OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

บ้านอวดชุม บ้านต้นไม้ที่เติบโตไปพร้อมกับโครงสร้าง เหล็กฉากรีไซเคิล ไม้เก่า และเพลาสแตนเลส

  • บ้านอวดชุม บ้านต้นไม้ที่เติบโตไปพร้อมกับโครงสร้าง เหล็กฉากรีไซเคิล ไม้เก่า และเพลาสแตนเลส

    บ้านอวดชุม บ้านต้นไม้ที่เติบโตไปพร้อมกับโครงสร้าง เหล็กฉากรีไซเคิล ไม้เก่า และเพลาสแตนเลส

    บ้านอวดชุม บ้านต้นไม้ที่เติบโตไปพร้อมกับโครงสร้าง เหล็กฉากรีไซเคิล ไม้เก่า และเพลาสแตนเลส ณ จังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าลมแรงที่สุดในประเทศไทยอย่าง ชุมพร ที่ซึ่งธรรมชาติแสดงพลังอย่างชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เราได้ค้นพบว่ามีอาคารบ้านต้นไม้หลังหนึ่ง ถูกสร้างขึ้นมาจากแนวคิดที่ไม่ได้เริ่มต้นจากผืนที่ดินว่างเปล่าทั่วไป  โครงการนี้เริ่มต้นจากการล้อมย้ายต้นไม้ใหญ่จากที่ดินข้างเคียงซึ่งกำลังจะถูกถางเพื่อทำไร่มาปลูกลงในพื้นที่โครงการ รวมถึงมีการก่อสร้างไว้ก่อนแล้วระดับหนึ่ง โดยสถาปนิกท้องถิ่นได้ร่างแบบและเริ่มก่อสร้างโครงสร้างเบื้องต้นไว้ และความตั้งใจเดิมของเจ้าของโครงการ คือการสร้างอาคารบ้านต้นไม้วิลล่าขนาดใหญ่เพื่อรองรับการอยู่อาศัย จนกระทั่งเวลาผ่านไป ทำให้แผนโครงการถูกปรับเปลี่ยนตามกาลเวลา มีการหาทีมสถาปนิกเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ทำให้ทีมสถาปนิกจาก P.O.AR ได้เข้ามารับช่วงต่อและเดินทางไปสำรวจไซต์งานจริง จนเริ่มตั้งคำถามว่า ต้นไม้สูงใหญ่และสถาปัตยกรรมที่กำลังจะถูกก่อสร้างต่อ จะเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างไรให้สามารถพึ่งพาอาศัยกันและกัน  นี่คือจุดเริ่มต้นของ “บ้านอวดชุม” ศูนย์ชุมชนริมทะเลในรูปแบบ บ้านต้นไม้ พื้นที่สาธารณะที่ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างหมุดหมายใหม่ให้กับชุมชน แต่กว่าจะมาเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่าง เหล็กฉากรีไซเคิล ไม้เก่า และเพลาสแตนเลส จนเกิดเป็นดีไซน์โอบล้อมต้นไม้ใหญ่อย่างที่เราเห็นในวันนี้ เบื้องหลังคือเรื่องราวของการ ปรับตัว การเรียนรู้ การทำงานร่วมกับทีมช่างฝีมือท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง จากโครงสร้างเดิม สู่แนวคิด “แพลตฟอร์มที่ลอยตัว” คุณโจ้ พัชระ วงศ์บุญสิน สถาปนิกจาก P.O.AR เล่าว่า แต่เดิมที่นี่มีการก่อสร้างไว้ก่อนแล้วระดับหนึ่ง โดยมีสถาปนิกท้องถิ่นได้ร่างแบบและเริ่มก่อสร้างโครงสร้างเบื้องต้นไว้แล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาบอกกับเจ้าของโครงการในตอนแรกว่ายังลังเลที่จะรับโปรเจกต์นี้มาดูแลต่อ แต่หลังจากการพูดคุยลงลึกและการชักชวนให้ไปดูไซต์งานจริง ที่อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เขาและทีมงานได้เผชิญหน้ากับความท้าทายที่แท้จริง…

  • MITI TiKaan สะท้อนมิติของพื้นที่ผ่านโรงแรม ที่แปลงวิวทิวทัศน์เป็นศิลปะบนผืนผ้าใบ

    MITI TiKaan สะท้อนมิติของพื้นที่ผ่านโรงแรม ที่แปลงวิวทิวทัศน์เป็นศิลปะบนผืนผ้าใบ

    MITI TiKaan สะท้อนมิติของพื้นที่ผ่านโรงแรม ที่แปลงวิวทิวทัศน์เป็นศิลปะบนผืนผ้าใบ ในยุคที่โรงแรมไม่ใช่เพียงแค่ที่พักชั่วคราว แต่เป็นพื้นที่ของประสบการณ์ สถาปัตยกรรมจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การออกแบบความงามของอาคาร แต่ขยายขอบเขตไปสู่การตั้งคำถามว่าเราจะตีความพื้นที่ที่โรงแรมตั้งอยู่ได้อย่างไร? MITI Tikaan โรงแรมที่แสดงออกถึงความใส่ใจในบริบท สิ่งแวดล้อม และมุมมองของผู้มาเยือน ที่จะค่อย ๆ เผยการรับรู้ในรายละเอียดของพื้นที่ผ่านการเดิน การใช้ชีวิต และสัมผัสกับแสงเงาในแต่ละช่วงเวลา เมื่อฟังก์ชันกลายเป็นจุดตั้งต้นของการออกแบบ โรงแรมแห่งนี้จึงไม่ได้ตั้งใจแค่จะสวยงามหรือแค่โดดเด่น แต่ต้องตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างเรียบง่าย และจริงใจ ตั้งแต่การออกแบบห้องพักให้ยืดหยุ่นต่อผู้เข้าพักที่หลากหลาย ไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลางที่ดึงเอาธรรมชาติและบริบทของท้องถิ่นมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเข้าพัก ที่ได้รับการออกแบบโดย คุณวุธ ศราวุธ จันทรแสงอร่าม จาก Dersyn Studio MITI Tikaan ไม่ใช่เพียงรีสอร์ตขนาดเล็กในจังหวัดกาญจนบุรี แต่เป็นพื้นที่ศิลปะที่เกิดจากการตีความข้อจำกัดของบริบท กลั่นเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ยืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างมีจังหวะและความหมาย ภายใต้แนวคิด Architecture as a Canvas โดยคุณวุธ ผู้ออกแบบ ได้ถ่ายทอดให้เราฟังถึงที่มาของโจทย์งานนี้ ซึ่งเริ่มต้นจากความต้องการอันเรียบง่ายของเจ้าของโครงการ โดยมีที่ดินริมทุ่งนา พื้นที่เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ และอยากแปลงให้กลายเป็นรีสอร์ตขนาดเล็กในรูปแบบวิลล่าที่มีเอกลักษณ์ แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่ารูปแบบอาคารควรเป็นเช่นไร แต่กลับเปิดพื้นที่ให้จินตนาการของทีมออกแบบได้ทำงานอย่างอิสระ  นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทีมออกแบบได้เริ่มตีความจากบริบททั้งหมด โดยพื้นที่แห่งนี้มีจุดเด่นที่มาพร้อมข้อจำกัด ด้วยระดับที่ดินซึ่งต่ำกว่าถนน ทำให้การออกแบบเลือกวางแนวทางเข้าถึงอาคารจากระดับถนนเป็นหลัก ผลลัพธ์คือการได้มาซึ่งพื้นที่ใต้พื้นอาคาร…

  • PYMK The Exhibition ตามรอยสถาปนิก Le Corbusier กับนิทรรศการของฟาโรสและชาวช่อง

    PYMK The Exhibition ตามรอยสถาปนิก Le Corbusier กับนิทรรศการของฟาโรสและชาวช่อง

    PYMK The Exhibition ตามรอยสถาปนิก Le Corbusier กับนิทรรศการของฟาโรสและชาวช่อง หากประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องราวที่ถูกแช่แข็งไว้ในตำรา แต่คือเครือข่ายความสัมพันธ์อันซับซ้อน เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์นับไม่ถ้วนที่รอการประกอบสร้างเพื่อนำเสนอความหมายใหม่ คำถามคือ เราจะเรียนรู้อะไรจากเศษเสี้ยวของเรื่องราวเหล่านั้นได้บ้าง และเราจะมองเห็นสายใยที่เชื่อมโยงเรื่องราวของบุคคลและผลงานดังในอดีต มาสู่ยุคปัจจุบันได้อย่างไร? คำตอบบางส่วนอาจซ่อนอยู่ในการเดินทางครั้งใหม่ของ FAROSE และชาวช่อง กับ AP presents PYMK The Exhibition นิทรรศการที่กลั่นกรองจักรวาลแห่งเรื่องเล่าจากพอดแคสต์ People You May Know ให้กลายเป็นประสบการณ์เชิงพื้นที่ (Spatial Experience) ที่แปรเปลี่ยนเสียงเรื่องเล่าของพี่ฟาและดาราช่องที่คุ้นเคย ให้กลายเป็น Creative Space ที่จับต้องได้ ภายในพื้นที่จัดแสดงที่ถูกออกแบบให้ลึกลับน่าค้นหาเพื่อขับเน้นเรื่องราวของบุคคลและผลงานที่ครั้งหนึ่งเคยถูกจดจำไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ทั้งเรื่องที่คนดังที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี และบางเรื่องราวของคนสำคัญที่ผู้คนอาจยังไม่เคยรู้ ทุกรูทการเดินของผู้ชมจึงเปรียบเสมือนการค้นพบ ทุกตัวอักษรที่ปรากฏคือคำใบ้ และทุกเส้นด้ายที่โยงใยคือบทสนทนาที่รอให้เราเข้าไปถอดรหัส นี่คือบทพิสูจน์ว่าประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่เป็นขุมทรัพย์แห่งแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อถูกนำเสนอผ่านเลนส์ของการออกแบบการเล่าเรื่องอันเป็นเอกลักษณ์ของ PYMK by FAROSE ที่เน้นรู้จัก ไม่เน้นรู้จริง และสนุกไว้ก่อน! ในงานเราจะได้พบกับ The Revolutionaries ห้องที่ทำให้หัวใจของคน…

  • 6 เช็กลิสต์ดีไซน์บ้าน ให้งานต่อเติมไม่เฟล

    6 เช็กลิสต์ดีไซน์บ้าน ให้งานต่อเติมไม่เฟล

    6 เช็กลิสต์ดีไซน์บ้าน ให้งานต่อเติมไม่เฟล ดีไซน์อย่างไรให้งานต่อเติมไม่ทำลายสไตล์เดิมของบ้าน! หลายคนมักเจอกับสารพัดปัญหาในงานต่อเติมโครงสร้างเดิมไม่เอื้ออำนวยบ้าง โครงสร้างใหม่ไม่เวิร์คบ้าง ดีไซน์ไม่เข้ากับของเดิม ติดตั้งแล้วทำให้ Mood & Tone ของบ้านเปลี่ยนไป ซึ่งคนส่วนใหญ่มักโฟกัสการแก้ปัญหากันที่หน้างานเท่านั้น แต่ความจริงแล้วเรามีอีกหลากหลายวิธีที่สามารถป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละขั้นตอน Dsign Something จึงขอชวนนักออกแบบยุคใหม่มาเช็กลิสต์ 6 วิธีดีไซน์บ้านให้งานต่อเติมไม่เฟล มาดูกันว่าควรวางแผนอย่างไรจึงจะทำให้งานต่อเติมสวยกลมกลืนไปกับบ้านและไร้ปัญหาการรับน้ำหนัก พร้อมกับรู้จักนวัตกรรมน่าสนใจจาก ROOVTECT ที่จะมาตอบโจทย์ทุกปัญหาของงานต่อเติมหลังคา การดีไซน์คิดเผื่ออนาคตตั้งแต่แรก ขั้นตอนแรกสุดที่จะช่วยให้งานออกแบบและงานต่อเติมไม่เฟลคือ การคิดให้ครบตั้งแต่ดีไซน์ สอบถามความต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคต ความชอบรสนิยม วิถีชีวิตประจำวัน งานอดิเรก หรือแม้กระทั่งเรื่องการขยายครอบครัว เพื่อที่จะได้ออกแบบแปลนที่มีขนาดเหมาะสม ไม่สิ้นเปลืองเกินความจำเป็น ไม่ขาดแคลนในอนาคต และปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิตผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงเวลา ลดการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้งานโดยทุบรื้อถอนโครงสร้าง ขณะเดียวกัน ผู้ออกแบบก็ควรสังเกตและพิจารณาบริบทรอบบ้านหรืออาคารให้ถี่ถ้วน ทั้งในเรื่องทิศทางแดด ลม ฝน, กฎหมาย, ระยะชิดแนวรั้ว, ทัศนียภาพโดยรอบ ฯลฯ เพื่อนำมาชี้แนะผู้อยู่อาศัยในเห็นถึงประโยชน์และของจำกัดของที่ดิน หารือร่วมกันสำหรับตัวบ้านหลักและส่วนต่อเติมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ประโยชน์ของการคิดให้ครบถ้วนนั้นนอกจากจะป้องกันการเฟลของดีไซน์แล้ว ยังช่วยลดโอกาสเสี่ยงของ “โครงสร้างเฟล” ด้วย! การมองไปถึงอนาคตจะช่วยให้เราคำนวณเผื่อการวิบัติของอาคารได้แม่นยำยิ่งขึ้นโดยไม่สิ้นเปลืองวัสดุโครงสร้างและงบประมาณ หากต่อเติมเกินความสามารถการรับน้ำหนักของอาคารตามแบบ จะทำให้โครงสร้างใหม่ทรุดตัวไม่เท่าโครงสร้างเดิม…

  • บ้านดาวหาง รับรู้ปรากฏการณ์แสงในบ้าน ที่ถ่ายทอดผ่านจังหวะของสเปซและเส้นสายผ่านการอยู่อาศัย

    บ้านดาวหาง รับรู้ปรากฏการณ์แสงในบ้าน ที่ถ่ายทอดผ่านจังหวะของสเปซและเส้นสายผ่านการอยู่อาศัย

    บ้านดาวหาง รับรู้ปรากฏการณ์แสงในบ้าน ที่ถ่ายทอดผ่านจังหวะของสเปซและเส้นสายผ่านการอยู่อาศัย กลางหมู่บ้านที่เงียบสงบชื่อ หมู่บ้านสัจธรรม บนที่ดินเดิมของครอบครัวศิลปิน ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ บ้านหลังหนึ่งค่อย ๆ ถือกำเนิดขึ้นจากการ “ร่วมออกแบบ” ของกลุ่มสถาปนิกมิตรชิดใกล้ กับเจ้าของบ้านซึ่งเป็นอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผู้หลงใหลในปรากฏการณ์ของแสง และมีรสนิยมเฉพาะทางในการใช้ชีวิตและศิลปะ นี่คือจุดเริ่มต้นของ บ้านดาวหาง บ้านที่ออกแบบผ่านการพูดคุย ทดลอง และการถอดรหัสชีวิตของเจ้าของให้กลายเป็นพื้นที่ทางกายภาพที่ทั้งสงบ นิ่ง และเปี่ยมไปด้วยจังหวะ ออกแบบโดย Mitr Architects และ Studio Sifah  จากทางเดินจงกรมสู่สารตั้งต้นของการออกแบบ บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมของบ้านหลังเก่าในหมู่บ้านที่ถูกออกแบบไว้แต่แรกด้วยพื้นที่ที่มีฟังก์ชันเพื่อรองรับการปฏิบัติธรรม บ้านทุกหลังจึงมีองค์ประกอบหนึ่งร่วมกันคือ ทางเดินจงกรม พื้นที่ยาวตรงเรียบที่ใช้ในการเดินสมาธิ จุดเด่นที่เงียบงันแต่น่าประหลาดใจนี้ กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจหลักให้ทีมออกแบบจาก Mitr Architects ใช้เป็นแกนกลางของการวางผังบ้านหลังใหม่ “เรามองเห็นพลังบางอย่างจากเส้นทางนี้” ทีมออกแบบเล่าถึงความประทับใจต่อทางเดินจงกรม ที่ไม่ได้มีเพียงความหมายเชิงศาสนา แต่ยังกลายเป็นองค์ประกอบเชิงสถาปัตยกรรมที่มีพลังในเชิงพื้นที่ ผู้ออกแบบจึงเลือกสถาปนา ทางเดินจงกรมขึ้นใหม่ โดยไม่ซ่อน แต่กลับโชว์ให้เห็นเป็นเส้นนำสายตาหลักของบ้าน และดึงแนวแกนนี้ไปใช้ในการจัดวางฟังก์ชันของบ้านทั้งหมด การคลี่คลายเส้นและพื้นที่ให้สัมพันธ์กัน แนวคิด One Point Perspective ที่เกิดจากทางเดินจงกรมอาจแรงเกินไปหากปล่อยไว้ตรง ๆ…

  • Urban Kintsugi ศิลปะแห่งการเยียวยาเมือง

    Urban Kintsugi ศิลปะแห่งการเยียวยาเมือง

    Urban Kintsugi ศิลปะแห่งการเยียวยาเมือง “จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อโจทย์ของการออกแบบ Public Space ไม่ใช่การสร้างเพิ่ม แต่คือการเปิดพื้นที่เดิม?” นี่คือโปรเจกต์ Urban Intervention ครั้งสำคัญ เมื่อ BIG (Bjarke Ingels Group) นำเสนอ Masterplan ที่ฉีกทุกกฎการออกแบบพื้นที่สาธารณะ ผ่านโปรเจกต์ “The Impact” ในย่าน Ørestad กรุงโคเปนเฮเกน โปรเจกต์ที่ท้าทายกระบวนการพัฒนาเมือง ให้ใช้ CARBON FOOTPRINT ต่ำกว่า 0.1 kg ในการออกแบบก่อสร้าง เป้าหมายของโปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่การปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่คือการ Integrate พลาซ่า 3 แห่งที่เคยเป็นอิสระต่อกัน ให้กลายเป็นพื้นที่ ที่มีเรื่องราวและฟังก์ชันที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ผ่านความร่วมมือกับ Doug Aitken Workshop และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม Concept Design ที่คิดกลับด้านด้วย Subtractive Approach หัวใจของโปรเจกต์นี้คือวิธีคิดที่เรียกว่า Subtractive Approach…

  • Backfold House บ้านที่พับเข้าหาแกนกลาง เพื่ออำพรางความสงบใต้แสงธรรมชาติ

    Backfold House บ้านที่พับเข้าหาแกนกลาง เพื่ออำพรางความสงบใต้แสงธรรมชาติ

    Backfold House บ้านที่พับเข้าหาแกนกลาง เพื่ออำพรางความสงบใต้แสงธรรมชาติ บ้าน มักเริ่มต้นจากความฝันของใครคนหนึ่ง แต่เมื่อบ้านหลังหนึ่งมี เจ้าของสองคนที่มีความชอบไม่เหมือนกัน ความฝันจึงไม่ใช่เส้นตรง ในจุดต่างเหล่านี้ ความขัดแย้งไม่ได้กลายเป็นปัญหา หากแต่เป็น จุดตั้งต้นของการออกแบบ งานนี้จึงไม่ใช่การเลือกข้าง แต่คือการ “ผสาน” อย่างมีชั้นเชิง เพื่อออกแบบบ้านที่ไม่ใช่บ้านของใครคนหนึ่ง แต่เป็น บ้านของพวกเขาทั้งคู่ ในซอยที่ดูธรรมดาบนถนนในกรุงเทพฯ มีบ้านหลังหนึ่งที่หากมองจากถนนจะเห็นเพียงเส้นสายที่เงียบขรึมของคอนกรีตและระแนงไม้เรียบเนี๊ยบ แต่หากได้เดินเข้าไปในบ้านหลังนี้ จะพบกับการเปลี่ยนผ่านของบรรยากาศ ความรู้สึก และประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สถาปนิกตั้งใจให้เกิดขึ้นตั้งแต่ก้าวแรกของการออกแบบ Back Flod House ชื่อที่สะท้อนการหันกลับไปสำรวจรากความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัย แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่ก้าวไปข้างหน้าทางความคิด มีบ้านหลังหนึ่งเกิดขึ้นจากคำถามธรรมดาที่ไม่ธรรมดา จะอยู่อย่างไรในที่ดินหน้ากว้างเพียง 14 เมตร ลึกกว่า 37 เมตร ซึ่งขนาบด้วยอาคารรอบด้านและหันหน้าไปทางทิศตะวันตก? บทสนทนาของบ้านหลังหนึ่ง ที่ไม่ได้ส่งเสียงดัง ไม่ยื่นตัวออกไปข้างนอก ไม่แสดงตนด้วยภาษาสถาปัตยกรรมโอ่อ่า แต่เลือก “พับ” ตัวกลับ เพื่อสนทนากับสิ่งที่อยู่ภายในมากกว่าสิ่งที่อยู่ภายนอก การพับตัวกลับนี้ ไม่ใช่เพียงแนวคิดการออกแบบ แต่คือท่าทีของบ้านที่แสดงออกผ่านภาษาสถาปัตยกรรมอย่างสุภาพ และกลมกลืนคำว่า Backfold จึงไม่ได้หมายถึงการหันหลัง หากแต่คือการโอบล้อมพื้นที่ใช้ชีวิตด้วยเจตนาที่ชัดเจน เพื่อหันเข้าสู่ใจกลางของความสงบ…

  • Terracotta Cafe ปั้นดินเผาด่านเกวียน ให้กลายเป็นคาเฟ่กลางน้ำ

    Terracotta Cafe ปั้นดินเผาด่านเกวียน ให้กลายเป็นคาเฟ่กลางน้ำ

    Terracotta Cafe ปั้นดินเผาด่านเกวียน ให้กลายเป็นคาเฟ่กลางน้ำ “ด่านเกวียน” มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี เดิมทีเป็นจุดพักของคาราวานเกวียนที่เดินทางค้าขายระหว่างภาคอีสานและภาคกลาง จากจุดเชคอินการเดินทาง แปรสภาพเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาโคราชที่มีชื่อเสียงระดับประเทศด้วยรูปแบบ สี ลวดลาย ด้วยเนื้อดินที่มีสีแดงเข้ม แข็งแรง ทนไฟ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถขึ้นรูปเป็นของตกแต่งของใช้ได้หลากหลาย คราฟท์ลวดลายศิลป์ท้องถิ่นผสมความร่วมสมัย เครื่องปั้นด่านเกวียนมีทั้งแบบโบราณดั้งเดิม หม้อไห กระถาง และแบบร่วมสมัยสไตล์โมเดิร์น เป็นรูปปั้นสัตว์ ตุ๊กตา ของตกแต่งบ้าน น้ำตาลแดง เนื้อเหนียว ทนทาน ต้องด่านเกวียน คือภาพจำที่คนท้องถิ่นภูมิใจ เป็นแม่เหล็กดึงดูดคนต่างถิ่นให้แวะเวียนที่ด่านเกวียนนานหลายสิบปี ภาพจำนี้กำลังจะถูกตีความเสียใหม่ให้เป็นภาพจริง ในรูปแบบที่ต่างออกไป ผ่านผลงาน The Terracotta Cafe ในสไตล์ลายเส้นของทีมออกแบบ Studio Bewell ประจำการอยู่ที่โคราช มาติดตามกันว่างานออกแบบจะสร้างภาพจริงที่น่าจดจำให้ธุรกิจได้ยังไง ในคอลัมน์ design for business เรื่องเล่าชาวโคราช เดิมทีมีร้านอาหารชื่อ ชายทุ่ง ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของเจ้าของร้าน เริ่มต้นจากพื้นที่เล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศสไตล์บ้านนาริมน้ำ เคียงข้างผู้คนท้องถิ่นแบบเข้าใจง่าย…

  • AI ออกแบบบ้านแทนสถาปนิกได้จริงเหรอ?

    AI ออกแบบบ้านแทนสถาปนิกได้จริงเหรอ?

    AI ออกแบบบ้านแทนสถาปนิกได้จริงเหรอ? ยุคนี้ AI ทำได้ทุกอย่าง ปี 2025 นี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่องหลายสิบปี เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์ AI คือชื่อที่ถูกเรียกจนติดหูหรือในอีกชื่อ (Artificial intelligence) ปัญญาประดิษฐ์ คือเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบให้มีระบบการทำงาน คล้ายคลึงกับการทำงานของระบบสมองของมนุษย์ในการเรียนรู้และพัฒนา AI เป็นใคร AI (Artificial intelligence) ที่ถูกใช้ในวงกว้างทุกวันนี้ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดมุ่งหมายในการเลียนแบบการเป็นมนุษย์หรือแทนที่มนุษย์แต่สิ่งที่ถูกมุ่งหวังคือ “ Out Put” ของ AI นั้นจะสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้โดยตรง ในปัจจุบันนี้ซอฟต์แวร์หลายตัวที่ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบบ AI นั้นต่างก็มีความต้องการให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนได้โต้ตอบกับมนุษย์ด้วยกันมากที่สุด AI เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะสามารถนำความสามารถมาใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มนุษย์รับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าที่มนุษย์จะสามารถรับมือได้ และ AI ยังเหมาะที่จะเป็นเครื่องมือที่ทำงานในรูปแบบซ้ำๆที่น่าเบื่อแทนมนุษย์ได้อย่างดี ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ลดระยะเวลาให้ผู้ใช้สามารถใช้เวลาไปโฟกัสกับสิ่งอื่นๆได้และในระบบอุตสาหกรรมยังสามารถประยุกต์ใช้ AI เพื่อให้ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้อีกด้วย AI ก็แทบจะทำได้ทุกอย่างแทนมนุษย์ได้แล้วสิ ช่วงนี้หลายๆท่านอาจจะเคยเห็นความารถของ AI ในส่วนของงานออกแบบและงานศิลปะได้จากสื่อโซเชียลต่างๆที่ผู้คนนำมาแชร์ต่อถึงความสามารถในการ วาดภาพ การออกแบบตามคำสั่ง ถือเป็นความสำเร็จของเทคโนโลยีอีกขั้นก็ว่าได้ แต่เพื่อนๆคิดว่า AI จะสามารถมาทำงานแทนที่ในส่วนของสถาปนิกได้จริงหรือไม่เราลองมาเปรียบเทียบความสามารถในการทำงานระหว่างสถาปนิก และ AI กัน เทียบเลย ใครเจ๋งกว่า การAnalysis…

  • Foster + Partners สวนแห่งความทรงจำ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุงลอนดอน

    Foster + Partners สวนแห่งความทรงจำ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุงลอนดอน

    Foster + Partners สวนแห่งความทรงจำ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุงลอนดอน สถาปัตยกรรมจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างความทรงจำในอดีตกับผู้คนในปัจจุบันได้อย่างไร? Foster + Partners สตูดิโอสถาปัตยกรรมระดับโลก ผู้ชนะการประกวดแบบ อนุสรณ์สถานแห่งชาติแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่จะตั้งอยู่ในสวนเซนต์เจมส์ (St James’s Park) เปลี่ยนการสร้างอนุสาวรีย์แบบทั่วไป เป็นการสร้างสรรค์พื้นที่ให้ผู้คนในยุคปัจจุบัน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำนั้นผ่านการสัมผัสกับความสงบใจกลางเมือง หัวใจของงานออกแบบคือการตีความชีวิตของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ผ่านแนวคิดเรื่อง ความสมดุล การโอบรับสองด้านที่ดูตรงข้าม แต่กลับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในตัวตนของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นทางการกับความเป็นส่วนตัว, ขนบธรรมเนียมกับความทันสมัย, หรือบทบาทต่อสหราชอาณาจักรกับเครือจักรภพ แนวคิดเชิงนามธรรมนี้ถูกถ่ายทอดสู่สถาปัตยกรรมที่จับต้องได้ ผ่านองค์ประกอบหลักคือ ประตูสองแห่ง และ สวนสองแห่ง ที่เชื่อมต่อกันด้วย สะพานและเส้นทางที่หลอมรวมทุกอย่าง เส้นทางเดินนี้จะนำพาผู้คนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอย่างราบรื่น ผ่านสวนทั้งสองและข้ามสะพาน เป็นตัวกำหนดลำดับการรับรู้ (Sequence) ของผู้มาเยือน ไฮไลท์ที่น่าจับตามองที่สุดคือสะพานแห่งใหม่ที่ทอดยาว โดยมีราวกั้นกระจกหล่อที่ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายของ ‘เทียร่า’ ที่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงสวมใส่ในวันอภิเษกสมรส นับเป็นการซ่อนเรื่องราวส่วนพระองค์อันอบอุ่นไว้ในโครงสร้างสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ นอร์แมน ฟอสเตอร์ กล่าวถึงเจตนานี้ว่าเขาอยากสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่เกิดผลกระทบเชิงลบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด และสะท้อนคุณลักษณะทั้งที่เป็นทางการและเป็นกันเองของพระองค์ นี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการ…