บางครั้งความหมายของคำว่า “บ้าน” สำหรับใครบางคน อาจเป็นเพียงพื้นที่เพื่อการใช้ชีวิต และสร้างความทรงจำที่ดีระหว่างคนในครอบครัว การออกแบบตัวบ้านเพื่อตอบโจทย์ความหมายที่ลึกซึ้งจึงต้องผสานเรื่องราวในแง่ความรู้สึกนึกคิดของผู้อยู่อาศัยให้สอดคล้องไปกับรูปแบบของฟังก์ชันการใช้งานที่ดี เช่นเดียวกับบ้านสองชั้นหลังเก่าอายุ 20 ปี ในเมืองโคไดระ ประเทศญี่ปุ่นหลังนี้ ที่ได้ทีมสถาปนิกอย่าง MURAYAMA และ KATO ARCHITECTURE เข้ามารีโนเวทพื้นที่แห่งความทรงจำในวันเก่า ให้สามารถต่อยอดเรื่องราวใหม่ๆ และตอบโจทย์การใช้ชีวีตของสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้อย่างอบอุ่น

พื้นที่สำหรับทุกคนในครอบครัว

หากกล่าวถึงคำว่า ‘บ้าน’ อีกครั้ง และให้ความหมายเพียงรูปธรรมภายนอก คงปฏิเสธไม่ได้ว่าบ้านนั้นคืออาคารหรือสถาปัตยกรรมที่พักอาศัยโดยทั่วไป แต่หากมองให้ลึกซึ้งไปถึงความหมายในนามธรรม บ้านอาจหมายถึงครอบครัว สถานที่จรรโลงใจ หรือแม้แต่เป็นพื้นที่ของการสร้างเรื่องราวแห่งความทรงจำในทุกช่วงวัย

การออกแบบตัวบ้านโดยยึดเรื่องของความรู้สึกนึกคิดของผู้อยู่อาศัยเป็นหลักจึงเป็นโจทย์ที่สถาปนิกผู้ออกแบบรีโนเวทบ้านต้องนำกลับไปขบคิดไม่น้อย ด้วยที่สมาชิกภายในครอบครัวประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก ที่มีความต้องการต่างกันและเป็นช่วงเวลาที่ต้องมอบความทรงจำที่อบอุ่นให้แก่เด็กๆ มากเป็นพิเศษ ผู้ออกแบบจึงได้รีโนเวทพื้นที่ส่วนชั้นสองของตัวบ้านผ่านการจัดวาง Layout ที่พอดิบพอดีกับการเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนในครอบครัว ที่สามารถใช้ชีวิตและสร้างเรื่องราวร่วมกันได้ภายใต้กิจกรรมที่แตกต่าง

ต่อเติมเรื่องราวผ่านชั้นลอยรูปไข่

การจัดวาง Lay Out ชั้นสองถูกแบ่งสันปันส่วนอย่างลงตัว บนพื้นที่ขนาด 88 ตารางเมตร ด้วยการเพิ่มเลเยอร์เป็นสองระดับผ่านการต่อเติมชั้นลอยรูปไข่ที่สูงขึ้นมาจากระดับพื้น 1.8 เมตร เพื่อเสริมพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมให้กับสมาชิกในครอบครัวผู้อยู่อาศัย อีกทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับอาคารบ้านเก่าอายุ 20 ปี ด้วยการทำหน้าที่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของโครงสร้างสำหรับการค้ำยันตัวบ้าน ซึ่งเรียกได้ว่านอกจากจะได้ต่อเติมเรื่องราวผ่านชั้นลอยที่มีรูปลักษณ์ดูแปลกตาไม่เหมือนบ้านหลังไหนๆ แล้วก็ยังสามารถใช้ประโยชน์ในแง่อื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน

ชั้นเล่นและชั้นบรรยากาศของคนในครอบครัว

เพราะแสงแดด และลมคือองค์ประกอบสำคัญของชีวิต สถาปนิกผู้ออกแบบบ้านญี่ปุ่นหลังนี้จึงได้เลือกออกแบบบานหน้าต่างให้มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อรับแสงแดดจากทิศใต้ที่ช่วยให้ทั้งความอบอุ่นกับผู้อยู่อาศัยและแสงสว่างกับตัวบ้าน อีกทั้งสถาปนิกยังได้เสริมหน้าต่างเพิ่มเข้าไปในส่วนของผนังอีกทั้งสองฝั่ง เพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านได้ง่ายและเกิดการถ่ายเทของอากาศที่ดี ที่จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถทำกิจกรรมบนพื้นที่แห่งนี้ได้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เป็นพื้นที่สำหรับทำอาหาร รับประทานอาหาร ไปจนถึงเป็นพื้นที่ของการเล่น เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านความสนุก ความทรงจำ และความตื่นเต้น จากการออกแบบต่อเติมชั้นลอยรูปไข่นี้

เชื่อว่าการมีอารมณ์ร่วมหรือความรู้สึกร่วมต่อสเปซ คือสิ่งหนึ่งที่จะทำให้สเปซนั้นๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำเราได้หรืออาจกล่าวให้เข้าใจอย่างง่ายๆ ในกรณีที่ว่าเมื่อเรานึกถึงเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เราจะนึกถึงสถานที่หนึ่งๆ ขึ้นมาตามกัน ซึ่งนั่นคงเป็นเพราะเราได้มีความรู้สึกร่วมไปกับสเปซนั้นๆ แล้ว

การออกแบบเพื่อมอบความรู้สึก และประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย จึงถูกสถาปนิกผู้ออกแบบหยิบนำไปเป็นแนวคิดของการออกแบบตัวบ้านอยู่เสมอ ที่จะไม่เพียงแต่เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม แต่ยังเป็นสถาปัตยกรรมและสเปซที่อบอวนไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำที่ดีให้กับครอบครัวผู้อยู่อาศัยโดยตลอดไป

Pichapohn Signimittrakul
Posted by:Pichapohn Signimittrakul

Copy writer ผู้มีความสนใจในงานจิตอาสา และ Eco-Living ที่เชื่อว่างานออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ขึ้นได้

Leave a Reply