เมื่อโลกก้าวเข้ามาสู่ยุคดิจิทัล เทคโนโลยีต่างๆ จึงเข้ามาช่วยนำเสนอความแปลกใหม่ และสร้างแตกต่างให้เกิดขึ้นมากมาย เช่นเดียวกับแวดวงการศิลปะหรือแม้แต่วงการเพลงที่ไม่ได้มีเพียงแต่ผลงานรูปวาด หรือเสียงเพลงเพราะๆ ให้เราฟังเท่านั้น แต่ศิลปินทั้งหลายต่างยังหยิบจับเทคโนโลยีมาผสมผสานเข้ากับงานอื่นๆ หลากหลายแขนง แล้วสร้างสรรค์ออกมาจนเป็นผลงานที่น่าสนใจ

ครั้งแรกกับการยก “ป่า” มาไว้ใจกลางสยาม

BOWKYLION x H.U.I The Forest Exhibition ชวนเรามาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ Art Exhibition รูปแบบใหม่ที่ยก ‘ป่า’ มาไว้บนชั้น 2 ของ Lido Connect ด้วยการผสมผสานงานศิลปะหลากหลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Music, Installation Art, Visual Design, Lighting Design และ Flora Art ซึ่งถูกสร้างสรรค์ออกมาด้วยแรงบันดาลใจที่มาจากเพลง ‘เจ้าป่า’ ซิงเกิลใหม่ล่าสุดของศิลปินสาว BOWKYLION กับอัลบั้มเต็มครั้งแรกที่มีชื่อว่า ‘LionHeart’

โดยมี คุณพล–พล หุยประเสริฐ นักออกแบบคอนเสิร์ต และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท H.U.I. มาร่วมขบคิดและออกแบบงานนิทรรศการในครั้งนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อให้ผู้คนและศิลปินได้เข้ามามีส่วนร่วม เชื่อมต่อความรู้สึกระหว่างกัน และสร้างประสบการณ์ใหม่ในหัวใจอย่างไม่รู้ลืม

ความมหัศจรรย์ของนิทรรศการ The Forest Exhibition ตีความผ่านเนื้อร้องของเพลง ‘เจ้าป่า’ ถ่ายทอดออกมาเป็นร่างกายของมนุษย์ (ฺBody) ที่เปรียบเสมือนป่า และจิตใจ (Soul) ที่เปรียบเป็นดอกไม้จากธรรมชาติ แล้วแตกแขนงออกมาเป็นความรู้สึกต่างๆ ได้แก่ ความสุข การเติบโต ความเศร้า ความทุกข์ ความโกรธ ความอ่อนโยน และความสงบ ซึ่งทั้งหมดก็ได้แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ไว้ในงานครั้งนี้ ประกอบด้วย

No. 1 Happiness

นิทรรศการต้อนรับเราด้วยโซนแห่ง “ความสุข” ที่ตกแต่งไปด้วยดอกไม้สีเหลืองให้ความสดใสเหมือนแสงตะวันยามเช้า กระจายตัวออกเป็นอณูเล็กๆ จำนวนมาก เหมือนเกสรที่ปลิวล่องลอยออกไปในอากาศ ซึ่งทีมผู้ออกแบบใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือกดอกไม้ที่ต้องมีลักษณะแผ่และเบ่งบาน เพื่อส่งต่อพลังแห่งความสุขและความเบิกบานใจถึงคนอื่นๆ

No. 2 Mature

“ความเติบโต” ที่มีดอกลิลลี่ทำเป็นรูปทรงพุ่งขึ้นเป็นเส้นตรง และมีปลายเรียวแหลม นำมาจัดวางแบบเสมือนเป็นทุ่งที่มีเส้นทางในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และมีสีเขียวเป็นกลุ่มสีหลักที่ให้ความรู้สึกสดชื่น เปรียบเสมือนการเดินไปข้างหน้า เพื่อให้ได้ต้้งคำถาม และได้คำตอบจนเข้าใจชีวิตในมุมต่างๆ

No. 3 Sadness

“ความเศร้า” พาผู้เข้าชมนิทรรศการให้เสมือนอยู่กลางสายฝนในบรรยากาศของความเศร้า ด้วยการใช้แสงไฟโทนสีน้ำเงิน และออกแบบเป็นเส้นสายฝนด้วยเชือก พร้อมดอกสแตติสสีม่วงที่มีความเป็นดอกไม้แห้งตกแต่งไว้อยู่ด้วยกัน


No. 4 Hurt

“ความทุกข์ทรมาน” ที่ถอดความทรมานในใจเหมือนร่างกายถูกแทงด้วยของมีคม ซึ่งทีมผู้ออกแบบเลือกใช้ก้านชาลิกที่มีความหงิกงอ คล้ายซากต้นไม้โดนฟ้าผ่า และกระจกแตกมาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนภาพที่หดหู่ และเป็นอันตราย

No. 5 Anger

“ความโกรธ” โซนที่ทีมผู้ออกแบบเลือกใช้อารมณ์โกรธมาถ่ายทอดด้วยกล่องที่มีกรอบสี่เหลี่ยมสีสองชั้น และใช้ใบมอนสเตอร่าที่มีฟอร์มคล้ายเปลวเพลิงมาย้อมด้วยสีแดงของไฟโดยรอบ ซึ่งเป็นสีคู่ตรงข้ามของสีเขียว

No. 6 Empathy

ทีมผู้ออกแบบนำเสนอ “ความอ่อนโยน” ผ่านดอกไม้สีบานเย็นสีชมพูที่แสดงถึงความหวาน และความสดใส นำมาจัดฟอร์มเป็นวงกลม เพื่อให้รู้สึกถึงความเบิกบานที่จะให้กำลังใจกับร่างกาย รวมถึงเพื่อให้ผ่านความเหนื่อยหน่ายไปได้

No. 7 Neutral

นิทรรศการคลี่คลายปมด้วยการเล่าเรื่องผ่านกระจกทรงกลมที่เปรียบเสมือนการส่องกระจกมองชีวิตของตัวเองด้วย “ความสงบ” ซึ่งหลังจากที่เราพบกับอารมณ์หลากหลายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จนเข้าใจถึงความสมดุลของกายและใจแล้ว เมื่อมองเข้าไปในใจของเรา ท้ายที่สุดเราจะค้นพบคำตอบว่า ‘เจ้าป่า’ อยู่ในใจของเราเอง 

ปิดท้ายด้วย No.0 ห้องลับของงานที่สร้าง “ความสงสัย” ให้กับผู้เข้าชมมากที่สุด เพราะไม่ได้ปรากฎอยู่บนแผนที่ของงาน แต่รอให้ทุกคนไปค้นหา ชมด้วยตา รับฟังด้วยหู และสัมผัสด้วยใจตัวเอง

ผู้ที่สนใจสามารถแวะมาชมนิทรรศการศิลปะแบบผสมผสาน BOWKYLION x H.U.I The Forest Exhibition ได้ตั้งแต่วันที่ 10-27 กันยายน 2563 ณ Hall 3 Lido Connect โดยจะมีราคาบัตรเข้าชมที่บริเวณหน้างานในราคา 150 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง bowkylion และ whattheduckmusic

Photographer: จิณณวัตร บริหารกิจอนันต์

Avatar
Posted by:Saovapak Ayasanond

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสารบันเทิงที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะผันตัวมาเป็นนักเล่าเรื่องสายบ้านและสถาปัตยกรรม จนกระทั่งพบว่าการออกแบบเต็มไปด้วยคุณค่าและเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

Leave a Reply