‘Chanintr Work’ โชว์รูมแห่งใหม่ของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เรียบหรู สุดปราณีตอย่าง Chanintr เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนโกดังเก่าอายุเกือบ 40 ปี ในโครงการ Warehouse26 ย่านสุขุมวิท ให้กลายเป็นโชว์รูมออฟฟิศโทนสีขาวสะอาดตาที่เชื้อเชิญให้ลูกค้าเข้ามาสัมผัสประสบการณ์การใช้งานเฟอร์นิเจอร์โดยเน้นความ ‘สมจริง’ มากที่สุด  โดยลูกค้าต้องมั่นใจก่อนว่าสินค้าที่กำลังจะซื้อนั้นเหมาะกับตัวเขาจริงๆ จากการลองใช้งานจริง และใช้เวลากับสินค้าอย่างถี่ถ้วน ซึ่งผู้ออกแบบที่เข้ามารับหน้าที่ในการสร้างประสบการณ์ในครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นทีมอินทีเรียดีไซน์เนอร์จาก Interior Architects 49 Limited รับหน้าที่ออกแบบโชว์รูมอื่นๆ ของแบรนด์ Chanintr ด้วยนั่นเอง

“เท่าที่เราได้พูดคุยกับลูกค้า หลายคนไม่ชอบเห็นโชว์รูมที่จับต้องไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเราไปอยู่ ณ ตรงนั้น ใช้เฟอร์นิเจอร์เซตนั้นแล้วจะรู้สึกอย่างไร หรือมีวิธีการใช้งานอย่างไร ซึ่งเราอยากให้ลูกค้าเห็นภาพว่า ถ้าสินค้าชิ้นนั้น ไปอยู่ในพื้นที่ของเขา มันก่อให้เกิดฟังก์ชันอะไร และเกิดความรู้สึกอย่างไรกับพื้นที่โดยรวมบ้าง เราอยากทำให้มันสร้างประสบการณ์ได้จริงๆ” คุณแอร์-กฤตา สันติภาพพงศ์ Brand Manager ของ Chanintr Work เริ่มต้นเล่า

Inspire ผู้คนด้วยการใช้งานจริงภายใต้แนวคิด Living office

หากจะขอพูดถึงตัวแบรนด์  Chanintr ถือเป็นตัวแทนจำหน่ายซึ่งเชี่ยวชาญในการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์อันสวยงาม มีคุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศในลุคที่เรียบหรู ดูเนี้ยบและปราณีต แต่สำหรับ Chanintr Work นั้นจะมาพร้อมคาแร็กเตอร์ที่ต่างออกไป โดยมีความขี้เล่น สดใส และดูเป็นมิตร เข้าถึงได้ง่ายกว่า ซึ่งเฟอร์นิเจอร์แบรนด์หลักที่สร้างภาพจำให้กับ Chanintr คือ Herman Miller ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นการใช้งานภายในออฟฟิศ
จากโชว์รูมเก่าซึ่งเดิมอยู่ในอาคารสูง ทำให้มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถเปิดให้ลูกค้าเข้าชมได้ในวันเสาร์-อาทิตย์ ทาง Chanintr จึงเริ่มมองหาสถานที่ใหม่ในรูปแบบ Stand-alone เพื่อแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ พร้อมกับแนวคิด สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่แวะเวียนมายังโชว์รูมรู้สึกได้ถึงการใช้งานแบบ ‘Living Office’ ที่ไปในทางเดียวกันกับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์หลักอย่าง Herman Miller

ด้วยลักษณะของโชว์รูมที่มีทางเข้าออกสองด้าน ทีมออกแบบจึงเลือกที่จะเปิดทางเข้าทั้งสองด้านโดยสร้างประสบการณ์ให้ทั้งสองฝั่งมีความแตกต่างกันก่อนจะมาบรรจบเข้าหาพื้นที่เปิดกว้างขนาดใหญ่บริเวณส่วนกลางของโชว์รูม หากเราเข้ามาจากฝั่งโครงการ Warehouse26 สิ่งแรกที่พบคือโซน Seating Hall ซึ่งจัดแสดงความหลากหลายของเก้าอี้ทุกรุ่นที่แบรนด์จำหน่ายอยู่ โดยลูกค้าสามารถใช้เวลาทดลองนั่ง หรือเลือกสรรได้เท่าที่ต้องการ
แต่หากเข้ามาจากฝั่งถนนอรรถกวี เราจะพบกับโซน System Furniture ที่จัดโชว์สินค้าเอาไว้หลากหลายรูปแบบ เพื่อสาธิตการใช้งานให้ผู้เยี่ยมชมได้เห็นว่า หากซื้อสินค้าไปแล้ว จะสามารถออกแบบพื้นที่ในลักษณะใดได้บ้าง โดยเน้นการจัดแสดงสินค้าที่มีความแตกต่างทั้งรูปทรง สี หรือขนาด เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงประสบการณ์จริงที่หลากหลายมากที่สุด
พื้นที่บริเวณส่วนกลางถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นโดยไม่มีขอบเขตกั้น เพื่อให้ทางแบรนด์สามารถปรับเปลี่ยนและจัดแสดงสินค้าตามเทรนด์ และคอลเล็กชันที่มีการหมุนเวียนได้อย่างสะดวกสบาย โดยจะเป็นโซนของ Work Station ที่มีการแทรกด้วยพื้นที่บาร์กาแฟเล็กๆ ชวนให้ลูกค้า หรือบุคคลภายนอกเข้ามานั่งเล่น และใช้เวลาภายในพื้นที่โชว์รูมแห่งนี้ได้อย่างผ่อนคลายและเป็นกันเอง 
เพื่อให้พื้นที่ส่วนกลางเปิดโล่ง และสะอาดตามากที่สุด การออกแบบส่วนห้องเก็บของและเซอร์วิสจึงสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งภายในโชว์รูมแห่งนี้ เราจะเห็นได้ว่า กรอบบริเวณรอบพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโล่งนั้น จะแทรกด้วยพื้นที่ส่วนเก็บของ หรือห้องเซอร์วิสที่ถูกซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียน ส่วนบริเวณชั้นลอยถูกจัดแสดงสินค้าแบรนด์ Walter Knoll ซึ่งค่อนข้างหรูหรา แสดงถึงความ Hi-end มากกว่าแบรนด์อื่นๆ ที่ทาง Chanintr มีจำหน่าย 
จุดเด่นหนึ่งภายในโชว์รูมที่โดดเด่นไม่แพ้ตัวสินค้า คือ คอร์ดต้นไม้ที่ดึงเอาธรรมชาติภายนอกเข้าสู่สเปซสีขาวขนาดใหญ่ ช่วยเติมความมีชีวิตชีวา และเสริมให้บรรยากาศการทำงานมีความผ่อนคลายมากขึ้น โดยคุณแอร์เล่าเสริมว่า ทางทีมตั้งใจให้ธรรมชาติที่ดึงเข้ามาใช้มีประสบการณ์ของความเป็นสายลม แสงแดด เม็ดฝน ผสมผสานให้ผู้เข้าชมสัมผัสได้เหมือนจริงที่สุด มากกว่าเพียงต้นไม้ที่ถูกใช้เป็นของตกแต่ง  

“ลูกค้าหลายคนมักจะบอกเราว่า อยากให้ออฟฟิศเป็นอย่างนี้เลย เขาอยากจะนำการออกแบบที่เห็นในโชว์รูมของเราไปปรับใช้กับการทำงานของเขา อย่างการดึงธรรมชาติเข้ามาเพราะมันเป็นส่วนที่ช่วยเข้ามาเติมเต็มในความรู้สึก”
จึงไม่น่าแปลกใจที่ ณ โชว์รูมแห่งนี้ เราสัมผัสได้ถึง ‘ความมีชีวิต’ แตกต่างจากโชว์รูมสินค้าอื่นๆ ที่โชว์เพียงความสวยงาม การทำงานของทีม Chanintr ที่เราได้เห็นจริงภายในพื้นที่  การจัดการสเปซส่วนต่างๆ ที่เปิดโล่งแต่ขณะเดียวกันก็มีขอบเขตที่เราสัมผัสได้  ส่วนของบาร์กาแฟที่เปิดโอกาสให้เข้ามานั่งเล่น นั่งทำงาน ความเป็นธรรมชาติที่ถูกดึงเข้ามาใช้ได้อย่างพอดิบพอดี  สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบรรยากาศที่ชวนให้เราเดินชม แสดงความสนใจ และใช้เวลาเลือกชมสินค้าได้นานเท่าที่ต้องการโดยไม่เขอะเขิน

ข้อจำกัดของความเป็นโกดังเก่า

เมื่อโจทย์หลักของทาง Chanintr คือความโปร่ง โล่ง สบาย ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ของโกดังเก่าอายุเกือบ 40 ปี การแปลงโฉมจึงเริ่มต้นขึ้น โดยผ่านการตรวจสอบโครงสร้างจากทางวิศวกร ก่อนจะทำการออกแบบโดยคงโครงสร้างเดิมที่เหลืออยู่เอาไว้ทั้งหมด และทำการเสริมโครงสร้างใหม่เข้าไปบางส่วนเพื่อให้อาคารมั่นคง และสามารถรับน้ำหนักได้  ในการปรับปรุงที่เห็นได้ชัดคือการเจาะพื้นที่ส่วนกลางเป็นคอร์ดขนาดใหญ่ที่นำแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามา ทำให้ภาพโกดังเก่าที่เคยมืดทึบ ถูกลบไปจนหมดสิ้น
คุณหน่อย-ธีรานุช กรรณสูต วงศ์ไวศยวรรณ ดีไซน์เนอร์จาก IA49 เล่าเสริมว่า การเปลี่ยนโฉมโกดังเก่าย่อมตามมาด้วยปัญหามากมาย เนื่องจากฟังก์ชันเดิมของโกดัง ถูกสร้างขึ้นเป็นพื้นที่โล่งๆ เพื่อใช้สำหรับเก็บของ ไม่จำเป็นต้องมีแอร์ หรือการออกแบบที่สวยงามมากนัก แต่เมื่อเปลี่ยนให้เป็นโชว์รูม การจัดการในส่วนเซอร์วิสต่างๆ กลายเป็นเรื่องจำเป็น อย่างเช่นการเดินท่อแอร์ ซึ่งต้องระมัดระวังจากเหล่าสัตว์ตัวเล็กอย่าง นก หนู หรือแมลงต่างๆ

DTIPS : สำหรับภายใน Chanintr Work ทีมออกแบบเลือกติดแอร์ด้วยการใช้ท่อลมผ้าแทนการใช้ท่อลมสังกะสี ซึ่งมีข้อดีที่ช่วยกระจายลมได้อย่างสม่ำเสมอ สามารถติดตั้ง รื้อถอน และถอดทำความสะอาดได้ง่ายกว่า
พื้นที่ภายนอกของโชว์รูม สถาปนิกยังมีการนำผนัง Greenwall เข้ามาสร้างความโดดเด่นเพื่อให้โชว์รูมใหม่ของ Chanintr มีคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกับโกดังอื่นๆ ที่เหลือภายในโครงการ และในขณะเดียวกัน ความเป็นธรรมชาติจากสีเขียวยังสร้างความรู้สึกดึงดูด เชื้อเชิญให้คนที่ผ่านไปมาสนใจและอยากที่จะเดินเข้ามาเยี่ยมชมภายในอีกด้วย

คาแร็กเตอร์อาคารที่สะท้อนตัวตนของ Chanintr

เพื่อสะท้อนความเป็น Chanintr ด้วยคาแร็กเตอร์ที่ดูเรียบง่าย แต่ปราณีต ภายในจึงถูกออกแบบด้วยโทนสีขาว เทาที่ดูสะอาดตา โปร่ง โล่ง และส่งเสริมการโชว์เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่มีการหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามเทรนด์ สีขาวจึงทำหน้าที่เป็นแบคกราวด์ที่ทำให้ตัวสินค้าโดดเด่นขึ้น  นอกจากนั้นสีขาวยังถูกแซมด้วยไม้ ซึ่งเป็นพื้นผิวของวัสดุจริงที่ทางแบรนด์มีจำหน่าย ในการเลือกใช้วัสดุภาพรวม จึงเป็นการหยิบเอาสินค้าที่มีจำหน่ายจริงมาใช้ออกแบบจริงๆ เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพและเป็นไอเดียในการออกแบบหรือตกแต่งพื้นที่ของตนเอง
บริเวณพื้นสถาปนิกออกแบบด้วยวัสดุหินขัด Terrazzo เนื่องจากดูเรียบง่าย สามารถแสดงตัวตนได้หลายคาแร็กเตอร์ ไม่ว่าจะเรียบแบบเข้าถึงง่าย ดูหรูหรา หรือเรียบนิ่ง ซึ่งตอบโจทย์กับสินค้าอันหลากหลายของตัวแบรนด์ 

เทคนิคหนึ่งที่น่าสนใจของการเชื่อมโยงพื้นที่แต่ละโซนเข้าด้วยกัน ทีมดีไซน์เนอร์เลือกใช้แผ่นโพลีคาร์บอเนตใสเป็นตัวแบ่งสเปซในทางตั้ง เพื่อให้เรารู้สึกได้ถึงขอบเขตของโซนแต่ในขณะเดียวกันก็ยังปล่อยให้พื้นที่ภาพรวม โล่ง กว้าง ไหลเวียนเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างลงตัว
หากพูดว่า Chanintr Work เป็นออฟฟิศในฝันก็คงไม่มากเกินไปนัก ด้วยสเปซสีขาวสุดสะอาดตาภายใต้โครงสร้างเหล็กที่ดัดแปลงจากโกดังเก่า กระจกผืนใหญ่เผยให้เห็นการจัดวางสินค้าเฟอร์นิเจอร์เรียงรายอย่างหลากหลาย พื้นที่ทำงานที่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระบบระเบียบภายในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ดึงแสงธรรมชาติ เปิดให้เราได้สัมผัสกับความโล่ง โปร่ง ได้อย่างเต็มที่  หากใครแวะผ่านมาแถวย่านสุขุมวิท ลองแวะเข้ามานั่งจิบกาแฟเยี่ยมชมโชว์รูมสีขาวแห่งนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะได้เฟอร์นิเจอร์ติดไม้ติดมือกลับมาก็เป็นได้
Location : โครงการ WareHouse26  สุขุมวิท 26
Owner : Chanintr Living Limited
Designer : Interior Architects 49 Limited (IA49)
Design Team : ธีรานุช กรรณสูต วงศ์ไวศยวรรณ ,นที กังวานนครชัย, สุณีนุช นฤมิตพันธุ์เจริญ ,ธนภัทร ภักดีภิญโญ ,ปวเรศว์ ฤดี ,เจตน์วรินทร์ ธนกิจจารุ และปาณชัย ทรงอาษา
Photographer : จิณณวัตร บริหารกิจอนันต์
ทีม Chanintr และทีมออกแบบจาก Interior Architects 49 Limited (IA49)

แผนที่ Chanintr Work : 

 

Avatar
Posted by:Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

Leave a Reply