพัฒนามาเป็นงานสาธารณะอย่างคอนโดมิเนียม อาคารเชิงพาณิชย์ หรือรีสอร์ท โดยขึ้นชื่อเรื่อง Green Architecture เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ตรงนี้เลยเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการหล่อหลอมประสบการณ์ต่างๆ จนกระทั่งมาเป็นเราในวันนี้” หลังจากทำงานที่สิงคโปร์ได้ประมาณ 4 ปี คุณอาร์ตก็ถึงจุดอิ่มตัวที่ทำให้เขาเปลี่ยนเส้นทางกลับมาที่เมืองไทย
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว คุณอาร์ตเริ่มทำงานสาย Commercial เป็นหลัก ทำให้มองเห็นลักษณะงานที่มักจะเน้นผลประโยชน์ของเม็ดเงินลงทุนมากกว่าพื้นที่ใช้สอย เมื่อถึงจุดหนึ่งจึงกลายเป็นความอิ่มตัวครั้งที่สอง และเริ่มเบื่อกับสายงาน Commercial ที่ว่านี้ ท่ามกลางช่วงเวลาอิ่มตัว คุณอาร์ตมีโอกาสได้ออกแบบและทำบ้านหลังแรกในฐานะฟรีแลนซ์ โดยใช้ชื่อว่า ‘บ้านเย็นอากาศ’

บ้านหลังแรกของ AAd ก่อนการก่อตั้ง Office มีการใช้แผงระแนง Aluminium Façade ที่มุ่งเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน กันแดด กันฝน และเพิ่มความ Privacy ก่อนที่แผง Façade นี้จะกลายมาเป็น Signature design สำหรับบ้านของ AAd อีกหลายๆ หลัง
“เรารู้สึกมีความสุขมาก สิ่งที่ได้ตอบแทนนอกจากเรื่องของเงินคือรอยยิ้มของเจ้าของบ้าน ท้ายที่สุดแล้วตัวงานนั้นมันตอบโจทย์ ทำให้คุณภาพชีวิตเขาดีขึ้น ความรู้สึกมันเหมือนเราทำงานแล้วได้โบนัส การทำ Commercial จะวัดด้วยผลของกำไรของเจ้าของโครงการ เขาจะแฮปปี้เมื่อทำตึกออกมาดี อยู่ในงบประมาณและขายได้ แต่ทำบ้านพักอาศัย ผลตอบแทนสุดท้ายไม่ได้ตีเป็นตัวเงิน แต่คือความสุขของเจ้าของ”

02 : ทางชีวิตเส้นใหม่สู่ความเป็น AAd ยุคแรกเริ่ม
ความสุขที่ถูกเติมเต็มจากการสร้างสถาปัตยกรรมที่พักอาศัยกลายเป็นจุดเปลี่ยน สู่การออกแบบบ้านหลังที่สองและอีกหลายหลังต่อมา จนกระทั่ง 5 ปีก่อนคุณอาร์ตจึงเริ่มก่อตั้งบริษัทในชื่อ Ayutt and Associates design หรือ AAd พร้อมด้วยทิศทางที่ตั้งใจออกแบบเฉพาะที่พักอาศัย โดยคาดหวังจะพาบริษัทขึ้นไปให้ถึงระดับต้นๆ ของประเทศ และมีผลงานเป็นที่โดดเด่นในระดับประเทศหรือนานาชาติ

วันเวลาเปลี่ยนพร้อมความคิดที่ถูกเปลี่ยนผันตามกาลเวลา เมื่อรู้สึกว่าสามารถไปถึงจุดที่ตนเองเคยวาดฝันไว้ จึงถึงเวลาที่คุณอาร์ตเริ่มมองหาทิศทางใหม่สำหรับ AAd อีกครั้งหนึ่ง
03 : ภูเขาลูกใหม่ของ AAd กับแนวคิดบ้านที่มากกว่าที่พักอาศัย
“สามปีที่แล้ว พอเราขึ้นไปถึงบนยอดเขาตามที่เราตั้งใจไว้ สำหรับตัวเองมองไปมันก็ไม่ได้มีอะไร เราก็เลยมาคิดทบทวนว่าเราจะอยู่บนยอดนี้ไปเรื่อยๆ หรือเปล่า ซึ่งต้องยอมรับว่าเด็กรุ่นใหม่เก่งมาก เขาก็สร้างยอดเขาของตัวเองเสมอ บางคนก็สร้างยอดเขาสูงกว่าเรา สวยกว่าเรา ดีกว่าเรา การที่เราอยู่เฉยๆ กลายเป็นว่ายอดเขาของเราจะเตี้ยลงไปเรื่อยๆ เราจึงรู้สึกว่า เราพอแล้วกับเขายอดนี้ เราจะลงจากเขายอดนี้ เพื่อไปหาภูเขาลูกใหม่”


“ทุกวันนี้กฏหมายของประเทศไทย พื้นที่ว่างของอาคารสำหรับที่พักอาศัยคือประมาณ 30% ซึ่งงาน AAd ในยุคหลังๆ พื้นที่สีเขียวต้องเกิน 100% ของพื้นที่ดินเดิม หมายความว่าถ้าเราทำบ้านหลายๆ หลังในเมืองหรือพื้นที่ต่างๆ เรากำลังสร้างระบบนิเวศให้เมืองหรือย่านนั้นๆ ไม่ใช่แค่เจ้าของบ้าน อันนี้คือภาพใหญ่”

บ้านหลังแรกของ AAd ที่เริ่มก้าวสู่แนวคิดใหม่ของบริษัทซึ่งมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สีเขียวให้มากที่สุดจนกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ให้กับงานต่อๆ มาในอนาคต โดยบ้านถูกออกแบบให้โดนพื้นที่สีเขียวกลืนหายไปในอนาคต เพื่อเป็นการลดบทบาทของการติดอยู่ในรูปลักษณ์อาคาร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้ AAd หลุดพ้นจากการออกแบบบ้านเพื่อให้สวย แต่มุ่งเน้นการออกแบบคุณภาพชีวิตเป็นหลัก (อ่านบทความ Shade House เต็มๆ ได้ที่ https://bit.ly/2RCYKoh)
“ภาพย่อยในแง่ของผู้อยู่อาศัย เราพยายามสร้างระบบนิเวศ พยายามโฟกัสประสาทสัมผัสทั้ง 4 รูป รส กลิ่น เสียง ให้ปรากฏในสถาปัตยกรรม เพราะบางครั้งเรามักจะโฟกัสสถาปัตยกรรมด้วยความเป็นรูปอย่างเดียว คือความสวย ถ่ายรูปมาสวยโฉบเฉี่ยวลงหนังสือได้ แต่เราลืมประสาทสัมผัสอีกสามอัน ซึ่งผมมองว่าอันนั้นสำคัญกว่า เราจึงเริ่มทำงานที่คอนโทรลธรรมชาติมากขึ้น เราไม่ไปบังคับธรรมชาติ แต่เราอยู่ร่วมกันและนำธรรมชาติมาสร้างให้เป็นประโยชน์”

บ้านถูกออกแบบโดยการคำนึงถึงเรื่องความอยู่สบายในภูมิอากาศแบบร้อนชื้นฝนตกชุก เนื่องจากตั้งอยู่ในจังหวัดตราดที่เป็นเขตของลมมรสุม (MONSOON) จึงต้องออกแบบให้สามารถรับแรงลม และป้องกันลมพายุได้เป็นอย่างดี มีการออกแบบควบคุมให้น้ำฝนปริมาณมากตกลงมาหลังคา โดยทำหลังคาเป็นสเต็ปบันไดหมุน เกิดเป็นความสวยงามใหม่ในงานสถาปัตยกรรม โดยไม่ใช่รูป เสียง กลิ่นที่สถาปนิกเป็นคนดีไซน์ แต่ปล่อยให้ธรรมชาติได้ทำหน้าที่
04 : พลังของสถาปัตยกรรมที่ตอบสนองคนเฉพาะกลุ่ม
หลังจากออกแบบบ้านมาถึงหลักร้อยหลัง ทำให้คุณอาร์ตเริ่มมองเห็นพฤติกรรมของเจ้าของบ้านซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่มีอะไรบอกเราได้ว่าสิ่งใดผิดหรือถูก เพียงแต่ถูกใจ เหมาะสม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเจ้าของบ้านเท่านั้นก็คงเพียงพอ สิ่งเหล่านี้จึงทำให้คุณอาร์ตมองว่าการออกแบบที่พักอาศัยเป็นเรื่องน่าสนุกและน่าจะเป็นอะไรได้มากกว่านั้น ปลายปีที่ผ่านมาจนถึง ณ ปัจจุบัน AAd จึงเลือกรับงานที่ค่อนข้างหลากหลายมากยิ่งขึ้น


บ้านที่ได้รับโจทย์จากเจ้าของบ้านว่าอยากได้บ้านที่ไม่ต้องคุยและเห็นหน้ากัน AAd พยายามทำหน้าที่เป็นตัวกลางโดยใช้งานสถาปัตยกรรมเข้าแก้ปัญหาในการใช้ชีวิตของสมาชิกในบ้าน แม้ว่าโจทย์จะเกิดจากการไม่ต้องการคุยกัน แต่เราสร้าง space เพื่อให้ฟังกันมากขึ้น ตัวบ้านถูกออกแบบให้เป็นกำแพงสูงเพื่อกั้นระหว่างสมาชิกทุกคนในครอบครัวให้ขาดออกจากกัน และตัว Detail ของผนังกำแพงทึบสามารถเอื้อให้เกิดการเปิดช่องว่างได้ในอนาคต
“หลังจากนั้นเราก็เริ่มรับงานใหม่ เรารับงานที่เจ้าของบ้านเป็นคนตาบอด เพราะฉะนั้นลืมทุกอย่างในสิ่งที่เราเคยรู้ เพราะเราคือคนตาดี เราจะเอาบ้านคนตาบอดมาให้คนตาดีตัดสินใจว่าสวยไม่สวยไปเพื่ออะไร เพราะเขาไม่สามารถมองเห็นความสวย แต่เขารับรู้ได้ นี่แหละคือความยากของสถาปัตยกรรมที่เราอยากทำ”
คุณอาร์ตเล่าถึงผลงานที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่าเพราะเหตุใดสถาปัตยกรรมสำหรับคนเฉพาะกลุ่มจึงทำให้คุณอาร์ตรู้สึกอินกับมันมากเป็นพิเศษ “ข้อดีของการรับงานแบบนี้ มันทำให้เรารู้สึกว่าเราได้ความรู้จากลูกค้า ซึ่งไม่มีในบทเรียน สิ่งหนึ่งที่มีค่าที่สุดของงาน AAd คือ Know-How ที่ลูกค้าให้เรามา เราทำงานกับคนตาบอดได้ความรู้เรื่องความละเอียดอ่อนของเสียง มันเป็นผลพลอยได้ที่ทำให้เมื่อต้นปีที่แล้วเรามาทำงานกับนักเปียโนอาชีพคนหนึ่ง แล้วเอาความรู้ที่มีมาประยุกต์กันได้”

บ้านของนักเปียโนอาชีพชาวต่างประเทศ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนด้านการรับรู้เรื่องเสียงเป็นอย่างมาก ตัวบ้านจึงถูกออกแบบให้มีการเล่นมิติของแสงและเสียงธรรมชาติเข้าไปในส่วนต่างๆ ของบ้าน พื้นที่คอร์ดในบ้านออกแบบเป็นช่องลมและเป็นตัวสะท้อนเสียง ทำให้เวลาที่เจ้าของบ้านเล่นเปียโน เสียงเพลงสามารถสะท้อนไปยังส่วนต่างๆ ของตัวบ้านได้ กลายเป็น Background Music ให้กับสมาชิกคนอื่นๆ
05: จิตวิญญาณและความละเอียดอ่อนของสถาปัตยกรรม
ในชื่อ AAd ที่หลายคนรู้จัก แท้จริงแล้วน้อยคนจะรู้ว่า AAd อยู่ภายใต้ชื่อ AAGroup อีกทีหนึ่ง ซึ่งคุณอาร์ตเองก่อตั้งบริษัทในชื่อ DIFF และ Core แยกออกมา โดยทั้งสามบริษัทอยู่ภายใต้ AAGroup ทั้งหมด โดย DIFF จะทำหน้าที่ออกแบบสถาปัตยกรรมที่ลงรายละเอียดเชิงลึก ในเรื่องของจิตวิญญาณและความละเอียดอ่อนของสเปซมากกว่าบ้านปกติทั่วไป

บ้านที่สมาชิกภายในบ้าน 4 คน มีความเป็นส่วนตัวสูงมากๆ มีพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันมาก แต่ในขณะเดียวกันเป็นครอบครัวที่สนิทสนมกันมาก จึงถูกออกแบบโดยเน้นสเปซของการใช้สอยพื้นที่ภายในเป็นหลัก โดยห้องนอนทุกห้องจะไม่มีส่วนของผนังที่ติดกันเลย รวมถึงโถงบันไดได้รับการออกแบบเพื่อให้เป็นตัวสะท้อนเสียงฝีเท้าของสมาชิกทุกคนในบ้าน ทำให้สมาชิกทุกคนทราบความเคลื่อนไหวของสมาชิกคนอื่นๆ แม้ว่าจะไม่เห็นหน้ากันแต่สามารถรับรู้ได้ด้วยเสียง
สิ่งที่น่าสนใจคือแต่ละบริษัทต่างนำ Know-How ที่ได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้เข้าด้วยกัน ทำให้การออกแบบที่พักอาศัยสำหรับคุณอยุทธ์สนุกมากขึ้นไปอีก “เมื่อก่อนเราคิดอยากเป็นผู้นำของการออกแบบบ้าน ทุกวันนี้เราไม่อยากเป็นแล้ว การเป็นผู้นำหมายความว่าเราต้องเดินเส้นทางที่คนอื่นเดินและคนอื่นต้องเดินตามเรา แต่ตอนนี้เราอยากจะเดินทางที่คนไม่ได้เดินตามเรา ดังนั้นมันก็ไม่มีใครนำหรือไม่มีใครตาม”
“บ้านของน้องที่เป็นดาวน์ซินโดรม เจ้าของบ้านที่เป็นนักเปียโน และบ้านของน้องที่อายุ 4 ขวบ คือผู้อยู่อาศัยที่พิเศษ แต่ยังอยู่ภายใต้ AAd เพราะยังมีความเป็นบ้านอยู่ ต่างจาก DIFF ซึ่งจะทำเฉพาะผู้อยู่อาศัยพิเศษที่มีความเข้าใจในเรื่องของ Sense เรื่องของสเปซ และประสาทสัมผัสที่ไม่ได้เกี่ยวกับการมองเห็น ไม่ใช่แค่ความสวยงาม”

บ้านที่เป็นจุดเปลี่ยนและจุดเริ่มต้นของบริษัท DIFF ซึ่งมีการใช้ผนังโครงสร้างเป็นคอนกรีตเปลือยสีดำผสมเม็ดหินหลากหลายขนาดเป็นพิเศษ เพื่อก่อให้เกิดระนาบของผนังขนาดใหญ่ และใช้ Span อาคารช่วงยาวเกือบทั้งหมด ช่วยป้องกันพายุทะเลทรายและก่อให้เกิดเงาให้กับตัวบ้านเพื่อลดความร้อน ตัวผิวของผนังคอนกรีตนี้จะมีผิวหยาบเพื่อให้เม็ดผงทรายถยึดเกาะได้ดี ทำให้ตัวผนังจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาที่มีลมพัดผิวทรายมาสัมผัสและเกาะ เกิดเป็นงานศิลปะที่เปลี่ยนได้ตามธรรมชาติและช่วงเวลา
“เราทำบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งสระว่ายน้ำ สร้างบนที่ดินเดิม ห้องนั่งเล่นสีดำหมด ห้องนั่งเล่นสีขาวล้วน ภูมิทัศน์ การออกแบบภายใน ทุกอย่างไหลเป็นเนื้อเดียวกัน เล่นจังหวะช่องแสง เล่นจังหวะของลม ฝน ถ้าสร้างเสร็จคนส่วนใหญ่ต้องมีคอมเมนท์แน่นอนว่า มันอยู่ไม่ได้ แต่เราออกแบบให้เจ้าของบ้าน ถ้าเจ้าของบ้านบอกว่านี่คือบ้านที่ดีที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นมา นั่นคืออาชีพเรา เราไม่ได้ทำบ้านสาธารณะ แต่เรากำลังทำบ้านให้คนคนหนึ่งอยู่”
นอกจาก Diff และ AAd ที่ค่อนข้างมี Users ที่พิเศษ Core จะเริ่มกลับมาแทนที่ AAd เพื่อรับงานบ้านพักอาศัยที่มีขนาดเล็กลง เป็น users ทั่วไป และมีความ Commercial มากขึ้น

โครงการบ้านพักตากอากาศส่วนบุคคล เข้าถึงตัวบ้านด้วยท่าเรือส่วนตัวเท่านั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงที่สุดของผู้ใช้อาคาร โจทย์ในการออกแบบทางสถาปัตยกรรม เน้นรูปทรงของหลังคาที่ถูกประยุกต์มาจากเกลียวคลื่นของน้ำทะเล โดยมีชายคายาวและบางเสมือนเป็นภาพเส้นขอบฟ้าที่ตัดกันกับมวลของเกลียวคลื่น ทำให้เวลาเข้าถึงตัวอาคารจะมีมิติของความคล้ายและแตกต่าง โดดเด่นแต่กลมกลืนไปกับผิวน้ำ
06: เรียนรู้ ปรับตัว และเปลี่ยนแปลง
“จุดที่เป็นหัวใจหลักของ AAd คือ คุณภาพชีวิต การใช้สอย การสร้างไลฟ์สไตล์ การสร้างสิ่งที่ลูกค้าคิดไม่ถึงให้เกิดขึ้นในชีวิตของเขา การออกแบบบ้านของ AAd ไม่ได้ดีทุกหลัง แต่ข้อบกพร่องที่เราเจอเหล่านั้น คือสิ่งที่เราต้องพัฒนา เราเอา know-how ของทุกคนมาประยุกต์ให้เหมาะกับลูกค้าคนใหม่ อันนี้คือผลลัพธ์ที่อยากให้โฟกัส มากกว่ารูปร่างหน้าตาของ AAd”

ความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มเจ้าของบ้าน อาชีพที่ช่วยพัฒนาชีวิตคนคนหนึ่งให้ดีขึ้นได้ งานออกแบบที่เปลี่ยนความทุกข์ให้กลายเป็นความสุข สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต่างเติมเต็มความหมายทางสถาปัตยกรรมให้กับคุณอาร์ต สร้างเส้นทางชีวิตของบริษัทสถาปนิกที่มีชื่อว่า ‘AAd’












