DTALK

Do & Don’t if you want a job! : เด็กจบใหม่เขียน resume สมัครงานและเตรียมตัวยังไงไม่วืด

แค่การ cc เมลสมัครงานหลายบริษัทในเมลเดียว ก็ถือว่าพลาดมากๆแล้ว และยังมีอีกหลายข้อ ที่เรารวบรวมมาฝากกันครับ…. สู้ต่อไป บัณฑิตใหม่ทั้งหลาย ^^

นอกจากจะเป็นเทศกาลสายฝนซัดสาดความชุ่มฉ่ำแล้วยังเป็นช่วงที่เราต้องเจอ resume โหมกระหน่ำเข้ามาไม่แพ้กัน ก้าวแรกจากรั้วสถาบันการเรียนที่เริ่มต้นด้วยการเขียน email สมัครงานน้องบัณฑิตใหม่ไฟแรงหลายคนกลับเผาผลาญกำลังใจคนที่เปิดอ่านไปได้ไม่น้อยเลย TT เราเลยอยากขอรวมรวมข้อแนะนำการเขียน resume สมัครงานที่ควรทำและห้ามทำสำหรับเด็กจบใหม่ว่าควรจะเขียน email สมัครงานอย่างไรให้คนอ่านชื่นใจ บทความครั้งนี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดีไซน์ซักเท่าไร แต่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับมนุษย์ออฟฟิศมือใหม่หลายๆ คน

1 ไม่ใช่เพียงแต่แนบไฟล์ แต่ต้องเขียนข้อความด้วย
.
อย่าส่ง email สมัครงานที่มีแต่ไฟล์ resume แต่ไม่เกริ่นนำอธิบายอะไรเลย ควรจะเริ่มต้นอธิบายตัวเองพอสังเขปเพื่อดึงความสนใจของคนที่เปิดอ่าน และไม่ควรต้องชื่อไฟล์ resume ของตัวเองว่า resume เฉยๆ เพราะชื่อไฟล์แบบนี้จะไปซ้ำกับอีก 10 resume ของคนอื่นอีก จึงควรจะเติมชื่อของตัวเองลงไปด้วยเพื่อความแตกต่าง เช่น “ resume นาย dsignsomething” รวมถึงข้อมูลในการติดต่อกลับต้องชัดเจน ทั้งที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์

2 อย่า CC
.
อย่าประหยัดเวลาด้วยการร่อนส่งอีเมลสมัครงานอีเมลเดียว แต่ CC ไปหลายบริษัท แล้วเขียนเนื้อหาแบบกลาง ๆ โดยไม่เจาะจงผู้รับ โปรดอย่าลืมว่า address มันไม่ได้ถูกซ่อน และฝ่าย HR หรือผู้ที่ได้รับเมล ก็เห็นตั้งความ(ไม่)ตั้งใจส่งเมลของคุณ (เล่นส่งหว่านซะขนาดนี้) และมีความเป็นไปได้สูง ที่จะไม่เปิดดูผลงานเพื่อพิจารณาต่อไปด้วยซ้ำ

3. สะกดให้ถูกและใช้คำศัพท์เหมาะสม
.
อย่าใช้ภาษาอินเตอร์เน็ตหรือคำศัพท์คุย line กับเพื่อนที่ไม่เป็นทางการ เช่น ก้ , เปน , จิงๆ ควรใช้ภาษาทางการในการติดต่องาน ตรวจสอบไวยากรณ์คำสะกดและการใช้งานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะคำว่า คะ กับ ค่ะ ยิ่งต้องผันเสียงลงท้ายให้ดี ใช้คำสรรพนามแทนตัวเองว่า ผม หรือ ดิฉัน จะปลอดภัยที่สุด

4 รูปติดจดหมาย… ไม่เล่นเกินไป
.
บางคนเอารูป Profile ในเฟสบุ๊คมาติดในจดหมายสมัครงาน ใส่แว่นดำบ้าง หันข้างบ้าง ย้อนแสงบ้าง ดูรวมๆแล้วเท่ แต่ไม่มีความเป็นทางการ ไม่มีบริษัทไหนที่อยากจ้างคนที่ไม่รู้กาลเทศะครับ

5 ไม่ต้องประเมินตัวเอง ด้วยความคิดของตนเอง
.
ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่าการทำกราฟวัดพลังความสามารถในใบสมัครนั้น จะเวิร์ครึเปล่า (เทรนด์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก resume ต่างประเทศ) เพราะเกณฑ์การให้คะแนนของผู้สมัคร อาจจะไม่ใชเกณฑ์มาตราฐานเดียวกับบริษัท คะแนน 5/ 5 วิชา Photoshop ของคุณ อาจจะได้เพียง 3/5 ในสายตาคนอื่นก็เป็นได้ …ดังนั้นการเขียนแค่เพียงว่าถนัดอะไรบ้าง หรือทักษะด้านไหนที่คุณถนัดที่สุด บอกตรงๆไปเลย อาจจะทำให้เข้าใจได้ง่ายกว่า

6 ขนาดไฟล์นั้น สำคัญไฉน
.
เพราะการเปิดไฟล์น้องสมัครงานที่มีขนาด 20 mb หรือมากกว่านั้น เป็นสิ่งที่เปลืองพลังงานอย่างมาก นอกจากจะเสียเวลาเปิด เสียเวลาโหลดแล้ว บางบริษัทที่มีผู้ที่จะต้องพิจารณาหลายคนหลายฝ่าย การแชร์ไฟล์ผลงานของผู้สมัครนั้น ก็เป็นสิ่งที่ยากลำบากด้วย ขนาดไฟล์ที่เหมาะสมจริงๆ จึงไม่ควรเกิน 5 mb หรือถ้าจำเป็นต้องส่งไฟล์ใหญ่จริงๆ ก็ส่งผ่านเว็บฝากไฟล์เช่น google drive, drop box หรือ Wetransfer.com

7 ผลงานที่ผ่านมา ต้องชัด
.
เน้นเนื้อหาที่คนอ่านอยากรู้ ประวัติการณ์การเรียน กิจกรรม ความสามารถที่ถนัด แนบผลงานที่เคยทำมาที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัครงาน บ่งบอกสไตล์ของตัวคุณด้วยภาษาที่สุภาพเรียบร้อย กะทัดรัดเข้าใจง่าย ลองเรียงผลงานที่เราคิดว่าน่าสนใจมากจากระดับ Masterpiece อย่างพวก thesis งานประกวด ไล่ลงไปถึงผลงานทั่วไป เพื่อดึงดูดความสนใจผู้อ่านใบสมัครตั้งแต่ต้นจนจบ

8 ชื่ออีเมลที่ดูดี เหมาะสม ไม่เล่นเกินไป
.
ชื่ออีเมลล์ที่คุณใช้อยู่ตอนนี้เป็นอย่างไร… ถ้ามันยังออกแนว princessZomZaa69@ , kimujiieee@ oaty_lovelyboy@ อยู่ละก็ คงต้องขอให้เปลี่ยนซะเถอะ เพราะมันดูไม่มืออาชีพเอาเสียเลย อย่าลืมเรื่อง first impression เป็นสิ่งสำคัญ บริษัทมีเวลาเรียนรู้เราจากใบสมัครงานเพียงไม่กี่นาที ถึงจะดูจู้จี้ซักหน่อย แต่สมัครอีเมลล์ใหม่ที่ดูเป็นทางการเพื่อเอามาใช้สมัครงานเถอะครับ ปล่อยวางความเป็นตัวฉันของฉันลงบ้าง โลกการทำงานจะสอนให้คุณต้องทำงานร่วมกับคนแปลกหน้าอีกมาก การปรับตัวให้อยู่รอดไปถึงเป้าหมายที่วางไว้จึงเป็นสิ่งจำเป็น อีกอย่างคือเมื่อได้เข้าไปทำงานแล้วส่วนมากก็ต้องสมัครอีเมลล์ใหม่เป็นนามสกุลบริษัทอีกอยู่ดี

9 กลับไปเช็ค หน้า Wall ตัวเองด้วย
.
ในยุคแห่ง social network ข้อควรระวังที่ Mark Zuckerberg ไม่ได้เตือนคุณคือ status คำบ่นดราม่าบนหน้า wall ในโลก online จะส่งผลต่อคุณในโลกแห่งความจริงด้วย เพราะมีบริษัทจำนวนไม่น้อยเลย ที่จะแอบตรวจสอบทัศนะคติ ความคิด lifestyle เบื้องต้นของคุณใน facebook อาจจะฟังดูไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ที่เรากำลังจะโดนตัดสินตัวตนกันจากปกหนังสือ แต่ถ้าคุณยังพอจำได้ มี case study มากมายของพนักงาน ที่โดนไล่ออกเพราะการโพสความคิดเพียงชั่ววูป คำด่าลูกค้าหรือบ่นเจ้านาย ที่ไปทำลายภาพลักษณ์ขององค์กร เพราะฉะนั้นสุภาษิตไทยปี 2017 ที่อยากจะฝากน้องๆ เอาไว้คือ “โพสดีเป็นศรีแก่ตัว โพสชั่วพาตัวเสียหาย”

10 เตรียมตัว ก่อนไปสัมภาษณ์
.
เมมชื่อเบอร์โทรบริษัทที่ติดต่อเอาไว้ ไปสัมภาษณ์ให้ตรงเวลา เผื่อเวลาเดินทางล่วงหน้า ควรจะศึกษาผลงานที่ผ่านมาของบริษัทมาก่อนเสียก่อน เพื่อแสดงความใส่ใจและความประทับใจให้กับคนที่สัมภาษณ์ คุณคงไม่อยากเข้าไปปล่อยไก่ พูดถึงผลงานบริษัทแบบผิดๆ หรือพูดชื่อบริษัทผิด และถ้าได้นัดหมายเรียกคุยแล้วเปลี่ยนใจไม่มา ก็ควรจะโทรแจ้งตรงๆ ล่วงหน้าจะดีกว่า

11 ทัศนคติ สำคัญที่สุด
.
ถ้าคุณได้ผ่านด่านไปยังด่านของการสัมภาษณ์งานแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เหล่าผู้จ้างต่างมองหาในตัวของเด็กจบใหม่ คือเรื่องของ ทัศนคติ คนที่มีความคิดบวก คิดก้าวหน้า และมีความมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ เป็นสิ่งที่ผู้ว่าจ้างต้องการมากที่สุด หากเทียบกันระหว่างเด็กที่มีผลงานดีมาก แต่มีทัศนคติในการทำงาน ในการร่วมงานกับผู้อื่นไม่ดี ก็ดูจะมีภาษีน้อยกว่าเด็กที่มีทัศนคติที่ดี แต่จะมีผลงานตอนเรียนระดับกลางๆก็เป็นได้
.
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คิดว่าแนวทางการเขียน resume สมัครงานอย่างไรให้ได้งานน่าจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ใครที่ยังไม่ได้ถูกเรียกตัวก็ขอให้สู้ต่อไป อย่าเพิ่งยอมแพ้ แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงคำแนะนำสำหรับประตูด่านแรกที่จะเปิดเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน ที่เมื่อคุณก้าวขาเข้าไปแล้วก็ยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกมากรออยู่ อย่างไรก็ดี Dsign Something ก็ยังรับสมัครงานตำแหน่ง AE และนักเขียนอยู่นะครับ ใครสนใจส่ง resume มาได้เลย! (ขอพื้นที่ขายของ)

 

Comments

comments

0 comments on “Do & Don’t if you want a job! : เด็กจบใหม่เขียน resume สมัครงานและเตรียมตัวยังไงไม่วืด

Leave a Reply

%d bloggers like this: