ARCHITECTURE DESIGN HOUSE

An Open Mind Will Open Doors บ้านที่เปิดสู่ความต้องการของหัวใจ

เราอาจเปรียบบ้านหลังนี้ได้เหมือนกับปิระมิดของ มาสโลว์​ เมื่อความต้องการขั้นพื้นฐานที่สุดของชีวิตถูกเติมเต็ม ความต้องการลำดับถัดๆ มาจึงเป็นเรื่องของจิตใจ

เพราะบ้านหลังแรกเป็นพื้นที่สำหรับผ่อนคลายจากชีวิตประจำวันนอกบ้านอันแสนเร่งรีบ บ้านหลังที่สองจึงเกิดขึ้นเพื่อเติมเต็มความรู้สึกของชีวิตให้สมบูรณ์แบบและแบ่งปันให้กับคนที่รักได้อย่างมีความสุข คำตอบของงานออกแบบสถาปัตยกรรมโดย Octane Architect & Design โดยคุณธาวิน หาญบุญเศรษฐ และคุณกิตติชนม์ ภูเกียรติก้อง จึงเกิดขึ้นอย่างอิสระ โดยมีกรอบอยู่ที่ความสุขของคุณปูเป้และคุณชาย เจ้าของบ้านผู้รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ

ทุกมุมมองคือภาพที่ดีที่สุด

ทัศนียภาพทางการมองเห็นคือสิ่งแรกที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนบ้านหลังนี้ตั้งแต่แรกเห็น จากอาคารจอดรถเดินไต่ระดับขึ้นสูงเกือบสามเมตร สายตาที่ทอดออกไปมองเห็นกลุ่มอาคารสองหลังเบื้องหน้าที่มอบมิติการมองเห็นที่แปลกตาทุกครั้งที่ก้าวเดิน กระทั่งก้าวถึงตัวบ้านแล้วหันกลับมามองโดยรอบ ก็ยังมองเห็นมุมสวยงามใหม่ๆ ได้จากกลุ่มอาคารเหล่านี้เสมอ

“อันนี้ตั้งใจเลยให้เห็นเป็นเฟรม ตอนทำงานเราหมุนทุกมุม ริมสระ คือถ้าเอาแปลนมาดูแล้วตีเส้นในแปลน มันจะมี alignment ของแต่ละอย่าง จริงๆ ต้นไม้ที่มันวางลอยๆ ทุกต้นมันไม่ได้กะเอา มันมีเส้นว่าตรงไหนต้องไปตัดกับเส้นไหน มุมนี้ชนกับอะไร เพื่อให้เรามองแล้วรู้สึกว่ามันอยู่ในองค์ประกอบที่มันดี”

มุมการปาดของตัวอาคารที่เกิดขึ้นเป็นผลอ้างอิงมาตั้งแต่การสร้างเลย์เอ๊าต์ของตัวอาคาร หากมองจากนอกบ้านอาจจะดูเหมือนโอเวอร์ไซส์ แต่ทั้งหมดเกิดจากการจับสัดส่วนทั้งในแนวดิ่งและระนาบของแนวกริดไลน์ของเสาอาคาร แล้วจับฟังก์ชั่นที่ต้องการใส่ลงไปในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งส่วนตัวบ้านที่ยกระดับขึ้นจากพื้นธรรมดา จึงรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับบ้านได้โดยไม่ต้องกั้นรั้วสูงทึบ ไปพร้อมกับการเปิดมุมมองของการอยู่อาศัยออกไปได้สุดสายตา ด้วยความช่วยเหลือจากตัวอาคารที่เป็นเสากริดเดียว อย่างที่สถาปนิกเรียกว่า การคลี่ตัว เพราะทุกระนาบของตัวอาคารถูกเปิดเผยให้เห็นทุกผิวสัมผัส

“ถ้าเป็นอาคารหลังใหญ่หลังเดียวบนที่ดินเกือบไร่ครึ่งก็อาจทำให้บ้านดูทึบตัน เราเลยแบ่งอาคารออกเป็น 3 ก้อนตามการใช้งาน จริงๆ ตอนแรกก็เคยทำเป็นอาคาร 1,000 ตารางเมตรแบบนั้น มันก็ดีตามฟังก์ชั่นการใช้งานในตำรา ขับรถเข้ามาจอดก็ไม่ต้องเดินเปียกฝนเข้าบ้าน แต่มันไม่มีบรรยากาศเลย ประกอบกับนิสัยของเจ้าของบ้านชอบท่องเที่ยวรีสอร์ต และรับได้กับที่ต้องกางร่มเดินเข้าบ้าน เราเลยเลือกที่จะทำให้ทุกมุมที่มองจากทุกส่วนของบ้านหลังนี้คือวิวที่ดีที่สุด”

สถาปัตยกรรมตอบความต้องการทางจิตใจ

กลุ่มอาคาร 3 ก้อน ได้แก่ ส่วนโรงจอดรถด้านหน้าสำหรับรถ 4-8 คัน อาคารรับรอง และอาคารอยู่อาศัย โดยทั้งสามอาคารเชื่อมต่อกันด้วยรูปฟอร์มของการปาดเฉียง เทคนิคทางสถาปัตยกรรมจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการตอบงานดีไซน์ให้เป็นไปได้ตามที่ต้องการมากที่สุด นั่นคือโครงสร้างเหล็ก

“โครงสร้างเราเลือกเหล็กตั้งแต่แรก แต่จะมีแค่โซนด้านหลังที่เป็นคอนกรีตเพราะว่าเราจะทำเป็น floordrain ใหญ่ เพื่อจะรับคอร์ตข้างบน คือพอเป็นดีไซน์นี้ ผมว่าเราก็อยากจะต้องโชว์ขอบบางๆ เราก็รู้เลยว่ามันต้องเป็นเหล็กเกือบ 100% หรืออย่างห้องโถงตัวนี้เราก็อยากนั่งอยู่แล้วมองสระว่ายน้ำ ถ้าเปิดบานเฟี้ยมนี้แล้วมันก็โล่งหมดเลย 8 เมตร ถ้าเป็นโครงสร้างปูนก็ทำแบบนี้ไม่ได้”

 

อาคารอยู่อาศัยหลักเป็นแบบโอเพ่นแปลนส่วนกลางเพื่อเปิดทุกส่วนให้รับกับบรรยากาศได้อย่างอิสระ แต่ก็ยังซ่อนห้องครัวและห้องน้ำเอาไว้เพื่อเคลียร์เป็นเรื่องราวเดียวกัน ส่วนชั้นบนมีคอร์ตยาร์ดเป็นหัวใจสำคัญที่เชื่อมความรู้สึกระหว่างทุกห้องส่วน ตั้งแต่ห้องนอน ห้องน้ำ และวอล์คอินโคลเซ็ตเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีภาษาของการปาดเอียงเป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์ทั้งหมด รวมเข้าไปถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน เช่น เคาน์เตอร์ โต๊ะ ผนัง ซึ่งมีเพียงสเกลที่แตกต่างกัน แต่คงอยู่ในสัดส่วนร่วมกัน

“ส่วนอาคารรับรองวางไว้ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และหวังว่ามันจะช่วยบล็อกแดดได้ ห้องนอนสองห้องริมสุดที่ยื่นไปในอากาศ มันจะเป็น king size 2 อันต่อกัน ก็จะมีใจความสำคัญที่ว่าพี่ปูเป้เป็นคนต่างจังหวัด ชอบนอนคุยกับพี่น้อง ไม่ใช่มาแล้วก็นอนห้องใครห้องมัน ก็นอนเรียงกันเลย 6-7 คน นอนคุยกัน และทอดเฉลียงต่อออกไปถึงสระว่ายน้ำให้ริมสระเป็นพื้นที่สำหรับทุกคน”

ส่วนโทนสีหลักที่เลือกใช้เป็นสีโทนขาวดำ อ้างอิงจากสีของเสื้อผ้าที่เจ้าของบ้านชอบใส่ จึงเลือกการเล่นกับพื้นผิวของสีดำเพื่อไม่ให้แมสดูทึบตันน่ากลัว “เราเน้นวัสดุแบบด้าน ผมรู้สึกว่ามันเติมความเป็นมนุษย์มากขึ้น อย่างห้องนอนก็เลือกใช้ไม้เผาไฟคละ 4 แบบติดแบบสุ่ม หรือการดีไซน์ feature wall ที่ทำให้ดูทั้งน่าสนใจและสนุก รวมทั้งในสระว่ายน้ำก็อยากให้คุมโทนไปด้วยกัน เลยใช้กระเบื้องแบบ 60×120 ซม. พอว่ายน้ำไปก็เหมือนกับอยู่ในหิน แล้วก็สะท้อนน้ำมันก็ไม่ได้ดูน่ากลัว”

บ้านสำหรับเจ้าของคนพิเศษ

“ผมว่าเรามาตอบโจทย์สิ่งที่เขาอยากได้มากกว่าครับ” สิ่งที่คุณปูเป้และคุณชายต้องการ นั่นคือบ้านสำหรับเที่ยว พักผ่อน และสังสรรค์ “ดังนั้นการที่เพื่อนเขามาก็เหมือนการเติมเต็มความรู้สึกของเขามากกว่า เขาอาจจะไม่ได้บอกเราชัดๆ ว่าอยากได้สไตล์แบบไหน แต่ผมว่าบ้านหลังนี้ได้เติมเต็มความรู้สึกในแง่ของการพาเพื่อนเข้ามาแล้วทุกคนรู้สึกว้าวกับบ้านหลังนี้ ซึ่งมันก็คือการตอบจุดประสงค์อย่างหนึ่ง มันไม่ใช่ทุกคนอยากได้อย่างนี้ แล้วสถาปนิกก็ไม่ได้มีโอกาสทำแบบนี้ได้ทุกงานที่อยากจะแสดงศิลปะอะไรแบบนี้ พอมันมาบรรจบกันก็เลยลงตัว”

งานออกแบบสถาปัตยกรรมของบ้านหลังนี้จึงตอบจุดประสงค์ได้อย่างเต็มที่แล้วจากความสุขและการใช้งานที่เกิดขึ้นบนพื้นที่ได้อิสระอย่างใจเจ้าของบ้าน หลังจากเวลาผ่านพ้นไป การใช้งานเกิดขึ้นระยะหนึ่ง บ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการอยู่อาศัยหลับนอน แต่เป็นการสร้างสรรค์วิธีการใช้งานรูปแบบใหม่ที่เข้ากับแต่ละสถานการณ์ได้อย่างน่าสนุก

“อย่างหนึ่งที่คาดไม่ถึงเลยคืองานทำบุญบ้าน ทางเจ้าของบ้านจัดงานใหญ่ เชิญแขกมาถึง 400-500 คน จัดวงดนตรีมาเล่นที่บ้าน ซึ่งทำให้เราเห็นว่า บ้านสามารถเกิดฟังก์ชั่นที่เราอาจจะไม่ได้คิดไว้ถึงไปขนาดนั้น เมื่อมนุษย์มาอยู่กับสถาปัตยกรรม ในสถานการณ์ตอนนั้น เขามีวิธีใช้ในมุมมองของเขา ระเบียงของอาคารเรือนรับรองกลายเป็นเวที สระว่ายน้ำกลายเป็น pool party เนินหญ้าเป็นที่ตั้งโต๊ะค็อกเทล ระเบียงชั้นสองกลายเป็นที่นั่งแถวหน้า VIP ซึ่งผมว่าตรงนี้มันบียอนด์ไปไกลกว่าที่เราคาดคิด”

ขอขอบคุณ

เจ้าของบ้าน : คุณปูเป้ คุณชาย

สถาปนิก : คุณธาวิน หาญบุญเศรษฐ และคุณกิตติชนม์ ภูเกียรติก้อง จาก Octane Architect & Design

 

0 comments on “An Open Mind Will Open Doors บ้านที่เปิดสู่ความต้องการของหัวใจ

Leave a Reply

%d bloggers like this: